วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP



นางสาวกุสุมา ปัญญี
นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว

เรื่อง
การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
OTOP การพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานOTOP ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ประเภทสมุนไพร
สถานที่เกิดเหตุการณ์
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา


อำเภอแปลงยาว...
มีกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
OTOP ที่อยู่ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา จำนวน 3 กลุ่ม โดยแยกเป็นประเภทผลิตภัณฑ์ได้ 2 ประเภท คือ ประเภทของใช้ และประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งแต่ละกลุ่มได้ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์ อย่างน้อย 3 ใน 6 หลักเกณฑ์ โดยผู้ผลิตทั้ง 3 กลุ่ม ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านการผลิตและพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยได้มีการกำหนดให้มีการพัฒนายกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์  โดยยึดหลัก 4P ประกอบด้วย
  1. Product คือ การพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย
  2. Price คือ ราคา เป็นตัวบ่งบอกภาพลักษณ์ของสินค้าที่สำคัญที่สุด
  3. Place คือ ช่องทางการจำหน่าย วิธีการนำสินค้าไปสู่มือของลูกค้า
  4. Promotion คือ ส่งเสริมการจำหน่าย การส่งเสริมการจำหน่ายหรือการส่งเสริมการขายมีบทบาทสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม OTOP ในกลุ่มประเภท D... ของอำเภอแปลงยาว ดำเนินกิจกรรมภายใต้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการใช้หลัก 4P และเกณฑ์การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ โดยจะขอยกตัวอย่างกลุ่มผู้ผลิตสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร

น.ส.ดาว พะนัดรัมย์
... ผู้ประกอบการรายเดียว ผลิตสินค้าประเภทสบู่ แชมพู และครีมสมุนไพรต่างๆ โดยใช้ชื่อสินค้าว่า “ประกายพรึก” ผู้ประกอบการรายนี้ได้เข้าร่วมอบรมโครงการส่งเสริมสนับสนุนศูนย์บริการเศรษฐกิจฐานรากและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
OTOP ของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว, โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ผลิตชุมชน ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา และ โครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ผลิตชุมชนด้านการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Quality Control : QC) ของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งผู้ประกอบการได้นำความรู้จากการอบรมดังกล่าวไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การปรับเปลี่ยนสูตรของแชมพูสระผม การเพิ่มความหลากหลายของสบู่สมุนไพร ได้กำหนดแผนในการพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้มีแบรนด์สินค้า เรื่องราวผลิตภัณฑ์  ความโดดเด่นของสินค้า เพื่อสร้างจุดขายในด้านการตลาด สำหรับงบประมาณที่ได้รับจากโครงการนำไปพัฒนาฉลากสินค้าและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ตามคำแนะนำของวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านการผลิต ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดอบรม ซึ่งปัจจุบันกลุ่มอยู่ระหว่างการดำเนินการแผน

จุดเด่นของผู้ประกอบการ...
มีความตั้งใจอย่างสูงในการดำเนินกิจการของตน ต้องการพัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการ
OTOP ที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาไปเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านต่างๆ และเป็นแหล่งพัฒนาอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

สรุป ในฐานะเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบงาน
OTOP ของอำเภอแปลงยาว... เชื่อว่าผู้ประกอบการ OTOP ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารของอำเภอแปลงยาว ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทั้งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด และจากหน่วยงานในอำเภอบางแปลงยาวที่ร่วมกันสนับสนุนและพัฒนาผู้ผลิต จะสามารถพัฒนากลุ่มของตนเองให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ หรือผ่านหลักเกณฑ์การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อย่างน้อย จำนวน 3 ใน 6 ตามตัวชี้วัดกิจกรรมของกรมการพัฒนาชุมชน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตนเอง โดยใช้หลัก 4P ร่วมด้วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มให้ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต


วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ



นางศิริกาญจน์   แดงงาม
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว
เรื่อง การบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
สถานที่เกิดเหตุการณ์  อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน (
Gross Village Happiness : GVH )
หมายถึง สภาวะที่คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดำรงชีวิตอย่างมีสมดุลยภาพทั้งจิต กาย ปัญญา ที่เชื่อมโยงกับ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวมและสัมพันธ์กันได้ถูกต้องดีงาม นำไปสู่การอยู่รวมกันอย่างสันติระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งความอยู่เย็น เป็นสุข มีองค์ประกอบที่เป็นปัจจัยพื้นฐานร่วม ในการสร้างความสุขของมนุษย์ได้  ๖  องค์ประกอบ  ได้แก่

  1. การมีสุขภาวะ
  2. เศรษฐกิจชุมชนเข็มแข็งเป็นธรรม
  3. ครอบครัวอบอุ่น
  4. การบริหารจัดการชุมชนดี
  5. การมีสภาพแวดล้อมดีมีระบบนิเวศที่สมดุล
  6. เป็นชุมชนประชาธิปไตยมีธรรมาภิบาล

สำหรับการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา  ใช้วิธีการประเมินความอยู่เย็นเป็นสุข หรือความสุขมวลรวมของหมู่บ้านและชุมชน (Gross Village Happiness: GVH) และการใช้ปรอทวัดความสุขเป็นเครื่องมือในการประเมิน โดยให้คนในชุมชนทั้งหมดเห็นด้วยพร้อมกันมากที่สุด   เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคะแนนที่ได้จะเห็นถึงระดับความสุข ว่าอยู่ในระดับใด  โดยมีขั้นตอนการประเมินฯ   ดังนี้

  1. วิทยากรในการประเมิน ทำความเข้าใจในกระบวนการ ขั้นตอนการจัดประชุมรวมทั้งศึกษารายละเอียดความหมายของตัวชี้วัด เตรียมคำถามที่สามารถสร้างความเข้าใจหรือสื่อสารกับผู้เข้าร่วมประชุมและเหมาะสมสำหรับกลุ่มคนในชุมชน 
  2. สร้าง/ทำความเข้าใจในขั้นตอน ประเด็นคำถาม การใช้เครื่องมือกับคณะวิทยากรแบ่งงานให้ทุกคนในทีมมีบทบาทหน้าที่และสามารถทำงานแทนกันได้ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้งานตามกระบวนการที่ออกแบบไว้ให้เพียงพอ การจัดสถานที่ควรจัดเป็นรูปครึ่งวงกลม ๑-๒ แถว ไม่ควรซ้อนกัน หลายชั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีส่วนร่วมมากที่สุด 
  3. พัฒนากรผู้ประสานงานตำบล ต้องมีการเตรียมความพร้อมของชุมชนล่วงหน้า โดยการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจต่อประชาชนในการเข้าร่วมประชุม เตรียมข้อมูลความเป็นจริงของหมู่บ้าน เพื่อร่วมกันตัดสินใจการประเมิน หรือประสานงานคัดเลือกตัวแทนจากทุกครัวเรือนของหมู่บ้านครัวเรือนละ 1 คน เข้าร่วมการจัดเวที 
  4. ดำเนินการประเมิน โดยวิทยากรสร้างบรรยากาศ สร้างความรู้สึกผ่อยคลายเป็นกันเองในการประเมิน ชี้แจงวัตถุประสงค์  และวิทยากรอธิบายความหมายของแต่ละองค์ประกอบตัวชี้วัด ให้ที่ประชุมให้เหตุผลหรือบอกวิธีการที่ทำให้ตัวชี้วัดเป็นจริง แล้วให้ที่ประชุมให้คะแนนที่ละตัวชี้วัด โดยวิธีการยกมือให้คะแนนตามที่ต้องการ จนครบทุกตัวชี้วัดแล้ววิทยากรจึงเฉลยความหมายสรุปคะแนน เป็นรายองค์ประกอบและสรุปการประเมินเป็นรายตัวชี้วัด เพื่อเรียนรู้ร่วมกันว่าสิ่งที่ต้องปรับปรุง สิ่งที่ต้องรักษาไว้ ทำความเข้าใจสภาพของชุมชน และระดับความสุขที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเพื่อวัดผลให้เกิดประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบ จึงได้มีการวัดความสุขในภาพรวมโดยวิธีการวัดโดยใช้ปรอทวัดความสุข ณ ปัจจุบัน โดยให้ที่ประชุมให้คะแนนระดับความสุข โดยวิธีการยกมือให้คะแนนตามที่ต้องการ ในแต่ละระดับ คือ ระดับ ๐-๒๐ คะแนน ระดับน้อยที่สุด (อยู่ร้อน นอนทุกข์) ระดับ ๒๑-๔๐ คะแนน ระดับน้อย (อยู่ได้ คลายทุกข์) ระดับ ๔๑-๖๐ คะแนน ระดับปานกลาง (อยู่อิ่ม นอนอุ่น) ระดับ๖๑-๘๐ คะแนน ระดับมาก(อยู่ดี มีสุข) ระดับ๘๑-๑๐๐ คะแนน ระดับมากที่สุด(อยู่เย็น เป็นสุข)  สรุปผลการประเมิน หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ได้คะแนน ประมาณ 85 คะแนนขึ้นไป  อยู่ในระดับมากที่สุด คือหมู่บ้านมีความ “อยู่เย็น เป็นสุข ” 
  5. วิทยากรถามที่ประชุมต่อว่า ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำ จะต้องทำอะไรต่อกันดี เพื่อให้ค่าคะแนนความสุขเพิ่มขึ้น สำหรับตัวชี้วัดที่ได้ค่าคะแนนสูงจะต้องทำอะไรต่อเพื่อให้คงอยู่และดีขึ้นอีก แล้วนำข้อเสนอที่ได้ไปเป็นข้อมูลในการปรับปรุงแผนพัฒนาหมู่บ้านต่อไป

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
  1. ศึกษารายละเอียด สร้าง/ทำความเข้าใจในขั้นตอน ประเด็นคำถาม การใช้เครื่องมือในการประเมิน 
  2. การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต้องมาจากตัวแทนของทุกครัวเรือน 
  3. การดำเนินการประเมิน โดยวิทยากรต้องสร้างบรรยากาศ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเองกับผู้เข้าร่วมประชุมและวิทยากรต้องตั้งคำถาม/อธิบายความหมายของแต่ละตัวชี้วัดอย่างชัดเจน
แก่นความรู้ (เทคนิคสำคัญของความสำเร็จ)
การใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชนนั้น มีเทคนิคสำคัญในการดำเนินงานคือ เทคนิคการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพราะในการดำเนินงานการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชน จะทำคนเดียวนั้นยากที่จะสำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยหลักการมีส่วนร่วมจากภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนในพื้นที่
กลยุทธ์ในการทำงาน
  1. การทำความเข้าใจในขั้นตอน ประเด็นคำถาม การใช้เครื่องมือกับคณะวิทยากรแบ่งงานให้ทุกคนในทีมมีบทบาทหน้าที่และสามารถทำงานแทนกันได้ 
  2. การดำเนินการประเมิน โดยวิทยากรต้องสร้างบรรยากาศ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเองกับผู้เข้าร่วมประชุมและวิทยาต้องตั้งคำถาม/อธิบายความหมายของแต่ละตัวชี้วัดอย่างชัดเจน 
  3. พัฒนากรผู้ประสานงานตำบล ต้องมีการเตรียมความพร้อมของชุมชน ล่วงหน้า โดยการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจต่อประชาชนในการเข้าร่วมประชุม
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง
  1. แนวทางการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน (ฉบับการ์ตูน) กรมการพัฒนาชุมชน 
  2. คู่มือการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 
  3. คู่มือการประเมินความ “อยู่เย็น  เป็นสุข” กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ. 2554

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา



นางวรรณา   หินศรี
พัฒนาการอำเภอแปลงยาว
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว


เรื่อง
การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
OTOP ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ให้ได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น
 

จำนวนผลิตภัณฑ์ OTOP ของอำเภอแปลงยาวที่อยู่ในกลุ่ม D มีจำนวน  5 กลุ่ม โดยแยกเป็นประเภทผลิตภัณฑ์ได้ 2 ประเภท คือ ประเภทของใช้ จำนวน  2   ผลิตภัณฑ์และประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน  6 ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งหมด 8 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปีงบประมาณ 2557 และเป็นเป้าหมายในการดำเนินตามตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ ได้แก่ ตัวชี้วัดจำนวนผลิตภัณฑ์ OTOP ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น โดยแต่ละกลุ่มต้องได้รับการพัฒนาให้ผ่านอย่างน้อย 3 ใน 6 ข้อ จากการดำเนินงานที่ผ่านมาในแต่ละผลิตภัณฑ์มีปัญหาที่ต่างๆกัน แต่โดยภาพรวมสามารถสรุปปัญหาได้ดังนี้ 
  1. การได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานต่างๆ เช่น อย. ,มผช, ฮาลาล, และ Q เป็นต้น 
  2.  Package ของผลิตภัณฑ์ และรูปลักษณ์ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ 
  3. เรื่องราวและความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ 
  4. การทำตลาด และแผนธุรกิจ 
  5. การต่อยอดผลิตภัณฑ์

เมื่อพบว่าปัญหาของแต่ละกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน จึงเกิดกระบวนการนำกลุ่มมาพัฒนาเพื่อให้สามารถปรับตัวให้สู้กับสภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันได้ โดยอำเภอแปลงยาวมุ่งเน้นการพัฒนาในส่วนที่ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้เอง และพัฒนาได้ด้วยตนเอง จึงนำผู้ประกอบการมาคุยกันอีกครั้งหลังจากที่ได้ไปร่วมประชุมกับจังหวัด และพบผู้เชี่ยวชาญว่าแต่ละกลุ่มต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง อย่างไร พบว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีเป้าหมายในใจแล้วว่าอยากจะปรับ แก้ เพิ่ม ลด ตรงไหนบ้าง เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชนก็เสมือนเป็นตัวช่วยให้การดำเนินงานราบรื่นขึ้น และการปรับเปลี่ยนค่อนข้องจะเป็นไปอย่างราบรื่น ได้รับความร่วมมือดีมากจากผู้ประกอบการ


เทคนิคและวิธีการที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ 
  1. การให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการ โดยอาศัยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเป็นองค์ประกอบการตัดสินใจแต่ไม่ใช้วิธีการบังคับว่าต้องเป็นไปตามผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น 
  2. ให้อิสระแก่ผู้ประกอบในการเลือกแบบ เรื่องราวที่อยากจะถ่ายทอด และpackage ที่อยากจะปรับ โดยเจ้าหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานงาน 
  3. ให้อิสระผู้ประกอบการในการติดต่อกับร้าน ผู้รับจ้าง ทำเองเพื่อความโปร่งใสและความสบายใจในการติดต่อประสานงานเรื่องการปรับ ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์จนเป็นที่พึงพอใจของผู้ประกอบการ หรือ ใช้หลักการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการทำงานนั่นเอง
ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการดำเนินงาน 
  1. ผู้ประกอบการไม่มีเวลาในการเข้าร่วมการประชุม เพราะมุ่งเน้นการขายสินค้ามากกว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน
  2. ชนิดของผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้ มีข้อจำกัดในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เน้นการใส่บรรจุภัณฑ์
  3. องค์ความรู้ เทคนิค วิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งของเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการยังไม่มากพอที่จะดึงผลิตภัณฑ์ให้เกิดความโดดเด่นได้
แนวทางแก้ปัญหา

  1. เข้าพบผู้ประกอบการรายบุคคล รายกลุ่ม ตามวัน เวลา ที่ผู้ประกอบการสะดวก โดยให้ผู้ประกอบการนำผลิตภัณฑ์มาด้วย คุยทบทวนคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และนำความต้องการของผู้ประกอบการมาบูรณาการร่วมกัน โดยจะเน้นไปที่ความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการมากกว่าจะใช้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก 
  2. ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยการไปฝึกอบรม ไปดูงานจากผู้ประกอบการที่ทำกิจการคล้ายๆกันและประสบความสำเร็จ

การส่งเสริมภาพลักษณ์หน่วยงานด้านการประชาสัมพันธ์



ชื่อ-นามสกุล  นายพีร ฤทธิ์เดช
ตำแหน่ง
  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ
สังกัด 
กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สพจ.จังหวัดฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 
038-511239
ชื่อเรื่อง 
การส่งเสริมภาพลักษณ์หน่วยงานด้านการประชาสัมพันธ์
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ
 ปี พ.ศ. 2557
สถานที่ 
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา

การสื่อสารเพื่อการพัฒนา
การสื่อสาร เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนา และงานพัฒนาในทุกแง่มุมและทุกระดับ เปรียบเสมือนสายใยที่เชื่อมร้อยความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและกลุ่มบุคคล เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ร่วมกัน ในงานพัฒนาชุมชนการขาดกลไกในการสื่อสาร อาจทำให้การบรรลุเป้าประสงค์มีความเสี่ยงสูงต่อภาพลักษณ์ขององค์กร กลไกที่มีบทบาทในการที่จะสร้างความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การมีปฏิสัมพันธ์และเกิดกระบวนการทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหมายของงานพัฒนาชุมชน ได้แก่

1. สื่อบุคคล (
Human Media) เป็นสื่อพื้นฐานดั้งเดิมของมนุษย์และเป็นช่องทางสำคัญ แม้ว่าเทคโนโลยีจะเจริญก้าวหน้าไปสักเพียงใดก็ตาม สื่อบุคคลเป็นการสื่อสารแบบเห็นหน้าเห็นตาหรือเป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยเป็นกลไกเชื่อมต่อที่สำคัญของหน่วยงานในการตอกย้ำความเข้าใจและประโยชน์ของโครงการหรือกิจกรรมงานพัฒนาชุมชน ให้คนในชุมชนหรือภาคีการพัฒนามองเห็นและเข้าใจเป้าหมาย

สื่อบุคคลในมุมมองของงานพัฒนามีอยู่ ๒ ประเภท คือ
  • สื่อบุคคลภายในท้องถิ่น ได้แก่ ผู้นำชุมชน พระ ปราชญ์ ชาวบ้าน ฯลฯ
  • สื่อบุคคลภายนอกท้องถิ่น ได้แก่ นักพัฒนาหรือพัฒนากร เจ้าหน้าที่ส่งเสริม นักวิจัย ฯลฯ

2. สื่อมวลชน (
Mass Media) เป็นสื่อที่มีอิทธิพลและบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศด้วยมีลักษณะที่เอื้ออำนวยหลายอย่าง เช่น มีความก้าวไกลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มีความรวดเร็วในการถ่ายทอดข่าวสารได้อย่างแม่นยำ ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารและมีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ สื่อมวลชนเพื่อการพัฒนา ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์

การประชาสัมพันธ์

เป็นวิธีการของสถาบันหรือองค์กรแห่งใดแห่งหนึ่งอันมีแผนการกระทำการต่อเนื่องกันไป ในการที่จะสร้างหรือก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีกับกลุ่มประชาชน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่จะสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน อันจะเป็นประโยชน์ให้สถาบันหรือองค์กรนั้น ๆ ดำเนินกิจการไปด้วยดี สมความมุ่งหมาย

การประชาสัมพันธ์งานพัฒนาชุมชนมีจุดมุ่งหมายของการสื่อสารใน ๓ ระดับ คือ

  1. การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ (Knowledge)
  2. การเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติ (Attitude)
  3. การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมหรือการกระทำ (Behavior/Practice)
ดังนั้น การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ภาพลักษณ์องค์กร (
Corporate Image) หมายถึง ภาพรวมทั้งหมดขององค์กรที่บุคคลรับรู้ จากประสบการณ์ หรือมีความรู้ความประทับใจ ตลอดจนความรู้สึกที่มีต่อหน่วยงานหรือสถาบันโดยการกระทำ หรือพฤติกรรมองค์การ การบริหาร ผลิตภัณฑ์การบริการและประชาสัมพันธ์ จะเข้ามามีบทบาทอย่างสูงต่อภาพลักษณ์องค์กรด้วย