วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แก้จน ให้ตรงจุด



ชื่อ-สกุล  นางสาวิตรี  ประดิษแจ้งตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด 
กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน  สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก
  08-9889-9063
ชื่อเรื่อง
 แก้จน ให้ตรงจุด
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำเร็จเกี่ยวกับ
  การแก้ไขปัญหาความยากจนให้บรรลุเป้าหมาย (ครัวเรือนพ้นจน)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ
  ปี 2556-2557
สถานที่เกิดเหตุการณ์  จังหวัดฉะเชิงเทรา


ในปี 2554...
กระทรวงมหาดไทย ก่อตั้งครบ ๑๒๐ ปี และคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่  ๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ให้จัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ๑๕๐ ปี วันประสูติ และครบ ๕๐ ปี ที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ถวายพระเกียรติให้เป็นบุคคล
สำคัญของโลกคนแรกของประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย จึงกำหนดดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ โครงการลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ด้วยการขจัดความยากจนในชนบท กระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและ  ตอบสนองต่ออุดมการณ์ หรือปรัชญา“บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ตามที่องค์ปฐมเสนาบดีของกระทรวงมหาดไทยได้ ทรงวางรากฐานไว้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้จัดทำยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ พ.ศ.2554 – 2559 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม


จังหวัดฉะเชิงเทรา... ได้จัดทำรายงานคุณภาพชีวิต ประจำปี 2556 โดยมีการนำเสนอผลการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2556 ซึ่งดำเนินการจัดข้อมูลทุกครัวเรือนที่อาศัยอยู่จริง ทุกหมู่บ้านในเขตชนบท จำนวน 11 อำเภอ  81  ตำบล 779 หมู่บ้าน  89,440 ครัวเรือน จากตัวชี้วัด หมวดที่ 4 รายได้ก้าวหน้า พบว่า ข้อ 23 คนในครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าคนละ 30,000 บาท/คน/ปี มีจำนวน 49 ครัวเรือน


ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น
  1. ครัวเรือนเป้าหมาย รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วยปฏิบัติการ 4ท (ทัศนะ ทักษะ ทรัพยากร ทางออก) 
  2. ยกระดับรายได้ครัวเรือนเป้าหมาย  จากข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ข้อ 23 
  3. ชุมชนมองเห็นปัญหาและร่วมกันแก้ไขปัญหา  สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน 
  4. ภาคราชการและเอกชน ให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
  1. ปัญหาความยากจนของครัวเรือน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพของครัวเรือนในแต่ละแห่งด้วย การยกระดับครัวเรือนจึงจำเป็นต้องให้ครัวเรือนรู้จักตัวเอง และหาทางออกด้วยตนเองให้ได้ 
  2. หากมองว่าปัญหาความยากจนเป็นเรื่องของครัวเรือนนั้น ๆ เพียงอย่างเดียว  ก็คงใช่  หากแต่ชุมชน   เมื่อพบว่ามีครัวเรือนประสบปัญหาความเดือนร้อนและร่วมกันแก้ไข  ปัญหาที่ว่าใหญ่ก็จะเล็ก และขจัดไปได้ในที่สุด 
  3. ภาคีการพัฒนา ประกอบด้วยส่วนราชการ ภาคเอกชน  ต้องร่วมมือ ร่วมใจกัน  เมื่อเป็นปัญหาแล้วไม่นิ่งนอนใจ   หน้าที่ช่วยเหลือส่วนใดเป็นของใคร  หากดำเนินการอย่างเต็มที่ ปัญหาทุกอย่างย่อมแก้ไขสำเร็จไปได้
ขุมความรู้
  1. ขั้นตอนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน  ที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดขึ้นอย่างเป็นระบบ และใช้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว
  2. หน่วยงานภาคีภาคราชการรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองในการแก้ไขปัญหาความยากจน
แก่นความรู้
  1. การแก้ไขปัญหาความยากจนต้องมีการวางแผน และกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานที่มีความชัดเจน สอดคล้องกับเป้าหมาย และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ  ซึ่งในการดำเนินการตามแผนให้มีประสิทธิภาพนั้น ต้องมีกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพเหมาะสมกับช่องทาง (ทางออก) ที่กำหนด รวมถึงสนับสนุนให้คนได้รับการพัฒนาศักยภาพที่สอดคล้องกับภารกิจเพิ่มมากขึ้น 
  2. ถ้าการดำเนินงานมีการติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ครัวเรือนเป้าหมาย ได้ปฏิบัติตนได้เหมาะสมกับทางออกที่เลือกไว้ และร่วมถึงการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานอีกด้วย
ข้อเสนอแนะ
  1. ประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาความยากจน 
  2. การแก้ไขปัญหาในระดับครัวเรือนต้องใช้หลักการพัฒนาที่มีพื้นที่เป็นตัวตั้งและทุกฝ่ายในพื้นที่ประสานความร่วมมือกัน 
  3. ทุกฝ่ายซึ่งอยู่ในพื้นที่ควรประสานความร่วมมือในการเข้าไปสนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจนซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายที่อยู่ในพื้นที่ 
  4. ควรมีระบบข้อมูลและการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจน 
  5. ควรมีนโยบาย ข้อกำหนด และระบบงบประมาณของทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติที่สนับสนุนและเอื้อต่อการแก้ปัญหาความยากจน

เทคนิคการตรวจสุขภาพทางการเงินกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต



เจ้าของความรู้ : นางธัญสินี  แก้วศิริ
ตำแหน่ง : หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ
สังกัด : สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชื่อความรู้ : เทคนิคการตรวจสุขภาพทางการเงินกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
การแก้ปัญหาเกี่ยวกับ : ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพทางการเงินกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

ความเป็นมา...
จากการที่ผู้ปฏิบัติได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เนื่องจากบางพื้นที่ขาดการติดตาม ส่งเสริม และสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเกิดปัญหาในการบริหารจัดการเงินทุนของคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ขาดการตรวจสอบ และควบคุมการดำเนินงานให้เกิดความโปร่งใสเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ตลอดจนการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อให้การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพทางการเงินเป็นเครื่องมือที่เรียกว่า “ปรอทวัดความสุขทางการเงิน” วิธีการตรวจสุขภาพทางการเงินนี้ เปรียบเสมือนการตรวจร่างกายของมนุษย์ ซึ่งจะได้หาทางแก้ไขปรับปรุง และป้องกันด้วยวิธีการวางเป้าหมายในการพัฒนาแก่องค์กรการเงินชุมชนได้อย่างเป็นระบบ และเกิดประสิทธิผลสูงสุด

วิธีการดำเนินงาน
... ใช้วิธีการจัดเวทีแบบมีส่วนร่วมโดยใช้เกณฑ์การตรวจสุขภาพทางการเงินเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์การดำเนินงาน โดยใช้วิธีการถามตอบระหว่างผู้ร่วมเวที พร้อมกับการให้ความรู้เพิ่มเติม เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ แนวทางการดำเนินงาน ใช้เทคนิคการเป็นวิทยากรกระบวนการทุกคนมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมเวทีทุกคน โดยมีข้อพึงระวังในการจัดเวทีด้วยการให้เกียรติกับทุกคนให้เขารู้สึกมีความ เป็นกันเอง มีความสำคัญกับการแสดงความคิดเห็น อย่าฟังเฉพาะผู้เข้าร่วมเวทีบางคนที่พยายามนำความคิดของตัวเองเพื่อชักนำความคิดเห็นของผู้อื่น ในการพัฒนาการดำเนินการตรวจสุขภาพทางการเงินของกลุ่มอออมทรัพย์เพื่อการผลิตเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนควรใช้กระบวนการทำงานพัฒนาชุมชนให้ครบกระบวนการแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ขุมความรู้

  1. กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน 
  2. หลักการ แนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 
  3. การจัดทำแผนและการพัฒนาตามแผนการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 
  4. การประเมินผลการดำเนินงาน
แก่นความรู้... การสร้างกระบวนมีส่วนร่วมในการพัฒนาร่วมกันของคนในชุมชน

กลยุทธการทำงาน...
ใช้กลยุทธ์การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอนการพัฒนา ตั้งแต่ร่วมวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ร่วมวางแผนพัฒนา ร่วมสร้างประโยชน์และใช้ประโยชน์ ร่วมรับผลประโยชน์ด้วยความพึงพอใจ และร่วมประเมินผลจากการพัฒนา

แนวคิดทฤษฎี


  1. ทฤษฎีการมีส่วนร่วมของประชาชน 
  2. ทฤษฎีหลักการแนวทางพัฒนาชุมชน 
  3. ทฤษฎีหลักการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง



ชื่อ – นามสกุล  นายธีรยุทธ  เปลี่ยนผัน
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคลองเขื่อน

ชื่อเรื่อง  การบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

สถานที่เกิดเหตุการณ์  บ้านหัวลำพู หมู่ที่ 4 ตำบลคลองเขื่อน

 

ก่อนที่จะเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง... จะต้องมีการคัดเลือกหมู่บ้านที่มีความพร้อม ในทุกด้าน และต้องผ่านตัวชี้วัด  6x2 และตัวชี้วัดของกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดระดับของหมู่บ้านเพื่อการพัฒนา ตามกรอบแนวทางการพัฒนาของกระทรวงมหาดไทย
 

บ้านหัวลำพู... หมู่ที่ 4 ตำบลคลองเขื่อน เป็นหมู่บ้านหนึ่งในหลายๆ หมู่บ้านในอำเภอคลองเขื่อน ที่ได้รับงบประมาณในการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จากกรมการพัฒนาชุมชน จากเกณฑ์ประเมินหมู่บ้าน บ้านหัวลำพู อยู่ในระดับ”พออยู่พอกิน” ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุด จึงได้งบประมาณในการพัฒนาหมู่บ้านเป็นเงิน  120,000 บาท(หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) หลังจากมีการอบรมแกนนำแล้ว ก็ได้มีการอบรมครัวเรือนเป้าหมาย  จำนวน  30  ครัวเรือน  โดยมีการอบรมตามขั้นตอน จนครบตามหลักสูตร  ในปี 2556 ได้รับงบประมาณโครงการรักษาและพัฒนาความเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเพื่อขยายผล  เป็นเงิน 27,500 บาท   (สองหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)  และกิจกรรมสาธิตการดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
 

นายสุชาติ  เสน่หา ผู้ใหญ่บ้าน (กำนันในขณะนั้น)... ได้จัดประชุมครัวเรือนเป้าหมาย 30  ครัวเรือน เพื่อจัดทำโครงการ โดยให้แนวคิดกับที่ประชุมว่า “เราเป็นครัวเรือนเป้าหมายตามโรงการ เป็นครัวเรือนที่มีโอกาสได้รับสิ่งของจากเงินงบประมาณก้อนนี้  แล้วทำอย่างไรเล่าจะทำให้งบประมาณก้อนนี้ ไปถึงมือผู้ที่ไม่มีโอกาสได้รับงบประมาณได้บ้าง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร แต่เขาก็เป็นสมาชิกในหมู่บ้าน ใช่อื่นไกล พี่น้องเราทั้งนั้น” หลังจากนั้นในที่ประชุมได้พิจารณาถึงสภาพทั่วไปของหมู่บ้าน  อาชีพ ของครัวเรือนเป้าหมาย ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา และทุกครัวเรือนต้องใช้ปุ๋ยในการเพิ่มผลผลิต ถ้าทำน้ำหมักชีวภาพ ก็ไม่ทันการเพราะอยู่ในช่วงของฤดูกาลผลิตแล้ว จึงได้จัดทำโครงการซื้อปุ๋ยเคมีใช้ในนาข้าว แล้วจะทำอย่างไรเล่าถึงจะได้ใช้งบประมาณก้อนนี้ได้ทั้งหมู่บ้าน เป็นเรื่องที่น่าขบคิดของหมู่บ้าน และได้มีการถกเถียงกันกันยกใหญ่ จึงได้มีคณะกรรมการหมู่บ้านให้แนวความคิดว่า”ทำไมไม่เอาเงินเข้ากองทุนปุ๋ยของหมู่บ้านละ” ถึงบางอ้อเลยครับ กองทุนปุ๋ยของหมู่บ้านก็มีนี้ แล้วครัวเรือนเป้าหมายจะยอมหรือ จนได้ข้อสรุปว่า ในปีแรกให้นำปุ๋ยไปใช้  แล้วขายผลผลิตได้ให้เอาเงินคืนโดยไม่มีดอกเบี้ย(กองทุนปุ๋ยหมู่บ้านมีดอกเบี้ย) หลังจากนั้นก็เป็นกองทุนในปุ๋ยหมุนเวียนต่อไป
 

หลังจากนั้นบ้านหัวลำพู... ยังได้รับงบประมาณในปี 2557 จากกรมการพัฒนาชุมชน  โครงการเพิ่มประสิทธิภาพหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เป็นเงิน 21,300 บาท(สองหมื่นหนึ่งพันสามร้อยบาทถ้วน) และได้นำเงินทุนก้อนนี้ไปซื้อปุ๋ยอีกเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนให้กับหมู่บ้าน
 

จะเห็นได้ว่าโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงฯ... บางกิจกรรมหรือหลายกิจกรรมก็สามารถนำมาประยุกต์และบูรณาการเป็นกิจกรรมที่เกิดประโยชน์แก่ทุกคนในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี  จากเพียงบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ ถ้าเรายืดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ



ชื่อ-สกุล  นางจงธพรรณ  ยงพฤกษา
ตำแหน่ง
  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด  
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคลองเขื่อน
ชื่อเรื่อง
การบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ปี
2557
สถานที่
บ้านวังขอน ตำบลก้อนแก้ว อำเภอคลองเขื่อน


ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง...
เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานแนวทางการดำรงชีวิตและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบครอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน


กรมการพัฒนาชุมชน... ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ใน ๓ ระดับ คือ  “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี ” “มั่งมี ศรีสุข ” โดยเป้าหมายของกรมการพัฒนาชุมชน คือ ชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนพึ่งตนเองได้และครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีมีความสุข กระบวนการพัฒนาชุมชนของกรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา กรมฯได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาดำเนินการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน โดยการพัฒนาศักยภาพชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก ส่งเสริมการบริหารจัดการทุนชุมชน สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวางแผนชุมชน เพื่อแก้ปัญหาของชุมชน และส่งเสริมให้เกิดการจัดการความรู้ของชุมชน ซึ่งมีความสอดคล้องกับหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


กิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ...
  1. สร้างการเรียนรู้ของประชาชนและเกิดการยอมรับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน
  2. สร้างกระบวนการเรียนรู้สภาพของชุมชนและฝึกการตัดสินใจเพื่อการพัฒนาชุมชนโดยคนในชุมชน ด้วยกิจกรรมการปรับแผนชีวิตสำหรับครอบครัวและแผนชุมชนสำหรับชุมชน
  3. กิจกรรมเพิ่มทักษะการประกอบกิจกรรมการดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงในครัวเรือน ทักษะการบริหารจัดการกิจกรรมกลุ่ม ทักษะการบริการจัดการเครือข่ายเพื่อการพัฒนาให้เป็นไปตามพื้นฐานของหมู่บ้าน  และมีการจัดการความรู้เพื่อใช้ในการปรับปรุงงานการพัฒนาหมู่บ้านต่อไป


บันทึกขุมความรู้...
กระบวนการดำเนินงาน  มีดังนี้
  1. เผยแพร่แนวความคิดในที่ประชุมประจำเดือนผู้ใหญ่บ้าน 
  2. คัดเลือกหมู่บ้านต้นแบบที่มีจิตอาสาสมัครในการดำเนินงาน 
  3. จัดประชุมผู้นำหมู่บ้าน ค้นหาแกนนำของหมู่บ้านเพื่อเป็นแกนหลัก 
  4. จัดเวทีประชาคม/ประชุมแกนนำของหมู่บ้าน กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรม 
  5. วิเคราะห์ศักยภาพครัวเรือน ศักยภาพของชุมชน และเรียนรู้ 
  6. จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนหมู่บ้านต้นแบบภายใต้ศักยภาพและทุนของชุมชน 
  7. บูรณาการการขับเคลื่อนหมู่บ้านกับภาคีการพัฒนาในชุมชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 
  8. ดำเนินการขับเคลื่อนหมู่บ้านตามแผนปฏิบัติการที่กำหนด โดยการสร้างครอบครัวต้นแบบขยายผลไปสู่ครอบครัวอื่น ๆ ในชุมชน 
  9. กำหนดการสร้างแรงจูงใจ ด้วยการส่งประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชนระดับอำเภอ/จังหวัด 
  10. ทีมแกนนำติดตามประเมินผลในการขับเคลื่อนกิจกรรมในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์ในการทำงาน...
การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา หลักการทำงานร่วมกันและการเรียนรู้จากการปฏิบัติ การพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน และเชื่อมโยงกิจกรรมในชุมชน
ให้เป็นระบบและเป็นองค์รวม เพื่อให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงกันและสนับสนุนให้เกิดชุมชนเป็นชุมชนจัดการตนเองด้วยตนเอง 

การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ



ชื่อ-นามสกุล  นายวีรพล  โพธิ์ชัย
ตำแหน่ง  พัฒนาการอำเภอคลองเขื่อน
เรื่อง  การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
สถานที่  บ้านหัวลำพู หมู่ที่ 4 ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน


สภาพเดิม...
บ้านหัวลำพู หมู่ที่ 4 ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน  เป็นหมู่บ้านชนบท เหมือนกับหมู่บ้านโดยทั่วไป คือ อาชีพหลัก ได้แก่ การทำนา(ปีละ 2 ครั้ง) อาชีพเสริม ได้แก่ การเลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว จำพวก ข่า ตะไคร้ เวลาที่เหลือ สังสรรค์ กินเหล้า เล่นการพนัน

ปีงบประมาณ 2555...  ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน  ให้ดำเนินงานโครงการขยายผลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง  เป็นเงิน 120,000 บาท
ปีงบประมาณ 2556... ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินโครงการรักษาและพัฒนาคุณภาพความเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเพื่อขยายผล เป็นเงิน 27,500 บาท
ปีงบประมาณ 2557... ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เป็นเงิน 21,300 บาท


ผลจากการดำเนินโครงการ
...ชาวบ้านมีความคิดว่ากิจกรรมสาธิตการดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ควรดำเนินการในรูปของทุนของกลุ่ม ในปี 2556  จึงเสนอจัดซื้อปุ๋ยแล้วให้ชาวบ้านยืมไปประกอบอาชีพโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี แล้วนำเงินที่ได้ไปสมทบกองทุนปุ๋ยของหมู่บ้าน ดำเนินการ 2 ปี มีเงินทุนเข้ากองทุนปุ๋ย จำนวน 18,720 บาท รวมกับเงินกองทุนเดิม ทำให้ปัจจุบันกองทุนปุ๋ยของหมู่บ้านมีเงินทั้งสิ้น 800,000 บาท

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น...

  1. ชาวบ้านให้ความสำคัญกับการประชุม ประชาคมของหมู่บ้านมากขึ้น 
  2. ชาวบ้านให้ความสำคัญกับอาชีพเสริม(ปลูกผัก,เลี้ยงปลา,กบ) โดยมีรถยนต์รับส่งผักไปจำหน่ายที่ตลาดไท และตลาดเนื่องจำนง จังหวัดชลบุรี ทุกวัน ชาวบ้านมีรายได้เสริมวันละ 200 – 300 บาท 
  3. อบายมุขลดลง ชาวบ้านพูดคุยเรื่องการทำมาหากินมากขึ้น 
  4. ชาวบ้านมีทัศนคติที่ดีกับข้าราชการ และมองข้าราชการเป็นที่พึ่ง รับฟังมากขึ้น
ปัญหา
  1. ชาวบ้าน ไม่มีความสามารถในเรื่องการตลาด ขาดความรู้เรื่องตลาด ขาดบุคลากรเดินตลาด 
  2. เงินทุนในการรับซื้อผลผลิตของสมาชิก 
  3. ไม่มีสถานที่รวมผลผลิต
วิธีการแก้ไข
  1. ใช้บ้านประธาน กพสม. เป็นสถานที่รวบรวมผลผลิต 
  2. ระดมเงินทุนรับซื้อผลผลิตของสมาชิก
ข้อเสนอ
  1. ด้านความรู้ในการส่งเสริมชาวบ้านในการจัดทำตลาด 
  2. ต้องการสถานที่รวมผลผลิต 
  3. เงินทุนในการรับซื้อผลผลิตจากสมาชิก
ความคาดหวัง
  1. ชาวบ้านประกอบอาชีพที่หลากหลาย และมีรายได้เพิ่มขึ้น 
  2. ชาวบ้านพึ่งพาตนเอง และมีกิจกรรมพึ่งพาตนเองในหมู่บ้าน เช่น โรงสีข้าว ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่