วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ก้าวทำงานกับผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน

ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในเรื่องงานอาสาพัฒนาชุมชน (อช.) ซึ่งในเริ่มแรกทั้งอาสาพัฒนาชุมชน และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ไม่ค่อยให้ความสำคัญในการทำงาน ซึ่งจากการวิเคราะห์จากตัวข้าพเจ้าเอง พบว่าทั้งผู้นำ และตัวอาสาพัฒนาชุมชน ไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง เนื่องจากไม่ค่อยได้เข้าประชุมกัน

ทำให้ข้าพเจ้าต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน โดยกำหนดให้ทุก 3 เดือนจะต้องมีการประชุมผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน / พัฒนาการอำเภอ / หรือเจ้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้พบปะพูดคุย เพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน และในบทบาทหน้าที่ของผู้นำตามธรรมชาติ ทบทวนการดำเนินงานตามแผนพัฒนาของผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ และยังใช้เวทีการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ และชมเชยให้กำลังใจกับผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนที่มีผลการดำเนินงานที่ดี ทำให้เป็นแบบอย่างให้กับผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-
หน้าที่ของผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน
-
บทบาทหน้าที่ของผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน
-
จัดประชุมให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน และอาสาพัฒนาชุมชน
-
สร้างกำลังใจการการปฏิบัติหน้าที่

แก่นความรู้ (Core Competencies)
-
การวิเคราะห์
-
การสร้างความสัมพันธ์
-
การสร้างกำลังใจ

กลยุทธ์ในการทำงาน
1.
ก่อนที่จะรับงานอาสาพัฒนาชุมชน จะต้องวิเคราะห์ว่าผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ในพื้นที่แต่ละตำบล เพื่อให้รู้จัก และควรมีเบอร์โทรสำหรับติดต่อ ในกรณีที่เพิ่งรับงานจะต้องขอข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานหรือสมุดรับงานจากพัฒนาการอำเภอ

2. จัดประชุมผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนด้วยการออกหนังสือเชิญพร้อมกับการโทรศัพท์เน้นอีกครั้ง เพื่อทำความรู้จักกันไว้และพูดคุยแบบกันเอง อย่าลืมเรียมห้องประชุมให้พร้อม

3. เมื่อถึงวันประชุมให้ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนแนะนำตนเอง ต่อจากนั้นก็แนะนำตัวพัฒนากรด้วย แล้วให้ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนพูดถึงงานที่ทำอยู่ โดยพัฒนากรเขียนข้อมูลในกระดาษฟลิปชาร์ต ให้ใช้เครื่องมือมายแม๊พ หรือเครื่องมืออื่นๆ เช่น ใยแมงมุม

4. ให้พัฒนากรวิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้ให้ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนทราบ พร้อมเหตุผลประกอบ

5. เราและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ต้องจัดทำแผนกิจกรรมที่จะดำเนินการในทุกรอบ 3 เดือน และกิจกรรมในรอบทั้งปี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างมีทิศทาง

6. เราและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ต้องมีการพบปะกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามงานและดำเนินงานใหม่ต่อ

7. จัดอบรมให้กับผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน เพื่อเสริมความรู้ ทักษะที่จำเป็น เช่น การพูดต่อหน้าชุมชน เพราะผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนต้องใช้ในการทำในพื้นที่

8. สร้างขวัญกำลังใจกับผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ด้วยการให้คำชมเชยต่อที่ประชุม

กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอาสาพัฒนาชุมชน
2547

นางพัชรินทร์ อ่องบางน้อย
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว

การดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสามร่ม

บ้านสามร่ม หมู่ที่ 2 ตำบลบางเล่า อำเภอคลองเขื่อน แต่ก่อนชาวบ้านอยู่กันอย่างเอื้ออาทร เป็นสังคมแบบชนบท ต่อมานโยบายของรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มมีผลทำให้ วิถีชีวิตของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ปัญหาต่างๆ เริ่มเข้ามามีผลกระทบต่อคนในหมู่บ้านมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาความยากจน เริ่มมีหนี้สินจากภาวะเศรษฐกิจ หรือ ค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ผู้นำชาวบ้านเริ่มมองเห็นปัญหาของหมู่บ้าน และคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาความยากจน จึงเริ่มประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมให้ชาวบ้านนำแนวความคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง6x2 เข้ามาใช้ในการแก้ไขปัญหาซึ่งประชาชนในหมู่บ้านได้เข้าร่วมกิจกรรม และดำเนินชีวิตตามแนวคิดนี้ทำให้เกิดผลดีต่อหมู่บ้านหลายประการ เช่น มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น รากฐานของหมู่บ้านที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดเพื่อพึ่งพาตนเอง

และเริ่มมาจากการลดรายจ่ายในครัวเรือน ส่งเสริมให้ชาวบ้านทำบัญชีครัวเรือน ทำของใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำยาล้างจาน การสานกระบุง ตะกร้าใช้เอง และการปลูกผักสวนครัวริมรั้วและพื้นที่บริเวณรอบๆบ้าน ลดรายจ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด มีระบบเฝ้าระวัง ดูแลคนในชุมชนเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด และมีระเบียบกฎเกณฑ์ของหมู่บ้าน มีกิจกรรมและการฝึกอบรมอาชีพและมีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์

การเพิ่มรายได้ มีการวางแผนชีวิต แผนการผลิต เช่น เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ทำสวนหมาก มะพร้าวและอื่นๆ ชาวบ้านทำกินที่รอบคอบ และคิดอย่างมีเหตุมีผล มีการรวมตัวของคนในชุมชนจัดตั้งกลุ่มต่างๆในหมู่บ้าน และมีการส่งเสริมทำอาชีพเสริมในครัวเรือน

การประหยัด มีการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯขึ้นมา ครัวเรือนมีการออมเงิน สร้างภูมิคุ้มกันให้กับชาวบ้าน ปัจจุบันกลุ่มออมทรัพย์ฯ มีกิจกรรมรับฝากสัจจะออมทรัพย์ และบริการให้สมาชิกกู้เงินไปประกอบอาชีพ มีสวัสดิการให้กับชาวบ้าน เช่น ฌาปนกิจสงเคราะห์ การจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้าน

การเรียนรู้ชุมชน มีการสืบทอดและใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ การทำสวนแบบชีวภาพ มีการทำประชาคมหมู่บ้านสร้างการเรียนรู้ร่วมกันของคนในหมู่บ้าน และมีการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การได้ความรู้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา จากหน่วยงานราชการต่างๆ ในอำเภอและในจังหวัด และที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ตามวิทยุ โทรทัศน์ ทำให้คนในหมู่บ้านได้รับทราบ แนวทางการดำเนินชีวิตที่มุ่งเน้นให้คนมีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล .ใช้หลักประชาธิปไตยและปฏิบัติตนตามหลักศาสนาเป็นอย่างดี ครัวเรือนมีการทำบุญใส่บาตรเข้าวัดฟังธรรมเทศนาในวัดสำคัญทางศาสนา เช่น วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา และวันสำคัญทางศาสนาอื่นๆ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ได้แก่ การรณรงค์ ดูแลอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ที่ประชาชน และหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมกันดำเนินงานในเทศกาล หรือวันหยุดทางราชการ เช่น วันที่ 5 ธันวาคม หรือวันที่ 12 สิงหาคม มีการร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อดูแล รักษา สิ่งแวดล้อมของหมู่บ้าน มีการใช้สารอินทรีย์และสารชีวภาพในการทำการเกษตร มีการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยและระมัดระวัง ส่งเสริมให้มีการกำจัดขยะมูลฝอยในครัวเรือนให้ถูกวิธี

การเอื้ออาทรต่อกัน ชุมชนมีการดูแล ช่วยเหลือคนจน คนด้อยโอกาส และคนประสบปัญหา เช่น การจัดสวัสดิการช่วยเหลือด้านฌาปนกิจสงเคราะห์แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน , การสนับสนุนกิจกรรมวันเด็ก โดยการนำเงินจากผลกำไรที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมกองทุนหมู่บ้าน และเป็นหมู่บ้านที่มีความสามัคคี มีครัวเรือนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในหมู่บ้านเป็นอย่างดี โดยดูจากจำนวนประชาชนที่เข้าร่วมประชุม การแสดงความคิดเห็น เช่น มีการประชุมเวทีประชาคมของหมู่บ้าน การประชุมเพื่อวางแผนการพัฒนาของหมู่บ้านจะได้รับความร่วมมือที่ดี ให้ความสนใจ และตั้งใจร่วมกิจกรรม

ต่อมาได้มีการกำหนดตัวชี้วัด 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด ในการจัดระดับหมู่บ้าน บ้านสามร่มจึงได้ถูกจัดให้เป็นหมู่บ้าน “อยู่ดี กินดี ”

ปัจจัยความสำเร็จ
ต้องยกความดีให้กับผู้นำชุมชนและประชาชนในหมู่บ้าน เพราะข้าพเจ้าคงดำเนินงานใดๆไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีของพวกเขา และคงเป็นเพราะพื้นฐานจิตใจของคนในหมู่บ้านมีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความเพียรและพยายามศึกษาหาความรู้จากหน่วยงานภายในอำเภอและภายนอก นำมาปรับใช้กับครัวเรือนและชุมชนด้วยสติปัญญา และการมีส่วนร่วมของชุมชน

นางจงธพรรณ ยงพฤกษา
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคลองเขื่อน

กระตุ้นต่อมพอเพียง

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2552 ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานแทนพัฒนาการอำเภอคลองเขื่อน เนื่องจากท่านพัฒนาการอำเภอไปอบรมผู้บริหารระดับสูง ในช่วงนั้นจังหวัดได้รับงบประมาณในเรื่องตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทุกอำเภอสามารถนำเสนอกิจกรรมที่จะเสนอขอรับงบประมาณได้ และอยู่ในช่วงที่จะต้องส่งประกวดกิจกรรมของหมู่บ้านอีกด้วย

ทำให้ข้าพเจ้าได้คิดว่าหากเราส่งหมู่บ้านที่ดีมาก หรือดีเข้าประกวด และพิจารณาในเรื่องของงบประมาณที่จะได้รับตามที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น จะทำให้หมู่บ้านที่กำลังคิดที่จะทำก็ไม่สามารถจะทำได้ จึงมีความคิดที่จะใช้หมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีผลงานมากนัก แต่มีผู้นำและประชาชนที่สนใจ(วิเคราะห์จากการเข้าร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้าน) จึงออกไปขายความคิดขายฝันในเรื่องกิจกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาหมู่บ้านในด้านต่างๆ (เวลาไปต้องนำภาคีการพัฒนาไปด้วยนะ)

เริ่มจากกับผู้นำหมู่บ้านทั้งทางการ และทางธรรมชาติ ก็ได้แนวร่วมเล็กๆ ในการที่จะกระตุ้นต่อมการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่พอที่จะกระตุกต่อมพอเพียงของประชาชนได้ทั้งหมด จึงปรึกษาแนวร่วมเล็กๆ ที่ประกอบด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน อบต. เพื่อนภาคีการพัฒนาคิดและมีมติที่จะใช้โครงการประกวดกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านของกรมการพัฒนาชุมชน มาล้อเพื่อจะกระตุ้นต่อมเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชนในหมู่บ้าน (หมู่ที่ 2 ตำบลบางเล่า) โดยวางแผนให้ประชาชนแข่งขันกันเอง ในการพัฒนาครัวเรือนให้เป็นครัวเรือนพอเพียงเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

วิธีการคือการเรียกประชุมครัวเรือนทั้งหมดของหมู่บ้าน ช่วยกันคิดวิธีการร่วมกัน (จริงแล้วแนวร่วมเล็กๆของเราคิดช่วยไว้ก่อนแล้วนะ) แต่หมู่บ้านแห่งนี้พื้นที่จะเป็นภาคการเกษตรทั้งหมดทำให้ง่ายขึ้นที่จะทำ เวทีจึงร่วมกันกำหนดให้จัดซื้อวัสดุที่จะใช้ในการดำเนินกิจกรรมของหมู่บ้าน และกำหนดของรางวัลสำหรับผู้ชนะในการเป็นครัวเรือนพอเพียง พร้อมทำประกาศติดไว้เพื่อเป็นเกียรติ ณ ที่ทำการหมู่บ้าน เตรียมการติดตามผลของครัวเรือนทุกครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรม ผลการดำเนินการดังกล่าว จึงทำให้หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านส่งเข้าประกวดกิจกรรมการพัฒนาชุมชนดีเด่นไปด้วย ผลการประกวดแม้ไม่ชนะใจกรรมการของจังหวัด แต่ชนะใจพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านนั้นเอง

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
- การสร้างความเข้มแข็งให้กับครัวเรือนในระดับรากหญ้า
- การพัฒนาตามกิจกรรมที่จะส่งเข้าประกวดแข่งขันของหมู่บ้านที่ยังไม่มีความพร้อม
- การกระตุ้นให้ครัวเรือนมีความต้องการดำเนินรอยตามแนวเศรษฐบกิจพอเพียง

แก่นความรู้ (Core Competencies)
- การวิเคราะห์ปัญหา
- การให้การปรึกษาจากผู้รู้ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
- การกระตุ้นให้เกิดผล

กลยุทธ์ในการทำงาน
1.การวิเคราะห์ปัญหา
พิจารณาจากหมู่บ้านที่ยังมีความพร้อมไม่พอ หรือกำลังที่จะมีความพร้อมในการดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้เกิดความพร้อมในการดำเนินงาน

2. การให้การปรึกษาจากผู้รู้ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อจัดเวทีประชุมขึ้นในหมู่บ้าน จะต้องมีทีมเจ้าหน้าที่ และภาคีการพัฒนาเข้าร่วมช่วยเหลือให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อแกนนำการพัฒนา และขยายผลให้แกนนำการพัฒนาในหมู่บ้านอธิบายกับประชาชนถึงงานโครงการที่จะดำเนินการในหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันในการทำงาน

3. การกระตุ้นให้เกิดผล
หากมองในภาพรวมจากทุกๆ ที่ เห็นว่าหากไม่มีผลประโยชน์กับตนเองแล้วนั้น มักจะได้รับความร่วมมือน้อย แต่ถ้ามีผลประโยชน์ก็จะได้รับความร่วมมือมาก การแข่งขันเพื่อดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอีกหนึ่งกลยุทธที่จะทำให้คนเกิดความต้องการทำ และทำอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นในหมู่บ้านตำบล อีกทั้งยังอาจจะได้รับรางวัลกรณีที่ประสบความสำเร็จในการทำ

กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
แนวทางตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ว่าที่ ร.ต.จักรพันธ์ ศิริรัตน์
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว