วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การส่งเสริมบทบาทการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้มีความสุขมวลรวม

ชื่อ - สกุล        นางอำพร  ศรีกุลนิภา
ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยวเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ     ปีงบประมาณ  2558
สถานที่เกิดเหตุการณ์      บ้านคลอง 20  หมู่ที่  8  ตำบลโยธะกา  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา      

เนื้อเรื่อง                          
การดำเนินงานพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านที่มีวิถี การดำรงชีวิตแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยใช้หลักการพัฒนาชุมชนเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนของตนเอง บนพื้นฐานความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความรู้และคุณธรรม สร้างระบบภูมิคุ้มกันแก่ชุมชน ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เป็นชุมชนแห่งการพึ่งตนเองอย่างเข้มแข็ง ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา เรียนรู้จากการปฏิบัติ ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรูปธรรม และดำเนินการประเมินหมู่บ้านเพื่อจัดระดับเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ตามเกณฑ์การประเมินของกระทรวงมหาดไทย 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด เป็น 3 ระดับ คือ ระดับ “พออยู่พอกิน” “อยู่ดีกินดี” และ “มั่งมีศรีสุข”

บ้านคลอง 20  หมู่ที่  8  ตำบลโยธะกา  ได้รับงบประมาณจากจังหวัดฉะเชิงเทรา  ตามโครงการขยายผลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงรอบพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ และขยายผลการดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ทุกหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน  มีการประกอบอาชีพเสริม เพิ่มรายได้  โดยการรวมกลุ่มปลูกมะนาว  สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน  สร้างพลังในการบริหารจัดการ ในลักษณะของเครือข่ายระหว่างหมู่บ้าน โดยอาศัยทุนทางสังคมที่แตกต่างกันในแต่ละหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นองค์ประกอบในการขยายผลและเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างถาวร ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง  และมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assests)
  1. การมีส่วนร่วม  โดยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนร่วมกับแกนนำชุมชนเผยแพร่แนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  2. การทำงานเป็นทีม   แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับหมู่บ้านให้เป็นปัจจุบัน  เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทีมงาน  ประกอบด้วย  ผู้นำชุมชน  ภาคีการพัฒนาและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน   ในการประชุมวางแผนร่วมกันขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้มีประสิทธิภาพ
  3. ผู้นำ/แกนนำชุมชน  มีความเข้มแข็ง  และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาหมู่บ้านตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  4. คนในหมู่บ้านมีความสามัคคีและมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง
  5. การมีกิจกรรมต่อเนื่องหลักจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรม
  6. การติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่และภาคีการพัฒนา
แก่นความรู้ (Core  Competencies)
  1. ความรู้  ความเข้าใจและกระบวนการเรียนรู้ของแกนนำ และครัวเรือนต้นแบบในหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
  2. ผู้นำชุมชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
  3. การทำงานแบบบูรณาการ
กลยุทธ์ในการทำงาน
  1. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้  เพื่อสร้างความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  2. สนับสนุนให้หมู่บ้านดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น  การทำบัญชีครัวเรือน  ปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน ทำน้ำยาเอนกประสงค์ใช้เอง  เพื่อลดรายจ่าย
  3. ติดตาม และประเมินผลดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
แนวคิด/ความรู้ที่นำมาใช้
  1. กระบวนการมีส่วนร่วม
  2. การทำงานเป็นทีม
  3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
  4. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  5. หลักการพัฒนาชุมชน

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน

ชื่อ -  นามสกุล  นางสาวอัญชลี  สุขถาวร
ตำแหน่ง        นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
ชื่อเรื่อง         โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน

เนื้อเรื่อง
          การแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน เนื่องจากครัวเรือนแต่ละครัวเรือน  มีสาเหตุไม่เหมือนกัน ไม่สามารถแก้ไขด้วยนโยบาย หรือกิจกรรมด้านใดด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะ และต้องใช้เวลาพอสมควรในการแก้ไข ที่สำคัญการแก้ไขปัญหาความยากจน ต้องแก้ไขเป็นรายครัวเรือน ดังนั้น  การดำเนินงานต้องทุ่มเททรัพยากร และความเสียสละของผู้มีส่วนร่วม และชุมชน โดยอาศัยความตั้งใจของครัวเรือนยากจน ความเอื้ออารีของชุมชนที่ครัวเรือนยากจนอยู่อาศัย และการบูรณาการภารกิจของส่วนราชการความยากจนในอำเภอบ้านตาก ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น ครอบครัวมีลูกมาก หรือมีคนพิการ หรือมีคนเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายในครอบครัว หรือไม่มีคนในวัยแรงงาน หรือมีผู้หาเลี้ยงครอบครัวรายเดียว  หรือการเป็นหนี้นอกระบบ

บันทึกขุมความรู้
มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
ใช้กระบวนการ 4 ขั้นตอน ดังนี้
1.กระบวนการชี้เป้าชีวิต
2.กระบวนการจัดทำเข็มทิศชีวิต
3.กระบวนการบริหารจัดการชีวิต
4.กระบวนการดูแลชีวิต

เทคนิคการทำงาน
ปัญหาความยากจนมีหลายสาเหตุ ต้องแก้ไขเป็นรายครัวเรือน การบูรณาการทั้งจากหลายภาคส่วนราชการในอำเภอ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น หรือจากผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนเอง และต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเชิญประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนและองค์กรภาคเอกชนต่างๆ เข้าร่วมเวทีระดมความคิดในการแก้ไขปัญหา บูรณาการแผนงานและงบประมาณ บูรณการโครงการร่วมกัน

กลยุทธ์ในการทำงานอย่างไร
          กลยุทธ์ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ  ใช้หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วมของภาคี ซึ่งประกอบด้วย ภาคประชาชน ภาคราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น  ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการนั้น  มีเทคนิคสำคัญใน การดำเนินงานคือ เทคนิคการทำงานแบบมีส่วนร่วม  เพราะในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ใช้หลักการ   มีส่วนร่วมของภาคี  ซึ่งประกอบด้วย  ภาคประชาชน  ภาคราชการ  องค์กรปกกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ โดยอาศัยคำสั่ง ศจพ. ระดับอำเภอ เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการทำงาน ซึ่งคำสั่งดังกล่าว มีองค์ประกอบจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถบูรณาการงบประมาณ โครงการ/กิจกรรม เพื่อให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนได้ การใช้เทคนิค “หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม” ส่งผลให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีการแบ่งการทำงานออกเป็นทีม  สอนครัวเรือนยากจนบันทึกบัญชีรายรับ/รายจ่ายและจัดทำสมุดบัญชีรายได้รายจ่ายแจกให้กับครัวเรือนยากจนด้วย

สรุปบทเรียน
          ปัจจัยสู่ความสำเร็จ ในการแก้ไขปัญหาความยากจน  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ยึดหลักในการดำเนินงานโดยอาศัยปัจจัย ดังนี้
          1. ดำเนินงานแบบบูรณาการ ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกันอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหาความยากจน
          2. การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  ผู้นำ หรือองค์กรของชุมชนเอง
          3. การส่งเสริมความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนเป้าหมายอย่างจริงจัง
          4. การติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะ
          5. การส่งเสริมให้ครัวเรือนยากจนเป้าหมาย จัดทำบัญชีรับ –จ่ายครัวเรือน
          6. ส่งเสริมให้ครัวเรือนยากจนเป้าหมาย ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

บทเรียนที่ดี
          ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน  ข้าพเจ้าได้รับบทเรียนที่ดีในการดำเนินงาน คือ
          1. ครัวเรือนยากจนทุกครัวเรือน มีความต้องการที่จะหลุดพ้นจากขีดความยากจน หากแต่บางครั้ง  ติดที่ศักยภาพ  คือบางครัวเรือนที่มีศักยภาพพร้อมที่จะเข้าสู่การพัฒนา ก็จะไม่รอช้าที่จะเข้าสู่การพัฒนาเพื่อให้หลุดพ้นจากขีดความยากจน  เว้นแต่บางครัวเรือนที่ขาดศักยภาพ  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของศักยภาพทางด้านร่างกาย แต่เขาเหล่านั้นก็มีความต้องการเหมือนกันคือ “อยากหลุดพ้นจาก  ขีดความยากจน
          2. ความร่วมมือในการทำงาน/ช่วยเหลือ/สนับสนุน/ติดต่อประสานงานของพัฒนากร ทีมปฏิบัติการตำบล/หมู่บ้าน และการบูรณาการความช่วยเหลือจากหน่วยงานในพื้นที่ ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วยดี มีใจให้กับการทำงานกับโครงการนี้ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ ซึ่งจะทำให้ครัวเรือนยากจนมีรู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้งให้แก้ไขปัญหาแต่เพียงผู้เดียว  เพราะยังมีส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำในหมู่บ้านคอยให้คำปรึกษา แนะนำ สนับสนุนเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน

ปัญหา อุปสรรค
ครัวเรือนยากจนเป้าหมาย ไม่มีความรู้ ขาดประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ขาดเงินทุน/เงินงบประมาณในการให้การสนับสนุนครัวเรือนยากจนในการประกอบอาชีพ ขาดการสนับสนุนในด้านวิชาการ และงบประมาณจากส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนขาดความต่อเนื่องทำให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง ซึ่งครัวเรือนยากจนเป้าหมาย เป็นครัวเรือนที่ไม่มีศักยภาพ ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ซึ่งทางออกคือการเข้าสู่กระบวนการสงเคราะห์จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่ให้การสนับสนุน

การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP

ชื่อ -  นามสกุล  นางสาวสิรีภรณ์ ยงศิริ
ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
เบอร์โทรศัพท์    086-8896821
ชื่อเรื่อง           การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตผู้ประกอบการ  OTOP
สถานที่           อำเภออำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา
         
          "หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์" โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือเรียกชื่อย่อๆว่า โอทอป (OTOP) เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อมากระตุ้นธุรกิจประกอบการที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น เป็นแนวคิดที่ต้องการให้แต่ละหมู่บ้านมีผลิตภัณฑ์หลักเป็นของตัวเอง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาทำการพัฒนาจนกลายเป็นสินค้าที่สามารถสร้างรายได้แก่ ชุมชน  ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว ผลิตและจำหน่ายในท้องถิ่น ในแต่ละตำบล โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OVOP) ที่ประสบความสำเร็จของประเทศญี่ปุ่น โครงการโอทอป จะเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนและหมู่บ้านพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นประกอบกับการตลาด โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นมา 1 ชิ้นจากแต่ละตำบลมาประทับตราว่า "ผลิตภัณฑ์โอทอป" และจัดหาเวทีทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อที่จะประชาสัมพันธ์สินค้าเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์โอทอปได้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง ซึ่งได้รวมไปถึงงานหัตถกรรม ผ้าทอ ผ้าไหม เครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับแฟชั่น ของใช้ในครัวเรือน อาหาร สมุนไพร และเครื่องดื่ม
          กรมการพัฒนาชุมชนได้รับให้เป็นเจ้าภาพหลักในการยกระดับสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ (OTOP) และเพิ่มช่องทางการตลาดเชิงรุกทั้งภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านโดยมีเป้า ประสงค์เชิงนโยบายในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งในการดำเนินงาน OTOP ของอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา พบความยุ่งยากในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ คือ ในเรื่องของการศึกษารายละเอียดข้อมูล การจัดทำฐานข้อมูล การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP   และยังพบปัญหาในเรื่องการเชื่อมประสาน การบูรณการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ร่วมกัน จึงมีความคิดเห็นว่าจะต้องมีการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และส่วนท้องถิ่น ในการให้ความช่วยเหลือการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบในการผลิต งบประมาณ การประชาสัมพันธ์ และการจัดหาช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า พัฒนาด้านการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด และในทางปฏิบัติของตัวเจ้าหน้าที่นั้นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนต้อง มีบทบาทหน้าที่ในการให้ความรู้ เป็นที่ปรึกษาแนะนำค้นหาปัญหาร่วมกัน  เพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในส่วนของผู้ประกอบการจะต้องมีวิธีการบริหารจัดการในการดำเนินงานให้ สามารถบริหารจัดการไม่ว่าจะวิธีการประชาสัมพันธ์ การเพิ่มยอดจำหน่าย

บันทึกขุมความรู้  ( Knowledge  Assets )
1. การจัดทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์
2. การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เช่น กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์
3. ผลิตภัณฑ์ OTOP จะต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย รวมถึงมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
4. ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จะต้องมีการสร้างเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงสินค้าระหว่างกัน
แก่นความรู้  ( Core  Competcy )
            1. ความร่วมมือระหว่างภาคีที่เกี่ยวข้อง
2. การใช้ทุนภายในชุมชน
3. การพึ่งตนเองของชุมชน
4. ความรู้เรื่องธุรกิจ การบริหารจัดการ และเทคโนโลยีการผลิต

กลยุทธ์ในการทำงาน
            1. การร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการร่วมกันระหว่าง        หน่วยงานต่างๆ กับผู้ผลิตชุมชน
            2. การบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาคีในด้านศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้
3. การจัดทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์
4. การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการทำงานในรูปของเครือข่ายภาคีให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและยั่งยืน

กฎระเบียบ / แนวคิด /  ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1.  หลัก 5 ก
2.  การบริหารงานและการหาช่องทางการตลาด
3.  กระบวนการมีส่วนร่วม

4.  การเชื่อมโยงเครือข่าย

การขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนอำเภอให้มีประสิทธิภาพ

ชื่อ นางวินิจ  บัวเจริญ
ตำแหน่ง พัฒนาการอำเภอบางน้ำเปรี้ยว 
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
เรื่อง   การขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนอำเภอให้มีประสิทธิภาพ

1.ที่มาขององค์ความรู้
                 กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านพัฒนาชุมชน มีภารกิจหลักในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้  สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน  โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่เรียกว่าพัฒนากร ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชน ตำบล ใช้กิจกรรมงานพัฒนาชุมชน เป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ของผู้นำ องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการ ผลจากการพัฒนาที่ผ่านมา ทำให้ได้ผู้นำชุมชนที่มีศักยภาพ กลุ่ม องค์กรที่เข้มแข็ง  เครือข่ายองค์กรชุมชนมีประสิทธิภาพและชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ 
                   สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ เป็นหน่วยงานสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนที่ปฏิบัติงาน
ในพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ได้แก่ พัฒนากร รับผิดชอบกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนในแต่ละตำบล รับผิดชอบตั้งแต่ 1 ตำบลขึ้นไป แต่ละอำเภอมีจำนวนบุคลากรไม่เท่ากัน ตามขนาดของอำเภอ และมีพัฒนาการอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชาในระดับอำเภอ หรือหัวหน้าทีม หรือผู้นำทีม  ทำหน้าที่บริหารจัดการ วางแผน กำกับ ดูแล ให้คำปรึกษา สอนแนะงาน และมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ประกอบกับข้อจำกัดในการทำงานที่แตกต่างกัน  เช่น จำนวนบุคลากร ทักษะประสบการณ์ปริมาณงานตามภารกิจและงานที่ได้รับมอบหมายพิเศษมีจำนวนมาก งบประมาณที่จำกัด กิจกรรมไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นผลสำเร็จในงานพัฒนาชุมชน จึงขึ้นอยู่กับการบริหารงานของพัฒนาการอำเภอ ในการสร้างความสัมพันธ์ภายนอกและภายในองค์กร สร้างขวัญ กำลังใจให้บุคลากร หาวิธีการหรือรูปแบบการทำงานที่เหมาะสมตามหลักวิชาการและประยุกต์ใช้ตามสภาพพื้นที่ สามารถขับเคลื่อนการทำงานให้ราบรื่นและเกิดประสิทธิภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์

2.เนื้อหาองค์ความรู้
                จากแนวความคิดในงานพัฒนาชุมชน ได้แก่ การมีส่วนร่วม  การทำงานเป็นทีม  การบริหารจัดการ  การบูรณาการ การพัฒนาบุคลากร การสอนแนะงาน การสร้างขวัญ กำลังใจ แรงจูงใจในการทำงาน การกำกับดูแลองค์การที่ดี จึงได้ใช้แนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนอำเภอให้เกิดประสิทธิภาพ ดังนี้
                   2.1 ทีมงานภายในหน่วยงาน
                     ทีมงานสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับนโยบายจากกรมการพัฒนาชุมชนนำไปสู่การปฏิบัติ จึงดำเนินการพัฒนาทีมงานภายในหน่วยงาน ดังนี้
                   2.1.1 สร้างทัศนคติเชิงบวกแก่เจ้าหน้าที่ในการทำงานเพื่อให้บริการที่ดีแก่ประชาชนพัฒนาการอำเภอต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ในการครองตน ครองคน และครองงาน ยึดหลักธรรมาภิบาล ในการบริหารงาน สอนแนะงานแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ 
                   2.1.2 สนับสนุนทีมงานพัฒนาตนเองโดยใช้ระบบ มชช. และเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอทั้งโดยทางตรงได้แก่ศึกษาในขั้นปริญญาโท และศึกษาจากระบบทางไกล
                   2.1.3 ให้ความสำคัญและนำค่านิยมหลักขององค์การ ABC DEF S&P มาใช้พัฒนาบุคลากร เช่น การยอมรับนับถือ ชื่นชม ยกย่อง สร้างขวัญ กำลังใจ แรงจูงใจในการทำงาน สร้างความรักความผูกพัน ความสามัคคีในหน่วยงาน
                   2.1.4 สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ทีมงานก่อนการทำงาน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบโดยออกคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน
                   2.1.5 จัดให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นทีมในบางกรณี เช่น งานเร่งด่วน ปริมาณงานมาก รับผิดทีมละหลายตำบล โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทีมงาน ร่วม
วางแผนปฏิบัติการ เน้นให้พัฒนากรสามารถทำงานแทนกันได้ โดยพัฒนาการอำเภอต้องติดตามผลการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาเป็นระยะๆ
                   2.1.6 สรุปผลการดำเนินงาน และประชาสัมพันธ์ผลงานให้ผู้บังคับบัญชา ภาคีการพัฒนา และบุคคลทั่วไปได้รับทราบ
               2.2 ทีมงานภายนอกหน่วยงาน
                    การขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน จำเป็นต้องมีภาคีการพัฒนา หน่วยงานข้างเคียง ผู้นำชุมชนองค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยการขับเคลื่อนงานจึงจะบรรลุตามวัตถุประสงค์ สำหรับทีมงานภายนอกหน่วยงานได้ดำเนินการ ดังนี้
               2.2.1 บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เช่น เกษตรอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร การจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน  (MOU)
                   2.2.2 แต่งตั้งทีมงานที่เป็นทางการจากส่วนราชการระดับอำเภอและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม โดยจัดประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินงาน พร้อมวางแผนปฏิบัติงานร่วมกัน
                   2.2.3 ให้ความสำคัญและร่วมมือกับทีมงานส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีประสานความร่วมมือ เช่น เชิญเป็นวิทยากร เข้ารับการอบรม เข้าร่วมประชุม ร่วมกิจกรรมของหน่วยงานอื่น
                   2.2.4 ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน อย่างต่อเนื่อง โดยจัดประชุมอย่างสม่ำเสมอและกำหนดแผนการดำเนินงาน การติดตาม ประเมินผลร่วมกัน  

3.บันทึกขุมความรู้       
3.1 ใช้ความรู้ทางวิชาการ รวมกับประสบการณ์ และสภาพพื้นที่ในการบริหารงาน
ประยุกต์และยืดหยุ่นตามสถานการณ์ 
             3.2 การบริหารงานองค์กรต้องยึดหลักคุณธรรม หลักธรรมาธิบาล กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ เป็นหลักในการบริหารงาน
            3.3.ผู้บริหารองค์กร หรือผู้นำทีมต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มีความเสียสละ ละเอียด รอบคอบ รู้จักเมตตา กรุณา อดทน อดกลั้น การให้อภัย  ตามหลักพรหมวิหาร 4 และค่านิยมองค์กร

4.แก่นความรู้
            4.1 รูปแบบการทำงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอที่มีประสิทธิภาพ
            4.2 การสร้างขวัญ กำลังใจ แรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้แสดงศักยภาพในการทำงานได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ
            4.3. การสนับสนุนให้ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และภาคีการพัฒนามีส่วนร่วมในการดำเนินงานพัฒนาชุมชนที่เข้มแข็งมากขึ้น

5.กลยุทธ์ในการทำงาน
            5.1 จัดประชุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เพื่อแจ้งแนวทางและวางแผนการทำงาน และองค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อทราบผลการดำเนินงานและวางแผนการทำงานโดยเน้นการมีส่วนร่วม
           5.2 ประสานการดำเนินงาน โดยใช้บทบาทหน้าที่ในตำแหน่งพัฒนาการอำเภอ และส่วนตัวสร้างความคุ้นเคย เป็นกันเองกับภาคีการพัฒนา และองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน
           5.3 ติดตามประเมินผล สรุปผลการดำเนินงานและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำแผนร่วมกับทีมงาน

6.กฏระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

                 การบริหารจัดการ การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบูรณาการ การพัฒนาบุคลากร การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน การกำกับดูแลองค์การที่ดี หลักธรรมทางศาสนา ภาวะผู้นำ หลักธรรมาภิบาล

การส่งเสริมบทบาทการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้มีความสุขมวลรวม

ชื่อ -  นามสกุล  นางวาสนา  กุลละวณิชย์
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด   สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
ชื่อเรื่อง การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง (การส่งเสริมบทบาทการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้มีความสุขมวลรวม)
สถานที่ บ้านคลอง  17  หมู่ที่  9  ตำบลดอนฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา

ตามที่รัฐบาลได้น้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับภาคีการพัฒนา อื่นๆ ทั้งที่เป็นองค์กรภาครัฐ และภาคประชาชน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน (พัฒนากร) ผู้รับผิดชอบประสานงานตำบล เป็นผู้ทำหน้าที่ประสานการขับเคลื่อนระดับตำบล/หมู่บ้านให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางที่กำหนด

ในปี พ.ศ. 2558 บ้านคลอง 17  หมู่ที่ 9  ตำบลดอนฉิมพลี ได้รับงบประมาณโครงการขยายผลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ตามงบประมาณโครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ในการติดตามประเมินผลหลังจากพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยวดำเนินการขับเคลื่อนหมู่บ้านตามโครงการฯ พบว่า  บ้านคลอง  17 หมู่ที่  9  ตำบลดอนฉิมพลี ได้นำวิถีชีวิตตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในทุกระดับทั้งในระดับบุคคล ระดับครัวเรือน และระดับชุมชน ด้วยการยึดหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ภายใต้เงื่อนไขความรู้ ควบคู่คุณธรรม

โดยในระดับบุคคลได้ดำเนินกิจกรรม การปรับเปลี่ยนแนวคิดทัศนคติ  ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองในการดำรงชีวิต การปลูกจิตสำนึกตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  การเรียนรู้ตนเอง จัดทำแผนชีวิตเพื่อการพัฒนาตนเอง  การจัดทำบัญชีครัวเรือน และการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการออม ส่วนระดับครัวเรือนมีกิจกรรมลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ของครัวเรือน เช่น การปลูกมะนาว การทำน้ำยาเอนกประสงค์ไว้ใช้ในครัวเรือน  การปลูกพืชผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน การตรวจสอบการใช้จ่ายประจำวัน และลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะกับอบายมุขจากบัญชีครัวเรือน กิจกรรมการเรียนรู้ การทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานการอาชีพที่ทำประจำวัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครัวเรือนที่มีกิจกรรม อาชีพคล้ายกัน เพื่อพัฒนา  ภูมิปัญญาและเพิ่มประสิทธิภาพ

รวมถึงการเรียนรู้ปรัชญา ความเป็นมา ค่านิยม ธรรมเนียมของชุมชน กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้สะอาด เรียบร้อย สวยงาม ป้องกันการเกิดโรคระบาด การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับเพิ่มความสวยงามหรือการปลูกพืชผักสวนครัวและในปัจจุบันบ้านคลอง  17   ได้มีการรวมกลุ่มการปลูกมะนาว เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้คนในชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assests)
          1. ความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของบุคคลในชุมชน มีผลในการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
          2. การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มจากระดับบุคคล สู่ครัวเรือน และชุมชน เป็นลักษณะของการพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้นและต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
3. ความสำเร็จของการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต้องอาศัยปัจจัยทั้งภายในชุมชน เช่น      ตัวของคนในชุมชนเอง ผู้นำชุมชน ทรัพยากรภายในชุมชน และปัจจัยภายนอกชุมชน เช่น การได้รับการสนับสนุนจากบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แก่นความรู้ (Core Competencies)
          1.การประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจ
          2.การลงมือปฏิบัติจริงให้เห็นผล

กลยุทธ์ในการทำงาน
          1. ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
          2. จัดเก็บข้อมูลเอกสารอย่างเป็นระบบและปัจจุบัน
          3. ประสานการดำเนินงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
          4. ติดตาม/ประเมินผล/สรุปผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
          1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          2.ตัวชี้วัด 6x2 ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
          3.แบบประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงมหาดไทย 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด
          4.หลักการพัฒนาชุมชน

          5. ภาวะผู้นำ

การส่งเสริมบทบาทการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้มีความสุขมวลรวม

ชื่อ -  นามสกุล  นายนภดล    มโนอิ่ม
ตำแหน่ง  เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน ชำนาญงาน
สังกัด   สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
ชื่อเรื่อง การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง (การส่งเสริมบทบาทการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้มีความสุขมวลรวม)
สถานที่ บ้านคลองบ้านใหม่  หมู่ที่  13  ตำบลโพรงอากาศ  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา

ตามที่รัฐบาลได้น้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับภาคีการพัฒนา อื่นๆ ทั้งที่เป็นองค์กรภาครัฐ และภาคประชาชน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน (พัฒนากร) ผู้รับผิดชอบประสานงานตำบล เป็นผู้ทำหน้าที่ประสานการขับเคลื่อนระดับตำบล/หมู่บ้านให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางที่กำหนด

ในปี พ.ศ. 2558 บ้านคลองบ้านใหม่  หมู่ที่ 13  ตำบลโพรงอากาศ ได้รับงบประมาณโครงการขยายผลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ตามงบประมาณโครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ในการติดตามประเมินผลหลังจากพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยวดำเนินการขับเคลื่อนหมู่บ้านตามโครงการฯ พบว่า  บ้านคลองบ้านใหม่ หมู่ที่  13  ตำบลโพรงอากาศ          ได้นำวิถีชีวิตตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในทุกระดับทั้งในระดับบุคคล ระดับครัวเรือน  และระดับชุมชน ด้วยการยึดหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ภายใต้เงื่อนไขความรู้ ควบคู่คุณธรรม

โดยในระดับบุคคลได้ดำเนินกิจกรรม การปรับเปลี่ยนแนวคิดทัศนคติ  ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองในการดำรงค์ชีวิต การปลูกจิตสำนึกตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง    การเรียนรู้ตนเอง จัดทำแผนชีวิตเพื่อการพัฒนาตนเอง  การจัดทำบัญชีครัวเรือน และการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการออมโดยให้ความร่วมมือโครงการออมเพื่อพ่อหลวง  

ส่วนระดับครัวเรือนมีกิจกรรมลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ของครัวเรือน เช่น การปลูกมะนาวในบ่อปลอกซิเมนต์เพื่อบังคับให้ได้ผลผลิตในช่วงมะนาวในท้องตลาดมีราคาแพง การทำน้ำยาเอนกประสงค์ไว้ใช้ในครัวเรือน  การปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองและรวมกลุ่มกันไปขายที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับการรับรองจากจังหวัดว่าปลอดภัยปลอดสารพิษ การเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน การตรวจสอบการใช้จ่ายประจำวัน และลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะกับอบายมุขจากบัญชีครัวเรือน กิจกรรมการเรียนรู้ การทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานการอาชีพที่ทำประจำวัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครัวเรือนที่มีกิจกรรม อาชีพคล้ายกัน  เพื่อพัฒนา  ภูมิปัญญาและเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นมา ค่านิยม ธรรมเนียมของชุมชน กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้สะอาด เรียบร้อย สวยงาม ป้องกันการเกิดโรคระบาด การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับเพิ่มความสวยงามหรือการปลูกพืชผักสวนครัวและในปัจจุบันบ้านคลองบ้านใหม่  ได้มีการรวมกลุ่มการปลูกมะนาว เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้คนในชุมชนและส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้การพัฒนาหมู่บ้านอีกทางหนึ่งด้วย

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assests)
          1.ความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของบุคคลในชุมชน มีผลในการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
          2.การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มจากระดับบุคคล สู่ครัวเรือน และชุมชน เป็นลักษณะของการพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้นและต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
          3.ความสำเร็จของการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต้องอาศัยปัจจัยทั้งภายในชุมชน เช่น ตัวของคนในชุมชนเอง ผู้นำชุมชน ทรัพยากรภายในชุมชน และปัจจัยภายนอกชุมชน เช่น การได้รับการสนับสนุนจากบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แก่นความรู้ (Core Competencies)
          1.การประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจ
          2.การลงมือปฏิบัติจริงให้เห็นผล

กลยุทธ์ในการทำงาน
          1. ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
          2. จัดเก็บข้อมูลเอกสารอย่างเป็นระบบและปัจจุบัน
          3. ประสานการดำเนินงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
          4. ติดตาม/ประเมินผล/สรุปผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
          1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          2.ตัวชี้วัด 6x2 ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
          3.แบบประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงมหาดไทย 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด
          4.หลักการพัฒนาชุมชน
          5. ภาวะผู้นำ