วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การขับเคลื่อนกิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

ชื่อเรื่อง                         การขับเคลื่อนกิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
ชื่อ – นามสกุล                  นายวีรพล   โพธิ์ชัย
ตำแหน่ง                             พัฒนาการอำเภอคลองเขื่อน
สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคลองเขื่อน  จังหวัดฉะเชิงเทรา

หลักการเหตุผล
          กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นภารกิจหนึ่งของกรมการพัฒนาชุมชน  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนในชนบทรวมกลุ่มช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันละกันในด้านเงินทุน มีกิจกรรมหลัก คือ การออม เมื่อออมได้จำนวนหนึ่งก็เปิดโอกาสให้สมาชิกกู้ไปประกอบอาชีพ เน้นประกอบอาชีพการผลิต อาจจะเป็นสินค้า หรือการบริการ ก็ได้ ส่วนกิจกรรมอื่นได้แก่ ร้านค้า (ศูนย์สาธิตการตลาด ฝึกประชาชนให้รู้จักค้าขาย) ยุ้งฉาง (การลงทุนเพื่อกำไร)  ธนาคารข้าว (เพื่อการสงเคราะห์) ฯลฯ

วิกฤตการดำเนินงานกลุ่มออทรัพย์เพื่อการผลิต
          1. การก่อเกิดกองทุนหมู่บ้าน(1 ล้านบาท) กำหนดให้ทุกกองทุนต้องสร้างความเข้มแข็งให้กองทุนหมู่บ้าน โดยทุกกองทุนต้องให้สมาชิกออมเงินในรูปเงินสัจจะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกลุ่มออทรัพย์เพื่อการผลิต และผู้ไปแนะนำส่งเสริมก็คือ พัฒนากร
          2. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน (พัฒนากร) และกระแสนโยบายทางการเมือง ทำให้พัฒนากร ส่วนหนึ่งละเลยกิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต แต่ไปส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการออมทรัพย์(กลุ่มสัจจะ)ของกองทุนหมู่บ้าน เพราะเข้าใจว่าต่อไปกองทุนหมู่บ้านจะเป็นภารกิจหนึ่งของกรมการพัฒนาชุมชน

การกู้วิกฤตการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
          1. เจ้าหน้าที่ (พัฒนากร) ใช้หลักการทำงานมีส่วนร่วมกับชาวบ้าน เช่น ร่วมประชุมกลุ่มออมทรัพย์ฯ ทุกเดือน ร่วมเก็บเงินสัจจะสะสม เพื่อให้คณะกรรมการ สมาชิก มองว่าพัฒนากรยังเป็นพี่เลี้ยงอยู่เหมือนเดิม
          2. ให้เจ้าหน้าที่(พัฒนากร) เข้มงวดต่อขั้นตอนวิธีการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ฯ เช่น การเก็บเงินสัจจะสะสมต้องเก็บทุกเดือน ต้องมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกปี การดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ เมื่อครบวาระต้องเลือกตั้งใหม่
          3. ต้องเข้มงวดการดำเนินงานการเงิน และบัญชี เช่น การกู้เงินต้องมีสัญญา และมีการค้ำประกัน การกู้เงินต้องผ่านธนาคาร บัญชีต้องทำให้เป็นปัจจุบัน ต้องมีการตรวจสอบบัญชีทุกปี ต้องทำงบดุลทุกปี การทำงบดุลต้องผ่านการตรวจสอบจากอำเภอ (สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ)
          4. ต้องมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกปี โดยต้องมีเรื่องเข้าที่ประชุม เช่น การดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ การแก้ไขระเบียบและการปฏิบัติตามระเบียบ การจ่ายเงินปันผลประจำปี การดำเนินธุรกิจและการขยายการลงทุนของกลุ่ม ฯลฯ

สรุป การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จะคงอยู่หรือขยายผล ขึ้นอยู่ที่เจ้าหน้าที่(พัฒนากร) ให้ความสำคัญกับงานมากน้อยขนาดไหน คลุกคลีกับคณะกรรมการเพียงใด ความศรัทธา  ความเชื่อมั่น ของชาวบ้านอยู่ที่ตัวเจ้าหน้าที่  การขับเคลื่อนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จะเป็นไปด้วยดีหรือขยายขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่

อาสาพัฒนาชุมชน (อสพ.)

ชื่อ – สกุล      นางจงธพรรณ   ยงพฤกษา                                                        
ตำแหน่ง        นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ                  
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคลองเขื่อน             
ชื่อเรื่อง          อาสาพัฒนาชุมชน (อสพ.)
                       
เนื้อเรื่อง         
ตามที่กรมการพัฒนาชุมชนได้มีนโยบายรับสมัครนักศึกษาที่จบการศึกษาปริญญาตรี
เพื่อเข้าสอบเป็น อสพ. รุ่นแล้วรุ่นเล่าเพื่อเข้ามาทำงานเป็นลูกมือให้กับพัฒนากรพี่เลี้ยงที่ทำงานอยู่แล้วภายในเวลา 1 ปี หมดวาระการทำงาน พอปีต่อมาก็จะเปิดรับสมัครใหม่ ข้าพเจ้าก็เห็นว่าน้องๆที่เคยเป็น
ก็กลับมาสมัครใหม่อีก เพราะไม่ได้รับการบรรจุ ด้วยใจที่รัก หรือชอบงานพัฒนาชุมชนจึงทำให้น้องๆกลับมาสมัครใหม่ครั้งแล้วๆ เล่า เพราะอย่างทำงานอยู่กับกรมฯ แต่ในทางตรงข้ามกรมฯกลับเปิดสอบบรรจุข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนใหม่ หรือรับโอนเจ้าหน้าที่มาจากกรมอื่น

ความเป็นจริง
ข้าพเจ้าก็เป็นพัฒนากรอีกคนที่พัฒนาตนเองมา  จาก อสพ.รุ่น 42  ซึ่งเป็นรุ่นที่โชคดี
ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการซีสาม ในกรมพัฒนาชุมชน หลังจากรองเป็น อสพ.แล้วหนึ่งปี สิ่งที่พบเจอตอนเป็นอสพ.นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ ข้าพเจ้าจดจำได้เป็นอย่างดี  มีทั้งเรื่องดีๆ และเรื่องที่ไม่ดี แต่มันก็ทำให้ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ หลายๆคนมีทั้ง สุข เศร้าและมีน้ำตา  เช่น เรื่องพี่เลี้ยง ซึ่งก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งซึ่งยังมีกิเลสมากมาย พี่บางคนที่ไม่จบ ป.ตรีแต่จบปวช.หรือปวส.ต้องเริ่มพัฒนา ตัวเองจากซีต้นๆ  ก็จะเกลียดน้องแกล้งน้อง ถ้าน้องคนไหนทำบุญมาดีก็จะได้เจอพี่เลี้ยง ก็มีความสุข  เข้าบรรจุไปแต่ใครที่รับไม่ได้ก็จะลาออก หรือเปลี่ยนสายงานไป แต่เพื่อนที่ยังคงอยู่ในกรมฯในปัจจุบันเป็นใหญ่เป็นโตไปก็หลายคน ตายก็หลายคนแต่ก็ยอมรับว่าพวกเราที่ยังคงอยู่ หรือทนอยู่ก็มีความสุข ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าน้องๆหลายคนที่มาสมัครเป็นอสพ.ก็คงมีความรักแบบเดียวกับพวกเรา ซึ่งน้องบางคนเคยเป็น อสพ.มาแล้วๆยังกลับมาสมัครอีกทำให้เห็นได้ว่าน้องๆมีใจรักงานพัฒนากร แต่หน้าเสียดายที่น้องๆไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการกรมฯกลับไปรับโอน หรือรับสมัครใหม่ซึ่งคนพวกนั้นเข้ามาแล้วก็จากไปเหมือนเห็นพวกเราเป็นทางผ่าน

สรุป
การจะทำให้งานพัฒนาชุมชนก้าวหน้าไปได้ดีและต่อเนื่องกรมฯควรทำ ดังต่อไปนี้
1.      เปิดรับสมัครสอบ อสพ.เพื่อมาบรรจุเป็นพัฒนากรคนต่อไปแบบรุ่นก่อนๆคือสอบ
ผ่านภาค ก เป็นอสพ. 1 ปี(ภาค ข) สอบภาค ค แล้วบรรจุเป็นพัฒนากรพวก อสพ.   ที่ยังอยู่แสดงว่ามีความรักในงานพัฒนากรจริงๆ
2.      หาวิธีการบรรจุ อสพ.ที่ได้คะแนนประเมินสูง และ อสพ.เก่าๆที่สมัครเป็นแล้วเป็น
อีกด้วยน้องๆพวกนี้จะเข้าใจและตระหนักในบทบาทหน้าที่ของพัฒนากรได้เป็นอย่างดี
3.     การบรรจุพัฒนากรรุ่นต่อไปควรคัดเลือก หรือให้โอกาสกับเจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่นๆ

ในกรมการพัฒนาชุมชนก่อน เพราะเข้าใจในงานพัฒนาชุมชนดีอยู่แล้ว ประหยัดงบประมาณในการอบรมให้ความรู้เรื่องงานพัฒนาชุมชน

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

3 สิ่งที่ต้องมีในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ

ผู้เขียน นายสุรเดช  วรรณศิริ  พัฒนาการอำเภอราชสาส์น
โทรศัพท์ 081-2993477
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2558
แก้ปัญหา  การดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ 
มีคำถามอยู่บ่อยๆ ว่าหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของกรมการพัฒนาชุมชนนั้น ต่างจากหมู่บ้านทั่วไปอย่างไร สำหรับผมแล้วความแตกต่างของหมู่บ้านต้นแบบกับหมู่บ้านทั่วไปมีอยู่ 3 อย่าง คือ 

1. ศูนย์เรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ต้องมีศูนย์เรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านทั่วไปอาจมีหรือไม่มีก็ได้ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นสถานที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ของคนในชุมชน จะเป็นศาลากลางของหมู่บ้านหรือสถานที่อื่นที่ชาวบ้านเลือกก็ได้ ข้อสำคัญ คือ ต้องมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นประจำ เช่น การเรียนรู้เรื่องสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ สังคมและครอบครัว การวางแผนและการบริหารจัดการชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือการเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตย เป็นต้น โดยอาจกำหนดวันที่จัดกิจกรรมให้ตรงกับวันประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน แล้วสอดแทรกกิจกรรมการเรียนรู้เข้าไป ประมาณ 30 – 40 นาที ก็จะได้ผลดีมาก เป็นการให้ความรู้กับชาวบ้านทีละเล็กทีละน้อย ไม่เหนื่อยหรือเครียดจนเกินไป... 
2. แหล่งเรียนรู้หรือจุดเรียนรู้ของชุมชน นอกจากมีศูนย์เรียนรู้ชุมชนแล้ว หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ต้องมีแหล่งเรียนรู้ชุมชนด้วย แหล่งเรียนรู้นี้ก็หาไม่ยาก ผมจะใช้กิจกรรมของหมู่บ้านเป็นหลักก่อน เช่น โรงสีชุมชน ที่ทำการกลุ่ม/องค์กรต่างๆ โรงผลิตปุ๋ยของชุมชน เป็นต้น แล้วก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือ ผมใช้วิธีสอบถามจากชาวบ้าน ถึงครัวเรือนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ของชุมชน ซึ่งจะมีอยู่ทุกชุมชน ขอให้ถามให้ดี เช่น ครัวเรือนที่ทำสวนเกษตรผสมผสานหรือไร่นาสวนผสม ครัวเรือนที่ทำและใช้ปุ๋ยน้ำหมักต่างๆ ครัวเรือนที่ทำบัญชีครัวเรือน ครัวเรือนที่ทำน้ำส้มควันไม้ ครัวเรือนที่ทำกิจกรรมพลังงานทดแทน ครัวเรือนที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การออม แล้วประสบผลสำเร็จ สามารถเป็นแบบอย่างได้ ให้นำครัวเรือนเหล่านี้มาพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ให้ทำป้ายประชาสัมพันธ์ และบันทึกข้อมูลองค์ความรู้อย่างย่อๆ ของครัวเรือนไว้ที่ป้ายด้วย จากนั้นให้ซักซ้อมเจ้าของแหล่งเรียนรู้ให้เข้าใจว่าเขาคือผู้ให้การเรียนรู้ เวลาใครมาดูงาน ก็ให้เล่าไปตามปกติ ไม่ต้องเกร็ง เล่าอย่างที่ทำ ทำอย่างไร เล่าไปอย่างนั้น นึกว่าแลกเปลี่ยนความรู้กัน... 
3. วิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้ชุมชน ความแตกต่างข้อนี้ จะทำให้เห็นชัดเจนว่าหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบนั้น แตกต่างกับหมู่บ้านทั่วไป วิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้ชุมชน ต้องเป็นผู้ที่พูดเป็น ไม่ใช่พูดได้อย่างเดียว ต้องมีความกล้าในการพูดต่อหน้าที่ชุมชน พูดได้ตามวัตถุประสงค์ มีลูกเล่นลูกฮาบ้างพอสมควร ส่วนมากผมพบว่าเรามีแหล่งเรียนรู้ชุมชนมากพอสมควร แต่เราไม่สามารถหาวิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้ได้ ปกติผมก็ให้เจ้าของแหล่งเรียนรู้นั้นเป็นวิทยากรประจำฐาน แต่หลายคนก็พูดไม่เป็น ได้แต่ถามคำตอบคำ ถ้ากรณีอย่างนี้ ผมจะสอนเขาก่อนพูด บอกให้พูดเหมือนกับเล่าให้เพื่อนหรือญาติพี่น้องฟัง พูดไปตามลำดับที่เคยทำมา ถ้าติดขัดแล้วผมอยู่ด้วย ผมก็จะชวนเขาพูดคุยไปเรื่อยๆ ไม่ตำหนิ ไม่ขัดคอ ออกนอกเรื่องบ้าง พอผ่อนคลายแล้วก็กลับมาคุยเรื่องเดิมใหม่ เมื่อแขกกลับไปแล้ว ผมจะเข้าไปคุยกับวิทยากรอีก แนะนำถึงข้อที่ควรปรับปรุงต่างๆ และให้กำลังใจเขา ให้พยายามต่อไป เมื่อมีประสบการณ์บ่อยๆ เขาจะเป็นวิทยากรที่ดีได้ในอนาคต... 
นี่เป็น 3 สิ่ง ที่ต้องมีในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ลองนำไปทำดูนะครับ ผมเชื่อว่าจะทำให้คุณเห็นความแตกต่างระหว่างหมู่บ้านต้นแบบกับหมู่บ้านทั่วไปได้เป็นอย่างดี... 

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

องค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมภาพลักษณ์หน่วยงานด้วยการประชาสัมพันธ์



พัฒนากรและเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
คุณสมบัติ
1. อยากรู้ อยากเห็น
2. บุคลิกภาพดี ภูมิฐาน
3. มีความรู้ ความสามารถผลิตสื่อ
4. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
5. เป็นผู้ฟังที่ดี
6. มีไหวพริบ ความฉลาดทางอารมณ์
7. มีใจรักการบริการ
8. ใช้เทคโนโลยีทันสมัย
9. พัฒนาบุคลิกภาพให้เหมาะกับโอกาส
10. แสวงหาความรู้ใหม่ๆ ทันเหตุการณ์
11. รู้จักควบคุมอารมณ์
12. รู้ข้อมูลของหน่วยงาน

บทบาทหน้าที่/การปฏิบัติ
1. สร้างความสัมพันธ์ที่ดี
2. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร
3. สร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน
4. ประสานงานสื่อมวลชน
5. ผลิตสื่อให้หลากหลายรูปแบบ
6. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์หลายช่องทาง
7. สร้างความสามัคคีในและนอกองค์กร
8. จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
9. สร้างเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์
10. สร้างเครือข่ายความรู้ระหว่างองค์กร

ความรู้ความสามารถ/ทัศนคติ
1. มีความสามารถในการแนะนำ
2. มีความสามารถในการประสานงาน
3. มีทักษะการพูดที่ดี
4. มีความสามารถในการโน้มน้าว
5. มีความรับผิดชอบ/ตรงเวลา
6. มีความสามารถใช้อุปกรณ์ IT
7. มีความคิดเชิงบวก
8. พัฒนาเทคนิคการสื่อสารสม่ำเสมอทั้งการเขียนและการพูด

ที่มาของความรู้ : จากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา 

องค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพทางการเงินกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต



พัฒนากร
คุณสมบัติ
1. สามารถจัดตั้งกลุ่มฯ ให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด
2. มีความตั้งใจ
3. ชัดเจนในระเบียบ
4. การแก้ไขปัญหา

บทบาทหน้าที่/การปฏิบัติ
1. ขายความคิด
2. ส่งเสริม/สนับสนุน
3. ติดตาม/ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
4. ประเมินจัดระดับกลุ่ม
5. หาแนวทางแก้ไขปัญหาในวันที่อ่อนแอ

ความรู้ความสามารถ/ทัศนคติ
1. ระเบียบกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
2. มีทัศนคติที่ดีในการจัดตั้งกลุ่มฯ
3. คิดเชิงบวก

คณะกรรมการ
คุณสมบัติ
1. เป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดี
2. มีคุณธรรม 5 ประการ
3. มีมนุษยสัมพันธ์
4. สามารถประสานงานได้

บทบาทหน้าที่/การปฏิบัติ
1. ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
2. จัดให้มีการประชุมสมาชิก
3. จัดทำระเบียบ/ข้อบังคับ
4. จัดทำแผนปฏิบัติงาน
5. ดำเนินการตามแผนปฏิบัติงาน

ความรู้ความสามารถ/ทัศนคติ
1. ระเบียบของกลุ่มออมทรัพย์ฯ
2. การเงิน การบัญชี

สมาชิกกลุ่ม
คุณสมบัติ
1. คุณธรรม 5 ประการ
2. มีมนุษยสัมพันธ์
3. รักษากฎ ระเบียบ

บทบาทหน้าที่/การปฏิบัติ
1. ส่งเงินสัจจะ
2. เข้าร่วมประชุมและร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. ส่งเงินกู้
4. แสดงความคิดเห็น

ความรู้ความสามารถ/ทัศนคติ
1. รู้วัตถุประสงค์
2. รู้ระเบียบ
3. มีทัศนคติที่ดี เชื่อมั่นว่าการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯ มีผลดีต่อชุมชน

ที่มาของความรู้ : จากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา 

องค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP



พัฒนากร
คุณสมบัติ
1. รู้และเข้าใจในงาน OTOP
2. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
3. บุคลิกภาพดี
4. มีความเสียสละ
5. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
6. มีความสามารถในการประสานงาน
7. มีจิตวิทยา โน้มน้าว จูงใจ

บทบาทหน้าที่/การปฏิบัติ
1. ส่งเสริม สนับสนุนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
2. ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
3. สร้างความเข้าใจงาน OTOP
4. ประสานงานผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ภาคีการพัฒนา ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง
5. ติดตามต่อเนื่อง สม่ำเสมอ

ความรู้ความสามารถ/ทัศนคติ
1. นโยบาย OTOP
2. ความคิดเชิงบวก
3. ศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ OTOP

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP
คุณสมบัติ
1. มึความรู้ความเข้าใจ OTOP
2. มีแนวทางสร้างนวัตกรรม
3. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
4. มีความเสียสละ
5. กล้าตัดสินใจ,บริหารความเสี่ยง
6. มีมนุษย์สัมพันธ์ดี
7. มีจิตสำนึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม

บทบาทหน้าที่/การปฏิบัติ
1. นำนโยบายสู่การปฏิบัติ
2. ประสานความร่วมมือ
3. บริหารจัดการเงิน ทุน คน ภูมิปัญญา

ความรู้ความสามารถ/ทัศนคติ
1. นโยบาย OTOP
2. การตลาด
3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์
4. มาตรฐานผลิตภัณฑ์
5. แหล่งทุนต่างๆ
6. การบันทึกภูมิปัญญา

ที่มาของความรู้ : จากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา