วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการคัดเลือกหมู่บ้านประกวด

ตั้งแต่ข้าพเจ้าเป็นพัฒนาการอำเภอมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ กิจกรรมพัฒนาชุมชนที่ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ยาก และต้องใช้ความสามารถในการดำเนินการมากที่สุด ก็คือ กิจกรรมการประกวดกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนดีเด่น โดยเฉพาะการคัดเลือกหมู่บ้าน ซึ่งจะประกวด “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ระดับจังหวัด ซึ่งการประกวดแต่ละครั้งกรมการพัฒนาชุมชนไม่ได้สนับสนุนงบประมาณลงมาในระดับอำเภอ เพราะฉะนั้นในการคัดเลือกนั้นต้องคัดเลือกหมู่บ้านที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง และมีความเข้มแข็งตั้งแต่ ผู้ใหญ่บ้าน,คณะกรรมการหมู่บ้าน พร้อมกับชาวบ้านต้องให้การมีส่วนร่วม

วิธีดำเนินการ
๑. ข้าพเจ้าจะประชุมทีมงานในอำเภอ และดูว่าหมู่บ้านนั้น มีทุนอะไรอยู่ในหมู่บ้านบ้าง และอะไรที่เราจะต้องนำไปเสริมให้เกิดความสมบูรณ์แบบ และในหมู่บ้านนั้นกิจกรรมประกวดด้านอื่น เช่น ผู้นำวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ครอบครัวพัฒนา กลุ่มออมทรัพย์ หรือกลุ่มต่าง ๆ มีความเข้มแข็งหรือไม่

๒. เมื่อได้หมู่บ้านที่ต้องการแล้ว(ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้าพเจ้าได้คัดเลือกบ้านอ่างเตย หมู่ที่ ๙ ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา) รายงานนายอำเภอทราบ ข้าพเจ้าและพัฒนากรประจำตำบล ได้ไปจัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้คณะกรรมการหมู่บ้าน รับรู้ถึงการคัดเลือกหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านประกวด นำเสนอหลักการและวัตถุประสงค์ในการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด และกิจกรรมเครือข่าย และชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ

๓. ประชาคมชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจในโครงการประกวดดังกล่าว
ทีมงานพัฒนาชุมชนประชุมกำหนดรูปแบบการจัดกิจกรรม และวิธีการนำเสนอกิจกรรม ต่าง ๆ ในหมู่บ้าน วิธีการต้อนรับคณะกรรมการ และสถานที่ดูงานที่จะพาคณะกรรมการเยี่ยมชม ทีมงานพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ร่วมกันจัดสถานที่ต้อนรับ จัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน และเตรียมเชิญชาวบ้านอ่างเตยได้เข้าร่วมในกิจกรรมประกวดหมู่บ้านในครั้งนี้ด้วย

ข้าพเจ้าได้ประสานหน่วยงานต่าง ๆ และภาคีการพัฒนา รวมถึงผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เข้าร่วมเป็นเกียรติในการประกวดกิจกรรมในครั้งนี้ โดยเรียนเชิญนายอำเภอ ร่วมต้อนรับคณะกรรมการประกวด มีกิจกรรมการแสดงเพื่อความประทับใจสำหรับกรรมการ

แก่นความรู้
การคัดเลือกหมู่บ้าน ต้องคำนึงถึง
๑.
ความพร้อมของหมู่บ้าน เช่น ผู้นำ คณะกรรมการหมู่บ้าน สถานที่

๒.
การมีกลุ่ม/องค์กรต่าง ๆ ที่หลากหลายและเข้มแข็ง

๓.
ความร่วมมือของชาวบ้าน

๔.
การดำรงชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


และในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ บ้านอ่างเตย หมู่ที่ ๙ ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
“อยู่เย็น เป็นสุข” ระดับจังหวัด และได้รับโล่พระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็นที่ภาคภูมิใจของชาวบ้าน อ่างเตยเป็นอย่างยิ่ง

นางรงรอง พงษ์ชวลิต

พัฒนาการอำเภอพนมสารคาม
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพนมสารคาม

วิธีการจัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ. ตำบลหนองยาว

เนื่องจากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกคน ต้องรับผิดชอบงานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ในตำบลที่รับผิดชอบดำเนินการตามโครงการและกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งข้าพเจ้า รับผิดชอบตำบลหนองยาว ข้อมูล จปฐ. ปี 2554 มีจำนวนครัวเรือน 1,616 ครัวเรือน ในการประมวลผลข้อมูลปรากฏว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้น ยังคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง ผู้จัดเก็บและผู้ให้ข้อมูล ยังไม่เข้าใจเช่น ในเรื่องรายได้ของครัวเรือน ซึ่งผู้สำรวจไม่ได้ใส่ข้อมูลจากการสอบถามพบว่าผู้กรอกแบบสำรวจไม่กล้าบอกรายได้เนื่องจากการกลัวเรื่องภาษี จึงต้องให้ผู้สำรวจลงไปสำรวจเรื่องรายได้และอธิบายเหตุผลว่าเป็นการสำรวจถึงคุณภาพชีวิตในเรื่องรายได้ ซึ่งถ้าไม่ใส่จำนวนรายได้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ออกมาให้ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ องค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ยังไม่ยอมรับในความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว

การจัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ. จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการทบทวนและวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ.ในแต่ละตัวชี้วัด และชี้แจงข้อคำถามให้แก่ อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ. , เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลของ อปท. , เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ของแต่ละตำบล ให้มีความเข้าใจ และร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกัน

วิธีทำ
1. จัดทำโครงการจัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ.ขึ้นในตำบล โดยขอใช้สถานที่ห้องประชุมของ อบต.หนองยาว อำเภอพนมสารคาม
2. กำหนดบุคคลเป้าหมาย วัน เวลา สถานที่จัดเวที วิเคราะห์ข้อมูล จปฐ.ปี 2554
3. ส่งหนังสือเชิญประชุมตามกำหนด
4. ดำเนินการจัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ. ปี 2554
5. สรุปประเมินผลการจัดเวทีฯ

ขุมความรู้

1. จัดทำโครงการ จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ.ปี 2554 ขึ้นในแต่ละตำบล
2. กำหนดบุคคลเป้าหมาย วัน เวลา สถานที่จัดเวที วิเคราะห์ข้อมูล จปฐ.ปี 2554
3. ดำเนินการจัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ. ปี 2554
4. สรุปประเมินผลการจัดเวทีฯ

แก่นความรู้เมื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและบันทึกข้อมูล จปฐ. พร้อมมีการประมวลผลข้อมูล จปฐ. เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะได้สรุปข้อมูลที่ตกเกณฑ์ในแต่ละตัวชี้วัด ซึ่งจะต้องนำข้อมูลตกเกณฑ์ในแต่ละตัวชี้วัดนำไปเข้าที่ประชุมภาคีเครือข่ายการพัฒนา ทั้งในระดับอำเภอและระดับตำบล เพื่อจะได้กำหนดแผนดำเนินการพัฒนายกระดับครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ในแต่ละตัวชี้วัด โดยจะมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์ นำไปจัดทำแผนดำเนินการพัฒนายกระดับครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ พร้อมทั้งสนับสนุนด้านวิชาการ งบประมาณและแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ครัวเรือนเป้าหมายต่อไป

กลยุทธิ์ในการทำงาน ในการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ควรจะจัดประชุมชี้แจงให้ความรู้แก่อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ให้มีความเข้าใจในแต่ละข้อคำถาม วิธีนำเสนอโดยใช้ ข้อมูลจปฐ.ที่จัดเก็บแล้วนำมาวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน และเน้นให้อาสาสมัครจัดเก็บที่เข้ารับการอบรมชี้แจงให้ลงไปสำรวจและเก็บข้อมูล จปฐ.ด้วยตนเอง ห้ามไม่ให้ไปจ้างวานเด็กนักเรียนหรือคนในชุมชนที่ไม่ได้รับการอบรมชี้แจงการจัดเก็บฯไปทำการจัดเก็บ

ผลที่ได้รับ อาสาสมัครจัดเก็บได้รับการอบรมและมีความเข้าใจในแต่ละข้อคำถาม ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องและเชื่อถือได้ สามารถนำไปกำหนดแผนพัฒนาชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างแท้จริง

นางพรรณมนต์พร เข็มประดับ
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพนมสารคาม
โทร 089-9310149

วิธีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองอีโถน

อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้เกณฑ์ตัวชี้วัด 6 ด้าน ประกอบด้วย การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ การออม การดำรงชีวิต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการเอื้ออาทร ในส่วนของอำเภอพนมสารคามได้ดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โดยดำเนินการคัดเลือกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับพออยู่ พอกิน จำนวน 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 12 บ้านหนองอีโถน ตำบลเกาะขนุน และหมู่ที่ 8 บ้านหนองบัว ตำบลหนองแหน

แนวทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ได้น้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจตามทางสายกลาง
3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ ในการพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี ภายใต้เงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขความรู้ (รอบรู้รอบคอบระมัดระวัง) เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน) เพื่อนำไปสู่ ชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อมสมดุล/มั่นคงและยั่งยืน

ในปัจจุบันการดำเนินงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้แบบประเมินผลและการจัดระดับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตามเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย มี 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด เพื่อจัดระดับ 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับ “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี” และ”มั่งมี ศรีสุข” ตัวชี้วัดประกอบด้วย

1) ด้านจิตใจและสังคม (มี 7 ตัวชี้วัด) ได้แก่
(1) มีความสามัคคีและความร่วมมือของคนในหมู่บ้าน
(2) มีข้อปฏิบัติของหมู่บ้าน
(3) มีกองทุนในรูปแบบสวัสดิการแก่สมาชิก
(4) ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย
(5) มีคุณธรรม/จริยธรรม
(6) คนในหมู่บ้าน/ชุมชน ปลอดอบายมุข
(7) มีความเชื่อมั่นในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2) ด้านเศรษฐกิจ (มี 5 ตัวชี้วัด) ได้แก่
(8) มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน
(9) มีกิจกรรมลดรายจ่ายและสร้างรายได้
(10) มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพหลักของหมู่บ้าน
(11) มีกิจกรรมการออมที่หลากหลาย
(12) มีการดำเนินงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มที่มีการดำเนินงาน

3) ด้านการเรียนรู้ (มี 7 ตัวชี้วัด) ได้แก่
(13) มีข้อมูลของชุมชน
(14) มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชน และแผนชุมชน
(15) มีการค้นหาและใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างคุณค่า
(16) มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน
(17) มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน
(18) มีการสร้างเครือข่ายภาคีการพัฒนา
(19) มีการปฏิบัติตามหลักการพึ่งตนเอง

4) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มี 4 ตัวชี้วัด) ได้แก่
(20) มีจิตสำนึกของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(21) มีกลุ่มองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม
(22) มีการใช้พลังงานทดแทนที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของชุมชน
(23) มีการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม

ในส่วนของอำเภอพนมสารคาม ระดับ “พออยู่ พอกิน”
ตัวชี้วัด ผ่าน
10-16 ตัว ตัวชี้วัดหลัก 10 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ตัวชี้วัดที่1,2,4,8,10,13,16,17,20,21

ขุมความรู้
1. แนวทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. การประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตามตัวชี้วัด 6x2
3. การประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด กำหนดหมู่บ้านต้นแบบ 3 ระดับ “พออยู่ พอกิน” อยู่ดี กินดี” “มั่งมี ศรีสุข”
4. แผนการแก้ปัญหาของครัวเรือนด้านเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล สร้างภูมิคุ้มกัน ความรู้และการเรียนรู้
5. แผนปฏิบัติการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ตามเกณฑ์การประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย

แก่นความรู้
1.การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปี
2.หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับ “พออยู่ พอกิน”
3.การแก้ไขปัญหาของครัวเรือนด้านเศรษฐกิจพอเพียง
4.การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบตามเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดกระทรวงมหาดไทย

กลยุทธ์ในการทำงาน
1.ประชุมผู้แทนครอบครัวพัฒนา ให้การเรียนรู้วิถึชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ชี้แจงแนวทางและหลักการปฏิบัติ การจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูล จปฐ. ข้อมูล กชช. 2 ค และข้อมูลอื่นๆ
2. สาธิตกิจกรรมการดำรงชีวิตตามแนววิถึชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับ พออยู่ พอกิน”
3.ประสานการดำเนินงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

4.ติดตาม/ประเมินผล/สรุปผลการดำเนินงานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

นางสาวนงลักษณ์ นพกร
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพนมสารคาม

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการประสานงานที่ดี

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้ดำเนินกิจกรรมตามโครงการคัดเลือกกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นการรวบรวมกิจกรรมทุกอย่างในหมู่บ้านเพื่อเข้ารับการคัดเลือกกิจกรรมดีเด่นในระดับจังหวัด สิ่งที่ต้องทำในลำดับแรก ก็คือการประสานหน่วยงานภาคีในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้ทราบและเข้าร่วมดำเนินการ และประสานผู้นำ/กลุ่ม/องค์กร/ประชาชนในระดับหมู่บ้าน/ตำบลเพื่อขอความร่วมมือเข้าร่วมการคัดเลือกกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งในการประสานงานเพื่อขอความร่วมมือ เข้าร่วมกิจกรรมนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากพอสมควรเนื่องจากภารกิจการงานและเวลาว่างของแต่ละบุคคลมีไม่พร้อมกัน และการเข้าสู่การคัดเลือกกิจกรรมนั้นจะต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเพียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความสามัคคี และมีผลการดำเนินงานที่ดีเด่น คือจะต้องเพียบพร้อมทุกอย่าง ดังนั้นเทคนิคที่สำคัญอันหนึ่งที่จะส่งผลการคัดเลือกกิจกรรมครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ก็คือการประสานงาน นับได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอันดับแรก

ดังนั้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมาดังกล่าว ซึ่งได้ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลชนะเลิศในการคัดเลือกกิจกรรมพัฒนาชุมชนครั้งนี้ ประการหนึ่งก็ด้วยการใช้เทคนิคการประสานงานของตัวข้าพเจ้าเอง ซึ่งใช้เทคนิคดังนี้

๑. การใช้โทรศัพท์ในการประสานงานเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ประหยัดเวลา โดยมีข้อคำนึง ดังนี้
- เตรียมบัญชีเบอร์โทรศัพท์ของผู้ประสานงาน
- การใช้โทรศัพท์ควรจะประสานกับระดับเดียวกัน หรือต่ำกว่าเท่านั้น(ถ้าจำเป็นระดับที่สูงกว่า ก็ได้)
- ใช้คำพูดให้เหมาะสม ให้สุภาพ ให้เกียรติแก่ผู้ประสานงาน และควรพูดเรื่องอื่นก่อน คือเรื่องความเป็นอยู่สุขสบายก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการประสานงาน
- ให้ความเป็นกันเอง โดยใช้คำพูดแบบพี่ น้อง อ่อนน้อมถ่อมตนด้วยความจริงใจและมีคำขอบคุณเสมอ เมื่อตกลงการใดแล้วต้องรีบทำ

๒. มีหนังสือเป็นทางการ
- เป็นการให้ทราบข้อความที่ชัดเจน หรือเป็นการขอบคุณ ซึ่งเป็นการประสานแบบเป็นทางการ

๓. ลงพื้นที่พบปะพูดคุยด้วยตนเอง เพื่อได้เห็นหน้าเห็นตากัน แสดงถึงความรู้สึกที่ดี เกิดความเข้าใจ และสามารถอธิบายความได้ดี เป็นการให้ความสำคัญแก่ผู้ประสานงาน และควรจดบันทึกช่วยจำกันลืมทั้งสอง

๔. เมื่อเวลาเขาต้องมาประสานงานกับเราบ้าง ก็ควรจะให้ความร่วมมืออย่างจริงจังกับเขาด้วยเสมอ และถ้าไม่สามารถไปร่วมงานกับเขาได้ต้องปฏิเสธอย่างมีเหตุผลที่ดี และหาทางออกที่ดี เช่นอาจมีตัวแทน ไปร่วมงานด้วย

๕. เมื่อมีงานสังคมตามปกติทั่วไป ก็ควรที่จะไปร่วมงานกับเขาบ้างเป็นส่วนใหญ่

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-
การใช้โทรศัพท์ในการประสานงานเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ประหยัดเวลา

-
ใช้คำพูดให้เหมาะสม ให้สุภาพ ให้เกียรติแก่ผู้ประสานงาน

- ความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน ความจริงใจ

- การประสานงาน มีหนังสือเป็นทางการ

- ลงพื้นที่พบปะพูดคุยด้วยตนเอง แสดงถึงความรู้สึกที่ดี

-
ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังกับเขาด้วยเสมอ

-
เข้าร่วมงานสังคม


แก่นความรู้ (
Core Competencies)
-
การประสานงาน

-
ความรวดเร็ว

-
หนังสือเป็นทางการ

-
ความร่วมมือ

-
การร่วมงาน

กลยุทธในการทำงาน
- ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องอาศัยความเข้าใจในเนื้องานที่ทำ แล้วหาวิธีการทางลัดที่จะมุ่งสัมฤทธิ์ผลดังเป้าหมายที่วางไว้ ในการเข้าร่วมคัดเลือกกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ข้าพเจ้าจึงใช้กลยุทธแห่งการประสานงานที่ดี จึงได้รับความร่วมมือด้วยดีมาโดยตลอด ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของความสำเร็จในการนี้

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฏี ที่เกี่ยวข้อง
- ได้แนวคิดจากการฝึกอบรมของการเป็นข้าราชการ ในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ในเรื่องของการประสานงาน ซึ่งพัฒนากรนั้นเป็นผู้ประสานงานในตำบลที่รับผิดชอบ ดังนั้นจากการอบรมจึงได้รับความรู้ในเรื่องของการประสานงาน และได้นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมของแต่ละงานที่รับผิดชอบ

นายอภินันท์ เกิดสุข
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพนมสารคาม

วิธีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองบัว

อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โดยดำเนินการคัดเลือกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับพออยู่ พอกิน จำนวน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองบัว หมู่ที่ 8 ตำบลหนองแหนและบ้านหนองอีโถน หมู่ที่ 12 ตำบลเกาะขนุน

โดยบ้านหนองบัวหมู่ที่ 8 มีวิธีการในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน ดังนี้


1. ด้านการลดรายจ่าย

การส่งเสริมให้ครัวเรือนปลูกพืชผักสวนครัว ในบริเวณบ้านเรือน โดยเน้นการปลูกเพื่อกินเองภายในครัวเรือน ปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก การเลี้ยงสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร เนื่องจากหมู่บ้านหนองบัวมีลักษณะเป็นชุมชนเกษตรกรรมอยู่เป็นพื้นฐานแล้วทำให้ ทำให้ครัวเรือนส่วนใหญ่จะมีการปลูกพืชผักสวนครัวควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการลดรายจ่ายในการซื้อสินค้าเพื่อมาบริโภคในครัวเรือนได้


การรณรงค์ให้ครัวเรือนต่างๆ ลด ละ เลิก สุรา ยาเสพติด บุหรี่ และการพนัน โดยมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด การรับรองครัวเรือนปลอดยาเสพติด ส่งเสริมการเล่นกีฬาซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการลด ละ เลิก อบายมุข และส่งเสริมสุขภาพ โดยได้การสนับสนุนจากกองทุนแม่ของแผ่นดิน


การจัดทำบัญชีครัวเรือน ครัวเรือนในบ้านหนองบัวมีการทำบัญชีครัวเรือนอยู่เป็นประจำ เพื่อเป็นการตรวจสอบรายจ่ายประจำวัน และเป็นการช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยการจัดทำบัญชีครัวเรือนยังช่วยเชื่อมโยงไปสู่การลด ละ เลิก อบายมุข ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็น


2. ด้านการเพิ่มรายได้

การส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพ บ้านหนองบัวมีการรวมกลุ่มกันอยู่เป็นประจำ เพื่อจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาทักษะด้านการประกอบอาชีพต่างๆ ได้แก่ การฝึกอบรมการทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำหมักชีวภาพ การเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ การเรียนรู้การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การผลิตน้ำส้มควันไม้ เป็นต้น นอกจากนี้บ้านหนองบัวยังมีกลุ่มอาชีพที่ทำเรื่องของหัตกรรมจักรสาน ไม้กวาด ตะกร้าไม้ไผ่ เครื่องประดับ งานฝีมือต่างๆ


การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในครัวเรือน บ้านหนองบัวมีการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ได้รวมกลุ่มกันฝึกอบรม เช่น ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำส้มควันไม้ ที่ได้ทำขึ้นเองภายในหมู่บ้าน ซึ่งช่วยเพิ่มผลิตทางการเกษตรและมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของชุมชน


3. ด้านการประหยัด การออม

มีการออมเงิน โดยออมเข้ากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ซึ่งครัวเรือนที่เก็บออมกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมีจำนวน 272 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ และมีการออมเงินในรูปแบบการออมวันละ 1 บาท


4. ด้านการเรียนรู้

บ้านหนองบัวมีศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่รวบรวมประวัติศาสตร์ เรื่องราว และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ ที่มีในหมู่บ้านโดย มีการบันทึกเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษร และตีพิมพ์ให้ผู้ที่สนใจได้อ่าน นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มกันศึกษาเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาทั้งจากที่มีการบันทึก จากตัวปราชญ์ชาวบ้าน เช่น การเรียนรู้วิธีการสีข้าวจากโรงสีข้าวโบราณในหมู่บ้าน การทำบายศรีแบบโบราณ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาให้คงอยู่ต่อไป


การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านหนองบัวจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงให้ได้ศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และมีการจัดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำบัญชีครัวเรือน การทำน้ำหมักชีวภาพ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้


5. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บ้านหนองบัวมีพื้นที่ป่าชุมชน และมีการจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอยู่เสมอ ได้แก่ การปลูกป่าในพื้นที่ป่าชุมชน การปลูกป่าเฉลิมเกียรติฯ การจัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเก็บขยะรอบหมู่บ้าน การปรับภูมิทัศน์รอบหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมด้านการลดใช้พลังงาน ได้แก่ การรณรงค์โครงการทางเดียวกันไปด้วยกัน การประหยัดไฟฟ้าปิดเมื่อไม่ใช้ ปิดไฟในเวลาที่กำหนด


การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า บ้านหนองบัวมีกลุ่มผู้ใช้น้ำซึ่งคอยดูแลการใช้น้ำของคนในหมู่บ้านเพื่อให้การใช้ทรัพยากรน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด


ลดการใช้สารเคมีที่อาจปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดอันตรายโดยส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้ปุ๋ยชีวภาพ และสมุนไพรไล่แมลง


6. ด้านการเอื้ออารีต่อกัน

ชาวบ้านหนองบัวมีความเอื้ออารีต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในเรื่องต่างๆ ทั้งในการจัดสวัสดิการชุมชนก็ยังมีสวัสดิการด้านต่างๆ เพื่อคอยช่วยเหลือคนในชุมชน เช่น ค่าเยี่ยมคนป่วย ฌาปนกิจ ทุนการศึกษา สาธารณประโยชน์ การดูแลคนพิการและด้อยโอกาส การสนับสนุนเครื่องมือในการประกอบอาชีพ


บ้านหนองบัวมีความรักและสามัคคีกันเป็นอย่างมาก เห็นได้จากให้การร่วมมือในการเข้าร่วมประชุมประชาคมต่างๆ การเข้าร่วมประเพณีสำคัญของหมู่บ้าน อย่างพร้อมเพรียงและสม่ำเสมอ เช่น การประชุมประชาคมประจำเดือน ประเพณีทำบุญกลางบ้าน ทำบุญนอกบ้าน ทำบุญในบ้าน นอกจากความรักความสามัคคีที่แสดงออกจากการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ยังนำไปสู่การจัดทำแผนชุมชน ซึ่งชาวบ้านหนองบัวได้ช่วยกันจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาหมู่บ้านของตน และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาหมู่บ้าน ผ่านกระบวนการและขั้นตอนการประชุมประชาคม เพื่อค้นหาปัญหา วางแผนในการแก้ไขปัญหา การเขียนโครงการ
/กิจกรรมพัฒนา ก่อนนำไปเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมา มีโครงการที่เกิดขึ้นจากแผนชุมชนแล้ว 2 โครงการ จาก 9 โครงการ ซึ่งประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยความรู้รักสามัคคีของคนในชุมชนเอง

นางสาวเบญวลี อ้นถาวร
นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
พัฒนากรตำบลหนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

คาถาแก้จน

ผมได้คาถานี้มาจากอาจารย์บำรุง ศรีใย ผู้นำชุมชนบ้านอ่างตะแบก หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งพระยา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วก็บอกต่อคนอื่น ๆ เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การจัดรายการวิทยุ...

หลายคนเอาไปใช้แล้วบอกว่าได้ผลดี ผมยังดีใจว่าหลายครอบครัวผ่านมาเป็นปี ก็ยังใช้ได้ผลดีอยู่ และตั้งใจว่าจะใช้ต่อไป...

คาถานี้ใช้แก้ปัญหาความยากจน ความเป็นคนมือเติบ ใจใหญ่ ใจกว้างเกินไป คนฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย ไม่มีเงินเหลือเก็บเป็นกอบเป็นกำ...

พัฒนากร ผู้นำชุมชน เอาไปใช้แนะนำชาวบ้านให้ปฏิบัติตามได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะได้ผลดีนักแล...

วิธีใช้คาถานี้ ให้ท่องก่อนตัดสินใจจะใช้จ่ายเงิน ก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายสตางค์ค่าของที่จะซื้อ ให้ท่องสัก 2-3 รอบ ผมผ่านการใช้มาหลายครั้งหลายปีแล้ว และแนะนำให้ผู้อื่นใช้มาแล้วหลายคน รับรองได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

คาถานี้ มีแค่ 3 คำ จำไว้ให้ดี คือ “จำ-เป็น-ไหม” ก่อนซื้อของทุกครั้ง ท่องก่อน “จำเป็นไหม” ท่อง 2-3 รอบ ถ้ายังบอกว่าจำเป็น ก็ซื้อเลย แต่ถ้าบอกว่าไม่จำเป็น ก็อย่าไปซื้อ รอให้จำเป็นก่อน...

ไปตลาดนัด ไปห้างสรรพสินค้า ของยั่วใจมีมากมาย ก่อนตัดสินใจซื้อ ให้ท่องคาถาก่อน “จำเป็นไหม”...

ทำอย่างนี้ 3-6 เดือน ฐานะการเงินของคุณจะดีขึ้น และถ้าทำเป็นปี จนถึงหลายปี จะมีเงินเหลือเก็บ นำเงินนั้นไปลงทุนสร้างดอกผล จะร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้...

ไม่เชื่อลองดู...

นายสุรเดช วรรณศิริ
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา