วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วิธีการประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชนให้ประสบผลสำเร็จ


ชื่อ-สกุล นายชัยพร เพชรโชคชัย
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 089-7547241
ชื่อเรื่อง วิธีการประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชนให้ประสบผลสำเร็จ

เนื้อเรื่อง
กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชนบทและสนองนโยบายของรัฐบาลในการกระจายรายได้และความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในชนบทให้ดีขึ้น โดยการส่งเสริมการมีส่วนร่วม และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของชุน การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนการพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นตำบลน่าอยู่ ดังนั้น การประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น จึงเป็นวิธีการสำคัญในการกระตุ้นให้องค์กรชุมชนและประชาชนทุกหมู่บ้านในตำบล ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังความสามารถของตนเอง เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาชุมชน และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และให้กำลังใจแก่บุคคล องค์กร ชุมชน ที่สามรถดำเนินกิจกรรมจนประสบผลสำเร็จ

ปัจจัยที่จะทำให้มีความสำเร็จ ในการจัดการประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชน มีองค์ประกอบ 8 ประการ ดังต่อไปนี้ คือ
1. กิจกรรมที่จะประกวดจะต้องเป็นกิจกรรมที่มีการดำเนิการตามหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้นและประชาชนต้องเป็นผู้ดำเนินการและมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จะประกวด
2. คน หมายถึง ผู้นำชุมชน(กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,กรรมการ,กลุ่ม,องค์กร,ผู้ทรงคุณวุฒิ,ปราชญ์ชาวบ้าน,ผู้นำศาสนา)และประชาชนในหมู่บ้าน/ตำบลนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความเสียสละ,มีความอดทน,มีความรู้สึกเป็นเจ้าของและเห็นถึงประโยชน์ในการประกวดกิจกรรมนั้น
3. เงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เป็นค่าอาหาร,ค่าวัสดุ/อุปกรณ์, และอื่นๆ
4. วัสดุ/อุปกรณ์ เช่น ป้ายผ้า,กระดาษทำเอกสาร,เครื่องเสียง ฯลฯ
5. ข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลของหมู่บ้าน/ตำบล,ข้อมูลของกิจกรรมที่จะประกวด,ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ( กชช.2 ค.),ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของระดับหมู่บ้าน(จปฐ.) ฯลฯ
6. หลักเกณฑ์การประกวดกิจกรรมฯ เช่น คุณสมบัติของกิจกรรมที่จะประกวด,เงื่อนไขต่างๆ
7. วิชาความรู้ในกิจกรรมที่จะประกวด เช่น จะต้องรู้โครงสร้างบทบาทหน้าที่ของกรรมการ,สมาชิก และวัตถุประสงค์ของกิจกรรมที่จะประกวดเป็นอย่างดี
8. เวลา หมายถึง การจัดสรรเวลาในการเตรียมการประกวด เช่น การจัดทำเอกสาร,การจัดสถานที่,การประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
องค์ประกอบทั้ง 8 ประการ ที่จะทำให้การประกวดกิจกรรมฯ ประสบผลสำเร็จนั้น จะต้องมี

วิธีการดำเนินงาน ดังนี้
1. การหาผู้นำและแนวร่วมในการดำเนินการประกวดกิจกรรมฯ โดยการพบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน เช่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ ปราชญ์ชาวบ้าน คหบดี ประชาชนทั่วไป ให้มีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการจัดการประกวดกิจกรรม โดยใช้วิธีการกระตุ้นความคิด,การสร้างข้อเปรียบเทียบ,ผลดี,ผลเสีย,การยกย่อง,การชมเชย,การพาไปทัศนะศึกษาดูงานกิจกรรมที่ประกวดของหมู่บ้านตำบลอื่น ซึ่งผู้นำและประชาชนที่เห็นด้วยนั่น ก็จะเป็นหัวหน้าและผู้นำในการจัดการประกวดกิจกรรมฯ

2. การจัดเวทีประชาคมหมู่บ้าน/ตำบล เพื่อเผยแพร่ความคิดและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประกวดกิจกรรมฯให้กับประชาชนในหมู่บ้าน/ตำบล ได้ทราบโดยขอมติที่ประชุมเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

3. การวางแผนการดำเนินงาน โดยกำหนดวัน,เวลา,สถานที่ที่จะดำเนินการประกวด โดยแบ่งขั้นตอนดังนี้
3.1 ขั้นเตรียมการ
3.1.1 แบ่งงาน/แบ่งทีมงาน ได้แก่
- การประชาสัมพันธ์
- การจัดหางบประมาณ(การขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการและเอกชน),การรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาและกองทุนต่างๆ /การจัดงานหารายได้
- การประสานงานกับเอกชนและหน่วยงานต่างๆ เพื่อเชิญร่วมกิจกรรม และสนับสนุนให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณ,วัสดุอุปกรณ์,สถานที่ และวิชาการความรู้เพิ่มเติม
- การจัดทำข้อมูลเอกสาร,การจัดทำป้ายบอกทาง,ป้ายโครงการ,ป้ายประกวดกิจกรรม,ป้ายบอร์ดคณะกรรมการและสมาชิก
- การจัดสถานที่ (จัดโต๊ะ,เก้าอี้,เครื่องเสียง ฯลฯ)
- การต้อนรับ การจัดอาหาร
- การซักซ้อมทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของกรรมการ/สมาชิก/โครงสร้าง,วัตถุประสงค์ ของกิจกรรมที่จะประกวด
- กำหนดตัวพิธีกร,ผู้นำเสนอผลงาน,และซักซ้อมผู้นำเสนอผลงานฯ
3.1.2 การปรับปรุงกิจกรรมให้เป็นไปตามโครงสร้าง วัตถุประสงค์ บทบาทหน้าที่ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของกิจกรรมที่จะประกวด

3.2 ขั้นดำเนินการประกวดกิจกรรมฯ
3.2.1. ออกหนังสือเชิญผู้มีเกียรติร่วมงาน,หนังสือกล่าวรายงาน
3.2.2. จัดสถานที่ (จัดโต๊ะ,เก้าอี้,ติดป้ายกิจกรรมฯ,จัดดอกไม้ประดับ,ติดตั้งเครื่องเสียง)
3.2.3. การต้อนรับ (การมอบพวงมาลัยดอกไม้) และการจัดอาหาร
3.2.4. การกล่าวรายงานผลงาน,การแนะนำคณะกรรมการ,การตอบข้อซักถาม
3.2.5. การพาเยี่ยมชมกิจกรรมการประกวด
3.2.6. การมอบของที่ระลึกและขอบคุณคณะกรรมการ

3.3 ขั้นหลังการประกวดกิจกรรมฯ
3.3.1. ประชุมจัดเวทีประชาคม,ขอบคุณผู้นำ,กลุ่มองค์กร และประชาชนที่ให้ความร่วมมือ โดยให้การยกย่อง ชมเชยและขอบคุณ
3.3.2 ปรับปรุงและรักษากิจกรรมที่ประกวด ตามคำแนะนำและติชมของกรรมการที่ตัดสินการประกวดให้กลุ่มกิจกรรมที่ประกวดมีความยั่งยืนต่อไป
3.3.3 ออกหนังสือ ขอบคุณหน่วยงาน,บุคคลที่ให้งบประมาณสนับสนุนการประกวดกิจกรรมฯ

จากองค์ประกอบปัจจัยและวิธีการที่จะให้การประกวดกิจกรรมประสบผลสำเร็จนั้น ปัจจัยที่สำคัญคือ คน ถ้าได้ผู้นำและประชาชนที่มีความเสียสละมองเห็นถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มีใจรักในงานพัฒนาหมู่บ้าน มีความตั้งใจจริงแล้ว จะเป็นตัวผลักดันให้การประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมชนดำเนินไปตามขั้นตอนวิธีการดำเนินงานการประกวดกิจกรรมประสบผลสำเร็จได้ และในส่วนของปัจจัยเรื่อง เงิน,วัสดุ/อุปกรณ์,ข้อมูลต่างๆ,หลักเกณฑ์การประกวดฯ,วิชาความรู้ในกิจกรรมการประกวด,และเวลาจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่จะทำให้เกิดวิธีการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการประกวดกิจกรรมพัฒนาชุมจะสำเร็จได้ตามเป้าหมาย

การถ่ายภาพเพื่อทำวีดิทัศน์


ชื่อ-นามสกุล นายสุรเดช วรรณศิริ
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชื่อเรื่อง การถ่ายภาพเพื่อทำวีดิทัศน์
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ ถ่ายภาพแล้วเสีย ใช้ไม่ได้ หรือภาพไม่พอแก่การนำไปตัดต่อ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2551
สถานที่ หลายพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

เนื้อเรื่อง
ในหนึ่งปี ผมทำวีดีทัศน์หลายเรื่อง ปัญหาที่พบบ่อย ๆ คือ ภาพถ่ายมาแล้วใช้ไม่ค่อยได้ หรือภาพไม่พอใช้ในการตัดต่อ เพราะปัญหาภาพเหวี่ยงไปมา ภาพย้อนแสง พิธีกรไม่มองกล้อง เสียงไม่ชัดเจน ภาพที่ได้มีน้อยเกินไป ทำให้ต้องใช้ภาพซ้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ผมแก้ปัญหาเหล่านี้จากประสบการณ์ของผม โดยเลียนแบบรายการโทรทัศน์ที่ผมสนใจ เช่น รายการกบนอกกะลา หรือปราชญ์เดินดิน เป็นต้น

วิธีการก็คือจะคิดเรื่อง กำหนดกรอบที่จะนำเสนอมาก่อน กำหนดระยะเวลาเมื่อตัดต่อแล้วจะให้เหลือกี่นาที จะต้องหาภาพอะไรมาใส่ให้พอที่จะตัดต่อ เขียนสคริป กำหนดภาพและเสียงที่ต้องการ การนำเสนอให้ตรงประเด็น อย่ายาวมาก เยิ่นเย้อ เดี๋ยวนี้การนำเสนอแต่ละเรื่องนั้น ความยาวประมาณ 5-6 นาที ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นวีดิทัศน์สารคดีอาจมีความยาวมากกว่านั้น อย่างไรก็ตามผมมีความเห็นว่าไม่ควรเกิน 30 นาที

ก่อนไปถ่ายทำดูแลอุปกรณ์ถ่ายทำให้พร้อม เช่น กล้องวีดิโออยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ ม้วนเทปว่างหรือสามารถอัดทับได้หรือไม่ หรือจะต้องใช้ม้วนใหม่ หรือฮาร์ดไดร์ฟ มีพื้นที่เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอต้องลบหรือนำภาพเก่าออกก่อน แบตเตอรี่ชาร์ทไฟเพียงพอหรือไม่ ขาตั้งกล้องต้องใช้หรือไม่ ถ้าต้องการถ่ายภาพนิ่ง ๆ นาน ๆ อาจต้องใช้ขาตั้งกล้อง ไมค์ดูดเสียงต้องเตรียมให้พร้อม หากไม่มีจะทำอย่างไร สำหรับผมใช้เครื่องบันทึกเสียงแทนไมค์ดูดเสียง รวมความว่าทุกอย่างต้องเช็คให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ

วันถ่ายทำไปแต่เนิ่น ๆ ดูสถานที่ ดูแสง หาทำเลเหมาะ ๆ สวย ๆ เวลาถ่ายทำให้ถ่ายงานหลักก่อน ถ่ายไปตามสคริป ให้มีการซูมใกล้/ไกล/ปานกลาง มีมุมบน/ล่าง แพนซ้าย/ขวา หลาย ๆ มิติ เรื่องของแสงจัดให้เหมาะสม ระวังความมืดหรือสว่างเกินไป อาจทำให้ไม่น่าดูหรือน่ารำคาญ

การสัมภาษณ์ให้ถ่ายยาวไปตั้งแต่เริ่มพูดจนจบ แล้วไปถ่ายภาพ Insert ภายหลัง การถ่ายภาพ Insert ให้ถ่ายสั้น ๆ ครั้งละ 7-8 วินาทีพอแล้ว ถ่ายไปตามเรื่องราวหรือที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่พูดถึง การถ่ายภาพผู้ถูกสัมภาษณ์ บางทีต้องเขียนบทให้เขาพูด พยายามให้เขาพูดตามสบาย ถ้าเขาพูดไม่ได้จริง ๆ อาจแอบถ่ายตอนซ้อมก็ได้ ถ่ายหน้าตรงบ้าง ด้านข้างบ้าง สำหรับพิธีกร การพูดอยู่หน้ากล้อง สายตาต้องจับจ้องอยู่ที่เลนส์กล้อง หรือบางคนเรียกว่าตาจิกอยู่ที่กล้อง ไม่เช่นนั้น จะรู้สึกว่าไม่ได้พูดกับคนดู

สุดท้าย ผมขอแนะนำให้ผู้ที่จะจัดทำวีดิทัศน์ลองหลับตาจินตนาการถึงเรื่องที่คุณจะทำ ภายในเวลาที่นำเสนอประมาณ 5-6 นาที มีเรื่องราวอย่างไรบ้าง มีภาพ มีเสียงอย่างไร นั่นแหละ...ไปถ่ายทำมาตามนั้น...

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
1. การถ่ายภาพวิดีโอที่ดี
2. การเตรียมความพร้อมก่อนถ่ายทำวิดีโอ

แก่นความรู้ (Core Competency)
1. ยึดหลักการถ่ายภาพที่ดี
2. ต้องมีสคริปทุกครั้ง
3. นำเสนอให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
1. แนวคิดเกี่ยวกับการนำเสนอที่มีประสิทธิภาพ
2. หลักการถ่ายภาพที่ดี
3. คู่มือการถ่ายภาพ และคู่มือการใช้กล้องวีดิโอ

เทคนิคการเข้าถึงประชาชนของพัฒนากรมือใหม่

ชื่อ - สกุล นางรำพา ชนะพลชัย
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 081-7346994
ชื่อเรื่อง เทคนิคการเข้าถึงประชาชนของพัฒนากรมือใหม่
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2532
สถานที่ ตำบลซึ้ง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

เรื่องเล่า
ในปี พ.ศ. 2532 ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งเปลี่ยนสายงานจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ เป็นพัฒนากรครั้งแรก ที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี พัฒนาการอำเภอสมัยนั้น คือ หัวหน้า สุรชัย วิชญธรกุล หรือที่พวกเราเรียกกันว่า “พี่แซร์” มอบหมายให้ข้าพเจ้ารับผิดชอบตำบลซึ้ง ซึ่งมีหมู่บ้านในความรับผิดชอบ จำนวน 10 หมู่บ้าน กำนันตำบลซึ้งสมัยนั้น คือ นายประสาร เขมะสุข ในฐานะพัฒนากรมือใหม่ ข้าพเจ้ามีแต่ความวิตกกังวลว่าจะปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้ไม่ได้ เพราะทราบมาว่า คนที่จะเป็นพัฒนากรนั้นจะต้องพูดเก่งโดยเฉพาะการพูดกับคนหมู่มากในที่ชุมชน และต้องทำงานเข้ากับกำนันผู้ใหญ่บ้านได้

เมื่อทราบว่าจะต้องแนะนำตัว และนำเรื่องราชการไปชี้แจงต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในที่ประชุมสภาตำบล ข้าพเจ้าก็เป็นอันกินไม่ได้ นอนไม่หลับล่วงหน้าไปหลายคืน กลัวว่าจะพูดจากับเขาไม่รู้เรื่อง กลุ้มอกกลุ้มใจเป็นอย่างมาก แต่โชคดีที่มี คุณนพรัตน์ รามางกูร หรือที่คนสนิทเรียกว่า “พี่แดง” ซึ่งเป็นนักวิชาการในสำนักงานพัฒนาชุมชนเขต 2 (สมัยนั้น) “พี่แดง” เป็นครูคนแรกของชีวิตการเป็นพัฒนากรมือใหม่ คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำและพร่ำสอนถึงเทคนิคในการทำงานในชุมชน โดยช่วยร่างแม้กระทั่งคำพูดแนะนำตัว และเรื่องที่จะต้องชี้แจงเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรีทำทุเรียนกวน ซึ่งตำบลซึ้งได้รับจัดสรรงบประมาณประจำปีนั้น ให้ที่ประชุมสภาตำบลทราบ ท่านเชื่อหรือไม่กับคำว่า “สวัสดีค่ะ ดิฉัน รำพา ชนะพลชัย พัฒนากรประจำตำบลซึ้งคนใหม่ “

ข้าพเจ้าฝึกซ้อมยกมือไหว้และซ้อมพูดกับหน้ากระจก อยู่หลายเที่ยว รวมทั้งซ้อมพูดเรื่องที่จะต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบ จนจำได้ขึ้นใจ ซึ่งพี่แดงสอนว่า เวลาพูดอักขระต้องชัดเจน น้ำเสียงต้องมีหนักเบา และที่สำคัญอย่าให้เขาจับได้ว่าเราท่องมา ซึ่งในการแนะนำตัวและแจ้งเรื่องราชการต่อที่ประชุมสภาตำบลซึ้งในวันนั้น ประเมินแล้วข้าพเจ้าทำได้ดีพอสมควรไม่ประหม่าเท่าที่ควร แต่เมื่อข้าพเจ้าลงท้ายด้วยคำพูดว่า “ต้องขอความร่วมมือต่อกำนันผู้ใหญ่บ้านในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมกลุ่มอาชีพสตรีทำทุเรียนกวน “ คำพูดที่กำนันประสารตอบกลับว่า “ ถ้าคิดว่าจะทำโครงการนี้ก็ขอให้พัฒนากรมาลองดูเอาเองก็แล้วกัน” และท่าทีเฉยเมยที่ไม่ให้ความสำคัญต่อพัฒนากรหน้าใหม่และโครงการนี้เท่าไร เท่านั้นแหล่ะ หัวใจของข้าพเจ้าที่พองโตว่าข้าพเจ้าพูดจาได้ดีพอสมควร ก็ฝ่อแฟบลงทันที

เมื่อกลับบ้านพักข้าพเจ้าก็นั่งคิดนอนคิดว่าจะทำอย่างไรให้กำนันตำบลซึ้ง ยอมรับในตัวเราให้ได้ จนในที่สุดก็ตกผลึกความคิดว่า จะต้องไม่รุกเร้าและเร่งที่จะดำเนินการเรื่องโครงการดังกล่าวในขณะนี้ ถ้าเรารุกเดี๋ยวเขาจะถอย เนื่องจากกำนันยังไม่รู้จักมักจี่เรา ผู้นำสตรีตำบลซึ้งซึ่งเป็นแกนนำของกลุ่มเป้าหมาย เราก็รู้จักแต่ชื่อ แต่ยังไม่เคยพบปะและไม่รู้จักบ้านด้วยว่าอยู่ที่ไหน มืดแปดด้านไปหมด ข้าพเจ้าจำได้จากการฝึกอบรมก่อนประจำการว่า จะต้องสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนก่อนอื่นใด แต่ที่ไหนล่ะที่จะมีผู้คนให้ข้าพเจ้าไปผูกมิตรสัมพันธ์ได้ดีเท่าที่วัด

เมื่อคิดได้ดังนั้นข้าพเจ้าก็เริ่มต้นที่ “วัดกงษีไร่ “ ทันที ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านของกำนัน ข้าพเจ้าตรงเข้าไปที่กุฏิของแม่ชีหลังหนึ่ง ไปแนะนำตัวสนทนาอยู่ด้วยเป็นนาน และเมื่อแม่ชีชวนข้าพเจ้าให้ทานข้าวกลางวัน ข้าพเจ้าก็ไม่ยอมละโอกาส และในขณะนั้น เรื่องโครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรีทำทุเรียนกวน ยังคงเวียนวนอยู่ในสมองของข้าพเจ้าตลอดเวลา เมื่อสบโอกาสข้าพเจ้าถามแม่ชีว่า ถ้าจะไปพบกับผู้นำกลุ่มสตรีจะไปพบได้ที่ไหน แม่ชีบอกว่า “ก็ที่วัดนี่แหละหนูมาซิ ประธานกลุ่มสตรีตำบลนี้เป็นหลานของแม่ชีเอง ชื่อ “ฮวย” เขาและสมาชิกกลุ่มสตรีจะพากันมาทำบุญที่วัดนี้ทุกวันพระ “ เท่านั้นแหละข้าพเจ้าก็รีบจดบันทึกไว้เลยว่าวันไหนคือวันพระ

และแล้วในวันพระถัดมา ข้าพเจ้าก็ได้พบกับ “ป้าฮวย” ประธานกลุ่มสตรีตำบลซึ้งและสมาชิกกลุ่มสตรีอื่น ๆ อีกมากมายสมใจ และได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกลุ่มสตรีหลังทำบุญเลี้ยงพระเรียบร้อยแล้ว แต่ยังก่อนข้าพเจ้าตั้งใจแล้วว่าจะไม่ผลีผลามพูดเรื่องงานใด ๆ ทั้งสิ้น ในขณะนี้พบกลุ่มเป้าหมายแล้วอดใจไว้ก่อน สร้างความสัมพันธ์ก่อนค่อยพูดเรื่องงานภายหลัง และพวกเขาก็ดูจะเอ็นดูข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากทราบว่าข้าพเจ้าเป็นขาประจำอาหารกลางวันที่กุฏิของแม่ชี ซึ่งเป็นป้าของประธานกลุ่มสตรีและที่สำคัญ แม่ชีท่านนี้คือ “แม่ยาย”ของกำนันนั่นเอง และในวัดนี้เองข้าพเจ้าได้รู้จัก ภรรยากำนัน ชื่อ “เรณู” ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญคนหนึ่งของกลุ่มสตรีตำบลซึ้ง

ข้าพเจ้าใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ในการใช้รถจักรยานยนต์เข้า-ออกพื้นที่ตำบลซึ้ง แวะไปหาทักทายทำความรู้จักบ้านของกำนัน และผู้ใหญ่บ้านต่าง ๆ จนเข้านอกออกในบ้านกำนันได้อย่างดี เนื่องจากสนิทสนมกับภรรยากำนัน ซึ่งข้าพเจ้าเรียกว่า “แม่” และทำให้กำนัน พลอยเอ็นดูข้าพเจ้าเหมือนลูกหลานไปด้วย และเรียกตัวเองว่า “พ่อ” ในเวลาต่อมา และที่สำคัญข้าพเจ้าไม่เคยลืมพกกล้องประจำตัว เพื่อถ่ายภาพกิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ ในตำบล เช่นวันพัฒนาหมู่บ้าน ซึ่งข้าพเจ้าใช้เป็นเทคนิคในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนในหมู่บ้านซึ่งได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่า ใคร ๆ ก็อยากเห็นภาพตัวเองปรากฎอยู่ในกิจกรรมต่าง ๆ ของหมู่บ้าน

เมื่อคิดว่าสุกงอมดีแล้วข้าพเจ้าก็ลุยเรื่องโครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรีทำทุเรียนกวนทันที ซึ่งเป็นภาระหนักอกหนักใจตลอดเวลาด้วยกลัวว่าจะเบิกจ่ายงบประมาณไม่ทัน และเพื่อแสดงความโปร่งใสของการเบิกจ่ายงบประมาณของทางราชการ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงให้ทางตำบลเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เบื้องต้น ตั้งแต่รายการวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ในโครงการข้าพเจ้าจะให้ทางกลุ่มสตรีเป็นผู้ไปเลือกและตกลงราคากับร้านค้าด้วยกันกับข้าพเจ้า เพื่อแสดงความโปร่งใสในการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งในที่สุดก็สามารถเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายจนได้และโครงการของข้าพเจ้าก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ในเวลาต่อมาไม่ว่าข้าพเจ้าจะขอความร่วมมือในเรื่องใด กำนันผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มสตรี จะช่วยเหลือเป็นกำลังสำคัญให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งผลงานเชิงประจักษ์ที่ยังคงเป็นความภาคภูมิใจของข้าพเจ้าจนถึงปัจจุบัน คือตำบลซึ้งได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัดส่งโครงการสร้างฝายน้ำล้น ซึ่งเป็นโครงการ กสช.(โครงการสร้างงานในชนบท) เข้าประกวดและได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับภาคประจำปี 2533 ได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท ซึ่งทางตำบลซึ้งได้นำไปต่อยอดการพัฒนาโดยทำถนนลูกรังในหมู่บ้าน และในปีนั้นเองส่งผลทำให้พัฒนากรมือใหม่อย่างข้าพเจ้าได้รับการพิจาณาความดีความชอบเลื่อนขั้นเงินเดือน 2 ขั้น

ความประทับใจที่ข้าพเจ้ามีต่อตำบลซึ้งไม่เคยจืดจางไปจากความทรงจำเลย และเหนือสิ่งอื่นใดคำเรียกขานที่กำนันผู้ใหญ่บ้านเรียกข้าพเจ้าว่า “พัฒนา” ข้าพเจ้าคิดว่า ช่างเป็นชื่อเรียกขานที่ไพเราะและข้าพเจ้าภาคภูมิใจมาก เพราะบ่งบอกว่าชาวตำบลซึ้งยอมรับแล้วว่าข้าพเจ้าคือตัวแทนของกรมการพัฒนาชุมชน ของที่ระลึกนาฬิกาตั้งโต๊ะ ที่ข้าพเจ้าได้รับจากชาวตำบลซึ้ง ในคราวย้ายกลับภูมิลำเนาจังหวัดชลบุรี ปัจจุบันข้าพเจ้ายังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และยังคงระลึกถึงอยู่เสมอว่า “ตำบลซึ้ง” แห่งนี้ได้สร้างพัฒนากรมือใหม่ในครั้งนั้นให้มีผลงานและมีความภาคภูมิใจในความเป็น”พัฒนากรประจำตำบล” และเป็นนักพัฒนาชุมชนตัวแทนของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ส่งผลต่อความมุ่งมั่นในการทำงานจนถึงปัจจุบันนี้

ขุมความรุ้
1. การปฏิบัติงานในตำแหน่งพัฒนากรซี่งเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และไม่คุ้นเคยทั้งสถานที่ ผู้คนและงานในพื้นที่ ทำให้มีความวิตกกังวลและไม่เชื่อมั่นในตนเองว่าจะปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้ได้
2. การเตรียมความพร้อม โดยศึกษาเรียนรู้และซักซ้อมให้ดีทำให้มีความมั่นใจและสามารถปฏิบัติงานได้เมื่อต้องปฏิบัติงานจริง
3. การหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ ทำให้มีแนวปฎิบัติที่ดี ทั้งมีกำลังใจที่จะฝ่าฟันงานให้สำเร็จลุล่วงได้
4. การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน โดยเข้าถึงบุคคลและกลุ่มคนเป้าหมายในการทำงาน ทำให้งานบรรลุเป้าหมาย ดีกว่าที่จะไปเร่งรัดเอางานเข้าไปยัดเยียดโดยที่ชุมชนยังไม่ยอมรับในตัวเจ้าหน้าที่
5. การทำงานโดยยึดหลักความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนส่งผลต่อความเชื่อมั่นและไว้วางใจในเจ้าหน้าที่ของรัฐและส่งผลต่อความร่วมมือที่นำไปสู่ความสำเร็จของงาน
6. ความศรัทธาและภาคภูมิใจในหน่วยงาน และบทบาทภาระหน้าที่ของตนเอง ผลงานที่เกิดขึ้น และได้รับการยอมรับจากผู้ที่ร่วมงาน ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในการทำงานให้มีประสิทธิภาพในครั้งต่อๆไป

แก่นความรู้
1. สร้างความมั่นใจ : งานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ต้องใฝ่ใจเรียนรู้ให้เกิดทักษะและความชำนาญ
2. สร้างความสัมพันธ์ชุมชน : พื้นที่ใหม่ คนใหม่อย่าใจร้อนเร่งรัดงาน ต้องเร่งสร้างสัมพันธ์กับบุคคลและกลุ่มคนก่อน เรียนรู้คน พิ้นที่ และงานที่จะทำในพื้นที่ ให้ได้ใจจึงจะได้งาน
3. สร้างความไว้วางใจ : การทำงานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของทางราชการ ต้องยึดมั่นในความสุจริต โปร่งใส และคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายผู้เกี่ยวข้อง และยึดระเบียบแบบแผนของทางราชการ
4. สร้างแรงบันดาลใจ : ความศรัทธาที่มีต่อหน่วยงาน ความภาคภูมิใจต่อตนเองและต่องานที่มุ่งให้เกิดผลต่อประชาชนและองค์กรของตนเองเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อดทนต่อความยากลำบากของงานและสิ่งแวดล้อมได้

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การทำงานพัฒนาชุมชนไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิด

ชื่อ - สกุล นายนันทวุฒิ เนียมสินธุ์
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
เบอร์โทรศัพท์ 089 - 8314624
ชื่อเรื่อง การทำงานพัฒนาชุมชนไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิด
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ ผลกระทบจากการเลือกตั้งที่มีต่องานพัฒนาชุมชน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2552
สถานที่ ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน
.

เนื้อเรื่อง
ข้าพเจ้าได้มาปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอคลองเขื่อน เมื่อพฤษภาคม 2552 และรับมอบหมายให้ประสานงานตำบลก้อนแก้ว ตำบลบางโรง ตำบลบางตลาดได้ศึกษาพื้นที่ในตำบล ดูศักยภาพของหมู่บ้านต่างๆ รู้จักผู้นำชุมชน ดูข้อมูลกลุ่ม/องค์กร เพื่อการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน และได้หมู่บ้านหนึ่งมีความเข้มแข็งมีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งผู้นำ กลุ่ม/องค์กร ข้อมูล สถานที่พร้อม สามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนของตำบลได้ การประสานงานและการส่งเสริม สนับสนุนงานในหน้าที่รับผิดชอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
.
ในเดือนกันยายน 2552 มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล เริ่มมีการแตกแยกทางความคิด แบ่งฝ่าย และผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตจากการป่วยในเวลาต่อมา ได้เลือกผู้ใหญ่บ้านเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ความแตกแยกทางความคิดจากการเลือกตั้งมีผลกระทบโดยตรงกับงานพัฒนาชุมชนในงานกองทุนหมู่บ้าน องค์กรพัฒนาสตรี กองทุนแม่ของแผ่นดิน และศูนย์เรียนรู้ชุมชน เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานกองทุนหมู่บ้าน ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ศูนย์เรียนรู้ชุมชนมีที่ตั้งในบ้านผู้ใหญ่บ้าน องค์กรพัฒนาสตรีมีผู้นำสมัครเป็นสมาชิก อบต. 2 คน
.
ข้าพเจ้าได้ทำความเข้าใจในแนวทางและหลักเกณฑ์การปฏิบัติทั้งกฎ ระเบียบ ศึกษาข้อมูลผู้นำชุมชนในพื้นที่แล้ว ได้ลงไปประสานงานสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านก่อน เพราะจะมีการส่งคืนเงินกู้ ซึ่งคณะกรรมการแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ได้นำประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วยในการแก้ไขปัญหา ประสานงาน ทำความเข้าใจพูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ต้องใช้ความอดทน อดกั้นในการทำงาน จนมีการประชุมคัดเลือกประธานกรรมการฯ คนใหม่ และส่งใช้เงินกู้คืนตามกำหนด
.
การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีปัญหาและอุปสรรคเข้ามีมากมาย ไม่มีแนวทาง ในการคัดเลือกประธานกองทุนแม่ฯ ที่เสียชีวิต มีการแบ่งฝ่าย หาคนทำงานต่อไม่ได้ จึงได้แก้ไขปัญหาด้วยการประสานงานและปรึกษาหารือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงไปทำความเข้าใจพูดคุยกับทุกฝ่ายใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วยในการแก้ไข ปัญหานี้มีประสบการณ์จากกองทุนหมู่บ้านแล้ว ได้แจ้งให้หมู่บ้านทราบถึงแนวทางและหลักเกณฑ์การปฏิบัติ จนประชุมประชาคมหมู่บ้านคัดเลือกคณะกรรมการประสบความสำเร็จ และได้สถานที่ดำเนินกิจกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งใช้เวลาหลายเดือน
.
การดำเนินงานองค์กรพัฒนาสตรี กิจกรรมในหมู่บ้านมีความชัดเจนแล้ว ในการคัดเลือกคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้านที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คงไม่ประสบปัญหาอะไร เพราะได้สร้างความเข้ากับทุกฝ่ายแล้ว และประสบการณ์ที่ผ่านมาจะช่วยในการแก้ไขปัญหาได้
.
การดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ชุมชน จากการแก้ไขปัญหาต่างๆ ภายในหมู่บ้านได้ให้ทำกลุ่ม/องค์กรต่างๆ มีความชัดเจนมากขึ้นการทำงานเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย กลุ่ม/องค์กรมีที่ทำการเป็นของตนเอง ซึ่งอยู่ระหว่างส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน
.
การคำเนินงานพัฒนาชุมชนให้มีผลกระทบน้อยที่สุดการทำให้ทุกฝ่ายพึ่งพอใจ ปัญหาอาจ ยังไม่หมด เราต้องไม่หยุดนิ่งที่จะแก้ไขปัญหาให้หมู่บ้าน ประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อลดความขัดแย้ง ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา ใช้ชุมชนแก้ปัญหาของชุมชนเอง ใช้เวทีประชาคมในการแก้ปัญหา
.
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-การเลือกตั้งมีผลกระทบกับงานพัฒนาชุมชน
-กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
-ใช้เวทีประชาคมหมู่บ้านในการแก้ปัญหา
.
แก่นความรู้ (Core Competencies)
-รู้ปัญหาที่เกิดขึ้น แสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหา
-ปรึกษาหารือกับทุกฝ่ายและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
-ชี้แจงในหลักการ แนวทางปฏิบัติ และกฎระเบียบ
.
กลยุทธในการทำงาน
1. สร้างพลังชุมชน การสร้างกระบวนการเรียนรู้ สร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยเวทีประประชาคมใน การแก้ไขปัญหา เพื่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นสุข
2. การประสานงาน การทำงานพัฒนาชุมชนพบปัญหา มีคนไม่เห็นด้วยกับแนวทางปฏิบัติที่เราดำเนินการ ต้องยึดแนวทางปฏิบัติและกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้มาปรึกษาหารือกับพัฒนาการอำเภอและเชิญเข้าร่วมประชุมด้วย ต้องประสานงานสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายก่อนเพื่อลดความขัดแย้ง แล้วจัดเวทีประชาคม
.
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ.2547 และระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวทางการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ของศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศตส.) - ดำเนินกิจกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกรมการพัฒนาชุมชน

ทุนสะสมที่ใช้ไม่มีหมด


ชื่อ – นามสกุล นายเกียรติศักดิ์ อรัณยะกานนท์
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 08 7030 6080
เรื่อง ทุนสะสมที่ใช้ไม่มีหมด
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานราชการที่ได้รับแต่งตั้งมอบหมาย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538
สถานที่ บ้านปากคลองต้นหมัน หมู่ที่ 3 ตำบลคลองบ้านโพธิ์ อำเภอบ้านโพธิ์
จังหวัดฉะเชิงเทรา
.
เนื้อเรื่อง
สภาพปัญหาทางเศรษฐกิจในชุมชนถือเป็นปัญหาสำคัญของชาติ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ของทุกชนชั้นไม่ว่าจะเป็นในสังคมเมืองหรือในสังคมชนบท โดยทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 (พ.ศ.2535 – พ.ศ.2539) ถึงฉบับที่ 10 ปัจจุบันได้กำหนดจุดมุ่งหมายหลักโดยเน้นให้คนเป็นจุดศูนย์กลางของการพัฒนา ซึ่งหมายถึงพัฒนาโดยกำหนดยุทธศาสตร์ในการเพิ่มศักยภาพของคนทุกกลุ่มเป้าหมาย ให้มีทางเลือกในชีวิตและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นโยบายกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดจุดมุ่งหมายไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้ประชาชน “มีความสุขสมบูรณ์” โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถช่วยตัวเองได้มากขึ้น พร้อมทั้งสามารถปรับตัวให้เข้ากับทางสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการจะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าวเป้าหมายที่สำคัญคือ “การพัฒนาคน” เพื่อดำเนินการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น บรรลุเป้าหมายตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ในด้านการดำเนินงานพัฒนาชุมชนทุกยุคทุกสมัย
.
ผู้นำชุมชนในตำบลคลองบ้านโพธิ์ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดตั้ง กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตำบลคลองบ้านโพธิ์ขึ้น เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2538 มีสมาชิกก่อตั้ง 10 คน เงินสัจจะ 1,000 บาท มีคณะกรรมการบริหาร 9 คน ต่อมาได้มีการรณรงค์ให้มีการขยายกิจกรรมกลุ่มรับสมัครสมาชิกเพิ่มขันมี จำนวน 237 คนมีเงินสัจจะสะสมรวม 1,311,510 บาท มีคณะกรรมการบริหารงานจำนวน 5 คณะ รวม 20 คน ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้มีการจัดตั้งศูนย์สาธิตการตลาดขึ้น โดยมีคณะกรรมการบริหารดำเนินงานเป็นรูปแบบการสาธิตการตลาด โดยให้สมาชิกสั่งของตามความจำเป็น ไม่มีอาคารที่ถาวร อาศัยศาลาวัดเป็นที่ดำเนินการ สมาชิกมารับของที่สั่งตามวันเวลานัดหมายการดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย มีการปันผลแก่สมาชิกและกิจการของกลุ่มมีความก้าวหน้าเป็นลำดับเรื่อยมา ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์สาธิตการตลาดที่ถาวรนำสินค้ามาวางขายได้ตามรูปแบบของศูนย์สาธิตการตลาด มีการบริหารการจัดการอย่างเป็นระบบ สามารถนำผลกำไรมาบริหารจัดการได้ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการพัฒนาตำบล (คพต.ปี 2540) จำนวนเงิน 443,000 บาท
.
ปี 2542 ดำเนินการก่อสร้างลานค้าชุมชนขึ้นโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการพัฒนาตำบลเพื่อเป็นการขยายบริเวณอาคารศูนย์สาธิตให้กว้างขึ้นและจัดเป็นลานค้าชุมชนจำหน่ายสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรของสมาชิกและเกษตรกรในชุมชน ปี พ.ศ.2543 ได้ขยายกิจการโดยการจัดตั้งปั๊มชุมชนจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซิน จากบริษัทบางจากมหาชน โดยการระดมหุ้นจากสมาชิก เป็นเงิน 1,008,100 บาท ในปี พ.ศ. 2546 ได้ขยายกิจการเพิ่ม โดยการจำหน่ายสินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร อาหารกุ้ง อาหารปลา ตามมติที่ประชุมของสมาชิกกลุ่ม จากการดำเนินงานของกลุ่มโดยคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ที่ทุมเทกำลังกาย กำลังใจจนกิจกรรมนี้สำเร็จตามความมุ่งหวังสามารถพึ่งตนเองได้ มีกิน มีงาน มีการออม เกิดจากการช่วยเหลือซึ่งกันและกันร่วมมือร่วมใจทำงานร่วมกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมรับผลประโยชน์ ร่วมดูแลรักษา
.
เมื่อปลาย ปี พ.ศ. 2549 กลุ่มได้รับผลกระทบจากการขอลาออกของสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ และถอนหุ้นจากการลงทุนในกิจกรรมเครือข่าย เป็นจำนวนมาก เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่เอื้ออำนวย และสมาชิกย้ายออกไปทำงานนอกพื้นที่ตำบล การประกอบอาชีพของสมาชิก ในการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาเกิดผลเสียหาย เกิดโรคระบาดในการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา กระทบไปถึง กิจการขายน้ำมัน และอาหารกุ้ง อาหารปลา ตลอดจนสินค้าในศูนย์สาธิตการตลาดก็ได้รับผลกระทบไปด้วย
.
ในฐานะนักวิชาการพัฒนาชุมชนผู้ปฏิบัติงานในท้องที่ จึงได้เป็นผู้ประสานงานกับคณะกรรมการทุกฝ่าย ดำเนินการให้กลุ่มยึดมั่นดำเนินงานตามนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน จะต้องศึกษากิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกิจกรรมเครือข่ายที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ว่ามีผลสำเร็จเพียงใด มีปัจจัยอะไรที่สนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ และประสบปัญหาอะไรบ้างในการดำเนินงาน มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อจะนำผลการศึกษาที่ได้ไป ปรับใช้หรือปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกิจกรรมเครือข่าย ต่อไป โดยเฉพาะกรณีของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกิจกรรมเครือข่ายตำบลคลองบ้านโพธิ์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
.
ดำเนินการในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1. ให้กำลังใจในการปฏิบัติงานกับคณะกรรมการทุกฝ่าย
2. ประชุมสมาชิกกลุ่มชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและร่วมแสดงความคิดเห็นในการหาทางแก้ไขปัญหา
3. ประมวลสภาพปัญหา จัดลำดับความสำคัญของปัญหา
4. จัดลำดับแนวทางการแก้ไขปัญหา
5. ร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหา
.
ขั้นตอนในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. ชี้แจ้งทำความเข้าใจกับสมาชิกกลุ่มถึงผลได้ ผลเสีย ให้กำลังใจ ในการรวมกลุ่ม เพื่อให้สมาชิมีความมั่นใจในการบริหารงานของกลุ่มอย่างเป็นระบบ ผลการดำเนินการ ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่น ในการบริหารงาน
2. ปรับปรุงระเบียบข้อบังคับในการขยายอัตราการถือหุ้นของสมาชิกเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการขยายการรับซื้อหุ้นจากสมาชิกที่ขอลาออกไปจากกลุ่ม ผลการดำเนินการ ทำให้สมาชิกมีหุ้นเพิ่มมากขึ้น (ตัวหารน้อยลง)
3. ปรับรายการสั่งซื้อสินค้าภายในศูนย์สาธิตการตลาดให้รองรับกับความต้องการของสมาชิก เพื่อเป็นการลดจำนวนของสินค้าที่สมาชิก ไม่จำเป็นต้องซื้อ และปรับเพิ่ม – ลดสินค้าตามความจำเป็น ผลการดำเนินการ เพิ่มสินค้าอุปโภค บริโภคมากขึ้น และลดจำนวน อาหารกุ้ง อาหารปลาน้อยลง
4. ปรับเปลี่ยนอัตราการจ้าง ของผู้ดำเนินการด้านการขายในศูนย์สาธิต และปั้มน้ำมันให้เหมาะสม เพื่อเป็นการปรับสมดุลของรายรับ – รายจ่าย ในศูนย์สาธิตการตลาด และปั้มน้ำมัน ผู้ทำหน้าที่ขายสินค้าไม่จำเป็นต้องพักค้างภายในอาคารศูนย์ และปั้มน้ำมัน ผลการดำเนินการ สามารถลดรายจ่าย และค่าใช้จ่ายบางส่วนในการดำเนินการได้ตามสภาวะ
5. หยุดจำหน่ายน้ำมันชั่วคราว เพื่อปรับปรุงอาคารปั้ม และปรับเปลี่ยนคนจำหน่ายน้ำมัน เพื่อให้เหมาะสม กับสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมัน ขึ้น – ลงไม่ มีมาตรฐาน และลดค่าใช้จ่าย ผลการดำเนินการ สามารถเปิดจำหน่ายน้ำมัน ได้ในเวลาต่อมาที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการขาดทุนจากการปรับลงราคาน้ำมันอย่างลอยตัว
.
ปัจจุบันกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตำบลคลองบ้านโพธิ์
สรุปได้ว่า สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตำบลคลองบ้านโพธิ์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความพึงพอใจเป็นส่วนใหญ่ ส่วนปัญหาที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกิดขึ้นส่วนน้อย ได้ชี้แจงทำความเข้าใจและทบทวนหลักการนโยบาย วัตถุประสงค์ของกลุ่มออมทรัพย์ฯ ให้แก่คณะกรรมการฯ และสมาชิก เพิ่มเติมจนเป็นที่เข้าใจ และพอใจในการดำเนินงานในการบริหารงานที่เป็นไปอย่าง บริสุทธิ์ โปร่งใส ยุติธรรม ของคณะกรรมการทุกฝ่าย ทุกคณะ .
หัวใจของกลุ่มออมทรัพย์ ฯ คือ ความ จริงใจ บริสุทธิ์ โปร่งใส ยุติธรรม ซื่อสัตสุจริต ที่เป็น
* ทุนสะสมที่ใช้ไม่มีหมด *
ขอความสำเร็จนี้จงประสบแก่คณะผู้ดำเนินงานทุกฝ่าย ทุกท่าน ขอให้ความดีนี้ได้จารึกไว้ในชุมชนตลอดไป

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประชาธิปไตยกับการแก้ไขปัญหาชุมชน


ชื่อ – นามสกุล นายสุรินทร์ เทศกิจ
ตำแหน่ง นักวิชาการการจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบ้านโพธิ์
เบอร์โทรศัพท์ 08-4655-4319
ชื่อเรื่อง ประชาธิปไตย กับ การแก้ไขปัญหาชุมชน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การถอนเงินสัจจะกองทุนหมู่บ้านฯ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2552
สถานที่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

เนื้อเรื่อง
ในปี พ.ศ.2552 มีสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ได้แจ้งอำเภอฯ ในฐานะเลขาคณะอนุกรรมการสนับสนุน และติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านฯ ว่าคณะกรรมการฯ ดำเนินถอนเงินสัจจะกองทุนหมู่บ้านฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้มีการประชุมชี้แจงให้กับสมาชิกทราบ และขอให้อำเภอฯ ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ การกระทำดังกล่าว
.
หลังจากที่ได้รับทราบเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน ข้าพเจ้าได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากประชาชนในพื้นที่ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ความว่าคณะกรรมการได้ถอนเงินสัจจะกองทุนฯ จริง และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ มาจากการเมืองท้องถิ่น โดยคณะกรรมการบางคนได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิก อบต. และคณะผู้บริหาร อบต. ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งที่แพ้การเลือกตั้งต้องการใช้ประเด็นข้อร้องเรียนดังกล่าวดำเนินการเพื่อให้เกิดผลทางกฎหมาย และให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งต่างๆ ของ อบต. เมื่อข้าพเจ้าได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว จึงได้ทำการปรึกษาหัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เพื่อปรึกษา หารือ และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา หลังจากนั้นได้แจ้งคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อทำหนังสือเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบปัญหา และหาแนวทางการแก้ไข ณ ที่ทำการกองทุนหมู่บ้านฯ โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงเริ่มการประชุม
.
ข้าพเจ้า ได้ชี้แจงให้สมาชิกทราบว่า มีสมาชิกกองทุนฯ จำนวนหนึ่งมีข้อสงสัยว่าคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการถอนเงินสัจจะกองทุนฯ ออกไปให้กับกองทุนหมู่บ้านฯอื่นซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน ยืมเงินไปใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนฯ โดยไม่ได้ประชุมชี้แจงให้สมาชิกทราบ ขอให้อำเภอฯ ติดตาม ตรวจสอบ ข้าพเจ้าได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการที่มีส่วนรับผิดชอบแต่ละคนชี้แจง เหตุผล และความจำเป็น และให้สมาชิกได้ซัก ถาม ข้อสงสัย สรุปได้ดังนี้
.
1.คณะกรรมการ จำนวน 3 คน ที่มีอำนาจในการลงลายมือชื่อถอนเงินยอมรับกับ ที่ประชุมว่ามีการถอนเงินสัจจะกองทุนหมู่บ้านฯ ออกไปให้กับกองทุนหมู่บ้านฯอื่นซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน ยืมไปใช้ในการชำระหนี้ของกองทุนหมู่บ้านฯ จริง โดยไม่ได้ประชุมชี้แจงให้สมาชิกทราบ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 เป็นเงิน 100,300 บาท และได้นำเงินฝากเข้าบัญชีสัจจะออมทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เป็นจำนวนเงิน 101,000 บาท (รวมดอกเบี้ยจำนวน 700 บาท) เมื่อคณะกรรมการได้ชี้แจงเหตุผลในการดำเนินการดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมเกิดข้อสงสัย มีการโต้แย้งกับคณะกรรมการในเรื่องการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามระเบียบฯ และจะให้ดำเนินคดีในทางกฎหมายข้อหายักยอกทรัพย์ กับคณะกรรมการทั้ง 3 คน เหตุการณ์เริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นฝ่ายที่ไม่พอใจมีอารมณ์รุนแรง กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ข้าพเจ้าจึงคิดหาวิธีเพื่อยุติปัญหา จึงได้เสนอให้ที่ประชุมลงคะแนนเสียงเพื่อหาทางยุติปัญหาดังกล่าว จำนวน 3 ข้อ ดังนี้
.
1. คณะกรรมการฯ ดำเนินการโดยพละการทำให้เกิดความเสียหายกับกองทุนฯ ต้องรับผิดชอบโดยการลาออกทั้งหมด
2. คณะกรรมการฯ ดำเนินการโดยพละการทำให้เกิดความเสียหายกับกองทุนฯ สมควรให้ลาออกเฉพาะกรรมการที่มีอำนาจถอนเงินสัจจะ จำนวน 3 คน
3. คณะกรรมการฯ ยอมรับกับสมาชิกว่าจะปฏิบัติตามระเบียบ และได้บันทึกการประชุมไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่มีการเบิกเงินสัจจะกองทุนฯ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกอีก และหากมีการกระทำเช่นนั้น คณะกรรมการจะต้องลาออกทั้งหมด และเปิดโอกาสให้สมาชิกเพิ่มหัวข้อในการลงคะแนนเสียงเพื่อยุติปัญหาเพิ่มเติม
.
ปรากฎว่าไม่มีผู้เสนอหัวข้อในการพิจารณาเพิ่มเติม จึงให้ที่ประชุมลงคะแนนเพื่อหาข้อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการลงคะแนนเสียงของสมาชิกปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยตามข้อ (3) คือให้คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยให้เป็นไปตามระเบียบของกองทุนฯ และให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจในการถอนเงินสัญญากับสมาชิกว่า หลังจากนี้ไปจะไม่ดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบของกองทุนฯอีก
.
หลังจากการลงคะแนนเสียงเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเสียงส่วนเห็นควรให้คณะกรรมการชุดเดิมดำเนินการบริหารกองทุนหมู่บ้านฯ ต่อไป ซึ่งบรรยากาศต่างๆ ก็เริ่มดีขึ้น แต่ละฝ่ายมีกิริยา วาจา ที่นิ่มนวล บรรยากาศแตกต่างจากก่อนที่จะมีการออกเสียงเพื่อหาข้อยุติปัญหาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็ยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นยุติลง ไม่บานปลายจนเกิดความแตกแยก รุกรามเป็นปัญหาของหมู่บ้านต่อไป
.
การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่มีเรื่องการเมือง เงิน ผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง ย่อมนำมาซึ่งปัญหา การวางตัวเป็นกลาง วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนการทำงาน และใช้หลักการประชาธิปไตย ย่อมนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้
.
1.เหตุการณ์ดังกล่าวมีปัจจัยมาจากการเมืองที่ต้องการใช้กฎหมายดำเนินคดีใน
ข้อหายักยอกทรัพย์กับคณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิก และผู้บริหาร อบต. เพื่อให้พ้นจากตำแหน่งจะได้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเงินสัจจะที่คณะกรรมการถอนไปให้กับกองทุนอื่น และนำมาฝากเข้าบัญชีสัจจะกองทุนฯ ดำเนินการไม่ถึงหนึ่งเดือน ทำให้เห็นว่าไม่มีเจตนา ที่จะนำเงินไปแสวงหาผลประโยชน์ในทางอื่นๆ และไม่มีเจตนายักยอกทรัพย์
.
2.ก่อนดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องมีการวางแผน ปรึกษา หารือ กับหัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เพื่อรับทราบปัญหา กำหนดแนวทางในการไขปัญหา และสมมุติฐานเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์จริงที่จะเกิดขึ้น