วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สวัสดิการชุมชนสร้างกองทุนแม่ของแผ่นดินให้เข้มแข็ง

เจ้าของความรู้     กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน 
สังกัด              สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชื่อเรื่อง            สวัสดิการชุมชนสร้างกองทุนแม่ของแผ่นดินให้เข้มแข็ง
เป็นงานเกี่ยวกับ   กองทุนแม่ของแผ่นดิน
เบอร์โทรศัพท์      038-511239
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ มกราคม – กันยายน 2557
สถานที่เกิดเหตุการณ์ 11 อำเภอ   รวม 198 กองทุน/หมู่บ้าน
เนื้อเรื่อง
  กระทรวงมหาดไทย มอบให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดินตั้งแต่ ปี 2547 เป็นต้นต้นมา เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติด โดยใช้พลังชุมชนในพื้นที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 198 กองทุน และกรมการพัฒนาชุมชน ได้สนับสนุนงบประมาณต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดินทุกปี เพื่อให้กองทุนแม่ของแผ่นดินมีความเข้มแข็งแลพะขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องจัดสวัสดิการชุมชน เพื่อให้กองทุนแม่ของแผ่นดิน มีความเข้มแข็ง  
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Asset)
          ๑. ติดตามผลการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง
          ๒. ดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนแม่ของแผ่นดิน
          ๓. ส่งเสริมการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินต่อเนื่อง
          ๔. จัดกิจกรรมหาทุนกองทุนแม่ของแผ่นดินสม่ำเสมอ
แก่นความรู้ (Core Competency)
          ๑. การดำเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ต้องมีแผนปฏิบัติงาน
          ๒. การร่างระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน นำเข้าประชุมสมาชิก ลงมติ ประกาศใช้
3. การปฏิบัติตามระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมวดค่าใช้จ่ายเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน จัดสวัสดิการ ให้แก่สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยใช้มติที่ประชุมสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยกระบวนการมีส่วนร่วม และการประสานงาน ตัวอย่าง ดังนี้
3.1 เด็กแรกเกิด ได้รับเงินขวัญถุง 599 บาท
3.2 ทุนการศึกษา อนุบาล 1 ทุน ประถมฯ 1 ทุน มัธยมฯ 1 ทุนๆ ละ 500 บาท
3.3 เจ็บป่วยเข้านอนโรงพยาบาลครั้งละ 500 บาท
3.4 สมาชิกตาย กองทุนแม่ซื้อพวงหรีดช่วยงานไม่เกิน 300 บาท ช่วยฌาปนกิจ 700 บาท
ดำเนินการตามระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน (ข้อ 3.1,3.2,3.3,3.4 ขึ้นอยู่กับเวทีประชาคมของ
แต่ละหมู่บ้าน เป็นผู้กำหนดโดยใช้เงินสมทบ,เงินบริจาค,เงินศรัทธาฯ โดยไม่นำเงินขวัญถุงพระราชทานมาใช้จ่าย)   
4.      ติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
การจัดสวัสดิการให้สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เห็นประโยชน์อย่างแท้จริงของกองทุนแม่ฯ นอกจากจะเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้ว ยังมีสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนถึงตาย เป็นการทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เป็นที่ศรัทธาและเป็นศูนย์รวมใจของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน และทำให้กองทุนแม่ของแผ่นดินเข้มแข็ง
กลยุทธ์ในการทำงาน
วิทยากรดำเนินการจัดเวทีประชาคมแบบมีส่วนร่วม โดยใช้เทคนิค 5 ก และหลักการ 3 ข ในการดำเนินการประชุม ดังนี้
เทคนิค 5 ก ได้แก่
ก1 = สมาชิกกลุ่ม คือ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในหมู่บ้าน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนแม่ฯ
ก2= กรรมการ ให้มีการเลือกคณะกรรมการกองทุนแม่ฯ จากสมาชิกกองทุนแม่
ก3= กติกา การดำเนินงานต้องมีกติกา หรือระเบียบกองทุนแม่ฯ ไว้สำหรับให้กรรมการและสมาชิกกองทุนแม่ฯ ยึดถือในการปฏิบัติงาน
ก4= กิจกรรม การดำเนินงานกองทุนแม่ฯต้องมีการกำหนดกิจกรรมหรือแผนงานไว้สำหรับการปฏิบัติงาน
ก5=  การดำเนินงาน คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนแม่ต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์กองทุนแม่ฯ ที่ได้กำหนดไว้
หลักการ 3 ข ได้แก่
          ข1 = เล่าเรื่องของ ยกตัวอย่างกองทุนแม่ของแผ่นดินที่เข้มแข็ง ด้านการบริหารงานงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีการดำเนินการอย่างไร, ด้านการบริหารจัดการเงินทุน มีการดำเนินการอย่างไร, ด้านกิจกรรมเด่นของกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีอะไรบ้าง, มีปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไข
          ข2 = ให้ดูของ คือให้ดูวิดีโอศูนย์เรียนกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ของภาคต่าง ๆ จำนวน 3 เรื่อง และนำคณะกรรมการศึกษาดูงานหมู่บ้านกองทุนแม่ดีเด่น
          ข3= ให้ทำของ ให้คณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ระดมความคิดว่าจะวางแผนการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะมีวิธีดำเนินการอย่างไร
          การดำเนินงานโดยใช้เทคนิค 5 ก และและการการ 3 ข ผสมผสานกับการจัดทำระเบียบกองทุนแม่ฯ แบบมีส่วนร่วมของสมาชิกกองทุนแม่ฯ เพื่อจัดให้สมาชิกได้มีสวัสดิการเป็นการเอื้ออาทร ดูแลกันเองของคนในชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ปลอดภัยจากยาเสพติด
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1.      แนวทางการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน

2.      การมีส่วนร่วม

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP

ชื่อ – สกุล นายเนตร  ขันคำ
ตำแหน่ง พัฒนาการอำเภอท่าตะเกียบ
สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าตะเกียบ
หมายเลขโทรศัพท์ 081-2652403
ชื่อเรื่อง “ การส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP” 


เนื้อเรื่อง
ปี 2558  กรมการพัฒนาชุมชนได้มีการส่งเสริมการตลาดสินค้า OTOP เชิงรุกสู่สากลในหลากหลายช่องทาง เช่น
     1. โครงการ OTOP Midyear เป็นการเปิดตลาดให้ผู้ประกอบการ ที่มีสินค้า ระดับ 3-5 ดาวได้มีแหล่งจำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง
     2. โครงการ OTOP Delivery โดยมีจุดประสงค์ที่จะนำส่งผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วส่งตรงถึงผู้บริโภคได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเพื่อเป็นช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP อีกทางหนึ่ง
     3. โครงการ OTOP Mobile to the Factoryเพื่อให้ผู้ผลิต,ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการ และเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดสินค้า OTOP เพิ่มช่องทางทางการจำหน่ายสินค้า OTOP และความร่วมมือช่วยเหลือกันระหว่างชุมชนกับโรงงาน และชุมชนกับชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว
     4. การนำเสนอสินค้า OTOP ทางเว็บไซด์ของอำเภอ และเว็บไซด์ไทยตำบล ดอทคอม
     5. การจำหน่ายสินค้าในตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ ของแต่ละชุมชน อำเภอ

เทคนิค
สำนักงานพัฒนาชุมชน ได้จัดประชุมคณะกรรมการเครือข่าย OTOP ระดับอำเภอ เพื่อชี้แจงการดำเนินงานต่างๆ เกี่ยวกับการส่งเสริมการตลาดแก่กลุ่ม OTOP ในเชิงรุก โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากส่วนต่างๆในการดำเนินการ ดังนี้
     1. การพัฒนา OTOP โดยอาศัยกลไกการขับเคลื่อนของคณะกรรมการเครือข่าย OTOP ระดับอำเภอ และระดับตำบล ในการประสานความร่วมมือ
     2. การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณ หรือด้านวิชาการ  
     3. การมีวิสัยทัศน์ในการทำงานของคณะกรรมการเครือข่าย OTOP     4. การนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และแหล่งจำหน่าย OTOP รวมถึงการมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ในแต่ละด้านมาบูรณาการร่วมกัน

แก่นความรู้
     1. การประสานความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ/ภาคเอกชนคณะกรรมการเครือข่าย OTOP และกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP
     2. การพัฒนาการเรียนรู้ในเรื่องเทคโนโลยี เทคนิค วิธีการ ด้านการผลิต การตลาด การศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท
     3. แนวคิดในการนำสินค้าของชุมชนให้เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับเพิ่มมากขึ้น

กลยุทธ์ในการทำงาน
     1. การสร้างความเข้าใจ ทัศนคติ และความสัมพันธ์ที่ดีกับคณะกรรมการเครือข่าย OTOP ในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของชุมชน
     2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนา OTOP ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่าย OTOP ระดับอำเภอ
     3. กระตุ้นให้ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ มีกำลังใจในการพัฒนาสินค้า โดยการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับทุกกลุ่ม ทุกราย


แนวคิด ทฤษฏีที่สอดคล้อง
     1. ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่าย และ ชุมชน
     2. การพัฒนาการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ แก่กลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP        
     3. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชน

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ

ชื่อ  นางชยาภา    วิเลปะนะ
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าตะเกียบ

ชื่อเรื่อง การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ



ตามที่กระทรวงมหาดไทย กำหนดให้การดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ โครงการลดความเลื่อมล้ำด้านรายได้ด้วยการขจัดความยากจนในชนบท เป็นงานสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ในการตอบสนองต่ออุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว กรมการพัฒนาชุมชน จึงจัดทำโครงการการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ : ชี้เป้าชีวิต จัดทำเข็มทิศชีวิต บริหารจัดการชีวิต และดูแลชีวิต โดยการบูรณาการความร่วมมือจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณพ์ ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2557 (30,000 บาท/คน/ปี) ให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวทั้งด้านการพัฒนาทักษะอาชีพตามศักยภาพ และการได้รับการสงเคราะห์ดูแลจากหน่วยงานและชุมชน 


การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการของจังหวัดฉะเชิงเทรา
          การดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน ปี 2558 จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยพัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ได้มอบนโยบายนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจน ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ด้วยการมอบนโยบายให้พัฒนากร ดำเนินการในพื้นที่ 
          - ส่งเสริมให้ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง และมีความเสียสละ
          - ส่งเสริมกองทุนให้เข้มแข็ง สามารถสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนได้
          - ส่งเสริมให้กองทุน/ชุมชน มีสวัสดิการที่สามารถช่วยเหลือคนยากจนและคนด้อยโอกาส
          - ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง
          การดำเนินงานตามโครงการนี้ เน้นให้ผู้นำชุมชน และครัวเรือนยากจนมีจิตสำนักและความเชื่อมันในการพัฒนาแบบพึ่งตนเอง เน้นความเชื่อมั่นในหลักคุณธรรม การเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การรวมกลุ่มประกอบอาชีพ การเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของชุมชน การบูรณาการการทำงานในพื้นที่

กลยุทธ์ในการดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จ
          - การบูรณาการการทำงานในพื้นที่กับหน่วยงานของรัฐและเอกชน  โดยการสร้างทีมงานระดับตำบล  ประกอบด้วย  ผู้นำ อช.  ประธาน กพสม. ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ อบต. เจ้าหน้าที่ กศน. เจ้าหน้าที่เกษตรและเจ้าหน้าที่สาธรณสุข โดยมี พัฒนากร เป็นเลขานุการ
        
ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความยากจนของอำเภอท่าตะเกียบ มีดังนี้          
          1. แต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  (ศจพ.อำเภอ/ศจพ.ตำบล/ศจพ.หมู่บ้าน) ซึ่งได้บูรณาการทำงานกับหน่วยงาน
          2. สร้างชุดทีมปฏิบัติการ (ทีเคาะประตู) โดยเน้นผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน และองค์กรสตรีให้มีบาทบาทในการแก้ไขปัญหาความยากจนของชุมชน
          3. วิเคราะห์ปัญหาครัวเรือนที่ตกเกณฑ์มาจากสาเหตุอะไรตามหลัก 4 ท (ทัศนะ ทักษะ ทรัพยากร ทางออก)
          3. จัดทำทะเบียนครัวเรือนยากจน ยากตามกลุ่มปัญหา  ครัวเรือนที่สงเคราะห์ และครัวเรือนที่พัฒนาและส่งเสริมอาชีพ
          4. จัดทำ 
          3. วิเคราะห์ปัญหาครัวเรือนที่ตกเกณฑ์มาจากสาเหตุอะไรตามหลัก 4 ท (ทัศนะ ทักษะ ทรัพยากร ทางออก)
          3. จัดทำทะเบียนครัวเรือนยากจน ยากตามกลุ่มปัญหา  ครัวเรือนที่สงเคราะห์ และครัวเรือนที่พัฒนาและส่งเสริมอาชีพ
          4. จัดทำ Family Folders เพื่อเป็นฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนให้กับคณะทำงานระดับจังหวัด/อำเภอ/ตำบล/หมู่บ้าน
          5. ประชุมคณะทำงานทุกระดับวางแผนการจัดหางบประมาณ เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ด้วยการประสานภาคีการพัฒนางบประมาณในการสนับสนุนปฏิบัติการตำบลร่วมกับครัวเรือนยากจนจัดทำเข็มทิศชีวิต
          6. จัดเวทีสรุปบทเรียนเพื่อทราบปัญหาและปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน  เพื่อเสนอครอบครัวยากจนในปีต่อไป 
          5. ประชุมคณะทำงานทุกระดับวางแผนการจัดหางบประมาณ เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ด้วยการประสานภาคีการพัฒนางบประมาณในการสนับสนุนปฏิบัติการตำบลร่วมกับครัวเรือนยากจนจัดทำเข็มทิศชีวิต
          6. จัดเวทีสรุปบทเรียนเพื่อทราบปัญหาและปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน  เพื่อเสนอครอบครัวยากจนในปีต่อไป 

การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ คือ การทำงานแบบมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาคีการพัฒนาทั้งในส่วนราชการ ครัวเรือนยากจน ผู้นำชุมชน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือในการทำงานตามแผนการปฏิบัติการแก้จนอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ซึ่งจะครอบคลุมถึงการเกื้อกันภายในชุมชน เช่น การมีสวัสดิการชุมชน และการมีส่วนร่วมในการเอาใจใส่ให้การสนับสนุนงบประมาณ การให้โอกาสในการส่งเสริมอาชี ส่งเสริมการเรียนรู้ และการให้โอกาสในการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการเรียนรู้ และการให้คำปรึกษาแนะนำอย่างถูกต้องในการดำเนินชีวิต

การเขียน KM (การจัดการความรู้)

ชื่อ-นามสกุล     นายสิทธิชัย ปาหุไณยกุล
ตำแหน่ง         นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สพจ.ฉะเชิงเทรา
ชื่อเรื่อง           การเขียน KM (การจัดการความรู้)

                    จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกระดับ เขียน KM (การจัดการความรู้) จากประสบการทำงาน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซด์ http://kmcddccs.blogspot.com/ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและบุคคลภายนอกได้เรียนรู้ถึง เทคนิค วิธีการปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ จังหวัดยังได้จัดทำเกียรติบัตรมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เขียน KM ได้ดี เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้เขียน KM
                   จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ไม่เคยได้รับรางวัล แต่ได้ศึกษาการเขียน KM เห็นว่า KM ที่ดีควรประกอบด้วย
1.      เนื้อหาไม่ยาวเกินไป ยิ่งสั้นยิ่งดี แต่ต้องต้องได้ใจความครบถ้วน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบอ่านเรื่องราวที่มีเนื้อหายาว แต่จะเลือกอ่านเรื่องที่มีเนื้อหาสั้น
2.      มีแผนผัง/แผนภาพประกอบ จะเพิ่มความน่าสนใจ และเมื่ออ่านจะทำให้เข้าใจเนื้อหา ได้ง่ายยิ่งขึ้น
3.      มีการเล่นคำ เช่น 3 ป , 4 ง , 5 จ ฯลฯ จะทำรูปคำดูสละสลวย ชวนให้น่าอ่าน         น่าติดตาม ซึ่งคนอ่านจะมีความสนใจว่า 3 ป มันคืออะไร หรือ 4 ง ประกอบด้วยอะไรบ้าง

                   ในที่นี้ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง ผลงานที่เคยได้รับรางวัล KM ดีเด่น ปี 2557 และเชื่อว่า      หากผู้อ่านนำไปใช้ในการเขียน KM หรือเรื่องราวต่างๆ แล้ว ก็คงจะเป็นผู้ที่สามารถเขียนได้ดีคนหนึ่ง
http://kmcddccs.blogspot.com/2014/06/blog-post_24.html

การจัดสวัสดิการชุมชนสร้างกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้มแข็ง

เจ้าของความรู้     นายสมเกียรติ  คำแพ่ง                                                                           ตำแหน่ง           นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ              
สังกัด              สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชื่อเรื่อง            การจัดสวัสดิการชุมชนสร้างกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้มแข็ง
เป็นงานเกี่ยวกับ   กองทุนแม่ของแผ่นดิน
เบอร์โทรศัพท์      089-5240187
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ  ปี พ.ศ.2557
สถานที่เกิดเหตุการณ์ บ้านราชสาส์น หมู่ที่ 2 ตำบลบางคา จังหวัดฉะเชิงเทรา
เนื้อเรื่อง
    กระทรวงมหาดไทย มอบให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดินตั้งแต่ ปี 2547 เป็นต้นต้นมา เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติด โดยใช้พลังชุมชนในพื้นที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 198 กองทุน และกรมการพัฒนาชุมชน ได้สนับสนุนงบประมาณต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดินทุกปี เพื่อให้กองทุนแม่ของแผ่นดินมีความเข้มแข็งแลพะขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องจัดสวัสดิการชุมชน เพื่อให้กองทุนแม่ของแผ่นดิน มีความเข้มแข็ง  
          ข้าพเจ้าในฐานะนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด รับผิดชอบงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ได้ไปเป็นวิทยากรบรรยายกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมู่ที่ 2 บ้านราชสาส์น ตำบลบางคา อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Asset)
          ๑. การติดตามการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง
          ๒. การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินจะให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนแม่ของแผ่นดิน
           ๓. การส่งเสริมการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินต่อเนื่อง
                    ๔. จัดกิจกรรมหาทุนกองทุนแม่ของแผ่นดินสม่ำเสมอ
แก่นความรู้ (Core Competency)
          ๑. ติดตามผลการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ต้องมีแผนปฏิบัติงาน
          ๒. การนำเข้าประชุมสมาชิก ลงมติ ประกาศใช้นำเข้าประชุมสมาชิก ลงมติ ประกาศใช้ร่างระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน นำเข้าประชุมสมาชิก ลงมติ ประกาศใช้ 
3. การปฏิบัติตามระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมวดค่าใช้จ่ายเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน จัดสวัสดิการ ให้แก่สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยใช้มติที่ประชุมสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยกระบวนการมีส่วนร่วม และการประสานงาน ตัวอย่าง ดังนี้
3.1 เด็กแรกเกิด ได้รับเงินขวัญถุง 599 บาท
3.2 ทุนการศึกษา อนุบาล 1 ทุน ประถมฯ 1 ทุน มัธยมฯ 1 ทุนๆ ละ 500 บาท
3.3 เจ็บป่วยเข้านอนโรงพยาบาลครั้งละ 500 บาท
3.4 สมาชิกตาย กองทุนแม่ซื้อพวงหรีดช่วยงานไม่เกิน 300 บาท ช่วยฌาปนกิจ 700 บาท
ดำเนินการตามระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน (ข้อ 3.1,3.2,3.3,3.4 ขึ้นอยู่กับเวทีประชาคมของ
แต่ละหมู่บ้าน เป็นผู้กำหนดโดยนำเงินสมทบ,เงินทุนศรัทธา,เงินบริจาค ไม่นำเงินขวัญถุงพระราชทานมาใช้จ่าย)
การจัดสวัสดิการให้สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เห็นประโยชน์อย่างแท้จริงของกองทุนแม่ฯ นอกจากจะเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้ว ยังมีสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนถึงตาย เป็นการทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เป็นที่ศรัทธาและเป็นศูนย์รวมใจของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน และทำให้กองทุนแม่ของแผ่นดินเข้มแข็ง
กลยุทธ์ในการทำงาน
วิทยากรดำเนินการจัดเวทีประชาคมแบบมีส่วนร่วม โดยใช้เทคนิค 5 ก และหลักการ 3 ข ในการดำเนินการประชุม ดังนี้
เทคนิค 5 ก ได้แก่
ก1 = สมาชิกกลุ่ม คือ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในหมู่บ้าน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนแม่ฯ
ก2= กรรมการ ให้มีการเลือกคณะกรรมการกองทุนแม่ฯ จากสมาชิกกองทุนแม่
ก3= กติกา การดำเนินงานต้องมีกติกา หรือระเบียบกองทุนแม่ฯ ไว้สำหรับให้กรรมการและสมาชิกกองทุนแม่ฯ ยึดถือในการปฏิบัติงาน
ก4= กิจกรรม การดำเนินงานกองทุนแม่ฯต้องมีการกำหนดกิจกรรมหรือแผนงานไว้สำหรับการปฏิบัติงาน
ก5=  การดำเนินงาน คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนแม่ต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์กองทุนแม่ฯ ที่ได้กำหนดไว้
หลักการ 3 ข ได้แก่
          ข1 = เล่าเรื่องของ ยกตัวอย่างกองทุนแม่ของแผ่นดินที่เข้มแข็ง ด้านการบริหารงานงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีการดำเนินการอย่างไร, ด้านการบริหารจัดการเงินทุน มีการดำเนินการอย่างไร, ด้านกิจกรรมเด่นของกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีอะไรบ้าง, มีปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไข
          ข2 = ให้ดูของ คือให้ดูวิดีโอศูนย์เรียนกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ของภาคต่าง ๆ จำนวน 3 เรื่อง และนำคณะกรรมการศึกษาดูงานหมู่บ้านกองทุนแม่ดีเด่น
          ข3= ให้ทำของ ให้คณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ระดมความคิดว่าจะวางแผนการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะมีวิธีดำเนินการอย่างไร
          การดำเนินงานโดยใช้เทคนิค 5 ก และและการการ 3 ข ผสมผสานกับการจัดทำระเบียบกองทุนแม่ฯ แบบมีส่วนร่วมของสมาชิกกองทุนแม่ฯ เพื่อจัดให้สมาชิกได้มีสวัสดิการเป็นการเอื้ออาทร ดูแลกันเองของคนในชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ปลอดภัยจากยาเสพติด
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1.      แนวทางการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน
2.      ระเบียบเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. 2557

3.      การมีส่วนร่วม

การประชาคม

ชื่อ - สกุล    นายศิริชัย  ตันตระกูล
ตำแหน่ง      นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด          กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน
ชื่อเรื่อง        การประชาคม

        พ.ศ.2504 ผู้ใหญ่ลีตีกองประชุม .......หลายคนอาจจะเคยได้ยินเสียงเพลงนี้ แต่มันนานมากแล้วละ ลองบวกลบคูณหาร (2558-2504  ได้ 54 ) นี่ว่ากันตามพ.ศ. เอาสัก 20- 30 ปี ก็นับว่านานพอดู แต่สำหรับผมแล้ว ผมจะใช้เป็นบทนำก่อนการประชาคมในชุมชน เพราะนั้นมันก็คือประชุมหรือประชาคมนั่นเอง  การประชาคมเป็นวิธีการหนึ่งของงานพัฒนาชุมชนที่ใช้ในการทำงาน เพราะเราสามารถที่ใช้สื่อสารการเรียนรู้กับกลุ่มเป้าหมายได้ในปริมาณที่มากและการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย พัฒนากรต้องทำได้ทุกอย่างสมดังที่เปรียบเทียบว่าเหมือนเป็ด ทำตั้งแต่ภารโรง วิทยากร ให้ความบันเทิง(หมายถึงร้องเพลงประกอบจังหวะ,เล่านิทาน เป็นต้น)
ทีนี่มาพูดถึงการประชาคม การจะดำเนินการประชาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัด  ให้เกิดประสิทธิภาพ มีองค์ประกอบที่หลากหลายก็ขอพูดคุยในประสบการณ์ที่ผ่านมาและปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่เมื่อมีโอกาสเสมอๆ ได้แก่
1.สถานที่ประชาคม วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมืออำนวยความสะดวกในการจัด เราไม่สามารถจะกำหนดอะไรที่แน่นอนว่าต้องอย่างอย่างนี้ ที่จะบอกก็คือรับได้ทุกสถานการณ์นั่นคือพัฒนาชุมชน ในกรณีที่มีสถานที่แน่นอน เช่นศาลากลางบ้าน ศาลาประชาคม ศูนย์เรียนรู้ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี่ ก็สุดแต่จะเรียก ถ้าอย่างนี้ถือว่าดีเพราะมีหลังคาป้องกันแดด ป้องกันฝนได้ ความจุก็ไม่มาก เพราะงานพัฒนาชุมชนคนมากไปก็เอาสาระไม่ได้ ถ้าอยู่ประมาณ 50-60 คนก็โอเค
2.การเตรียมความพร้อมของที่ประชาคม โดยเฉพาะ คนเข้าร่วมประชุม เราต้องจัดการควบคุมกลุ่มเป้าหมายให้นิ่งให้ได้ เทคนิคก็อยู่ที่เราต้องสร้างความเป็นกันเอง ตรวจสอบจำนวนยอด บ้านอะไร หมู่ที่ ตำบล จนถึงอำเภอ และในขณะเดียวกันการเรียกความสนใจของกลุ่มเป้าหายเพราะโดยเฉพาะผู้หญิงเจอกันเมื่อไรเหมือนตลาดนัด ก็ต้องทำให้เงียบให้ได้ วิธีการที่ผมใช้ก็คือการเรียกชื่อหมู่บ้านแล้วลงท้ายด้วยคำว่าจ้า  ตัวอย่างบ้านหลุมมะขาม ก็เรียกว่าหลุมมะขามจ้า แล้วก็ต้องให้กลุ่มเป้าหมายบ้านหลุมมะขามตอบด้วยว่าจ้า ถ้าตอบไม่ดังก็เรียกให้ตอบใหม่
3.การบริหารความขัดแย้ง เป็นเรื่องปกติของมนุษย์เมื่ออยู่รวมกัน  ถ้าถามเรื่องความคิดเมื่อไร กลุ่มคนที่เสียประโยชน์ก็จะไม่เห็นด้วย ส่วนกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์ก็ยอมรับได้  ดังนั้นหากเราเป็นผู้ดำเนินการ  เราก็ต้องจัดการกับความขัดแย้ง และให้ที่ประชาคมดำเนินการต่อไป  ให้ได้ข้อยุติหรือข้อสรุปให้ได้ การหาแนวทางสยบบรรยากาศในขณะขัดแย้งเป็นแต่ละเรื่องผู้ดำเนินการต้องมีไหวพริบ ทักษะแต่ละเรื่องอาจไม่เหมือนกัน เช่น การประชาคมเพื่อทำกิจกรรมบ้างอย่าง ก็ต้องดูวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้นแล้วย้อนถามที่ประชุม เพื่อเรียกความสามัคคีกลับคืนมา

การประชาคมผู้ดำเนินการต้องฝึกทำอยู่บ่อยๆครั้ง เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาที่จะเกิดขึ้นโดยความเรียบร้อย  ต้องเป็นคนที่แสวงหาความรู้  ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน มีความรู้รอบตัวดี  สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย  ตลอดจนไม่ถือตัว พูดคุยกับคนทุกเพศ ทุกวัยได้  เหล่านี้ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีประชาคม