วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเขียน KM (การจัดการความรู้)

ชื่อ-นามสกุล     นายสิทธิชัย ปาหุไณยกุล
ตำแหน่ง         นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สพจ.ฉะเชิงเทรา
ชื่อเรื่อง           การเขียน KM (การจัดการความรู้)

                    จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกระดับ เขียน KM (การจัดการความรู้) จากประสบการทำงาน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซด์ http://kmcddccs.blogspot.com/ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและบุคคลภายนอกได้เรียนรู้ถึง เทคนิค วิธีการปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ จังหวัดยังได้จัดทำเกียรติบัตรมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เขียน KM ได้ดี เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้เขียน KM
                   จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ไม่เคยได้รับรางวัล แต่ได้ศึกษาการเขียน KM เห็นว่า KM ที่ดีควรประกอบด้วย
1.      เนื้อหาไม่ยาวเกินไป ยิ่งสั้นยิ่งดี แต่ต้องต้องได้ใจความครบถ้วน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบอ่านเรื่องราวที่มีเนื้อหายาว แต่จะเลือกอ่านเรื่องที่มีเนื้อหาสั้น
2.      มีแผนผัง/แผนภาพประกอบ จะเพิ่มความน่าสนใจ และเมื่ออ่านจะทำให้เข้าใจเนื้อหา ได้ง่ายยิ่งขึ้น
3.      มีการเล่นคำ เช่น 3 ป , 4 ง , 5 จ ฯลฯ จะทำรูปคำดูสละสลวย ชวนให้น่าอ่าน         น่าติดตาม ซึ่งคนอ่านจะมีความสนใจว่า 3 ป มันคืออะไร หรือ 4 ง ประกอบด้วยอะไรบ้าง

                   ในที่นี้ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง ผลงานที่เคยได้รับรางวัล KM ดีเด่น ปี 2557 และเชื่อว่า      หากผู้อ่านนำไปใช้ในการเขียน KM หรือเรื่องราวต่างๆ แล้ว ก็คงจะเป็นผู้ที่สามารถเขียนได้ดีคนหนึ่ง
http://kmcddccs.blogspot.com/2014/06/blog-post_24.html

การจัดสวัสดิการชุมชนสร้างกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้มแข็ง

เจ้าของความรู้     นายสมเกียรติ  คำแพ่ง                                                                           ตำแหน่ง           นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ              
สังกัด              สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชื่อเรื่อง            การจัดสวัสดิการชุมชนสร้างกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้มแข็ง
เป็นงานเกี่ยวกับ   กองทุนแม่ของแผ่นดิน
เบอร์โทรศัพท์      089-5240187
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ  ปี พ.ศ.2557
สถานที่เกิดเหตุการณ์ บ้านราชสาส์น หมู่ที่ 2 ตำบลบางคา จังหวัดฉะเชิงเทรา
เนื้อเรื่อง
    กระทรวงมหาดไทย มอบให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดินตั้งแต่ ปี 2547 เป็นต้นต้นมา เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติด โดยใช้พลังชุมชนในพื้นที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 198 กองทุน และกรมการพัฒนาชุมชน ได้สนับสนุนงบประมาณต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดินทุกปี เพื่อให้กองทุนแม่ของแผ่นดินมีความเข้มแข็งแลพะขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องจัดสวัสดิการชุมชน เพื่อให้กองทุนแม่ของแผ่นดิน มีความเข้มแข็ง  
          ข้าพเจ้าในฐานะนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด รับผิดชอบงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ได้ไปเป็นวิทยากรบรรยายกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมู่ที่ 2 บ้านราชสาส์น ตำบลบางคา อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Asset)
          ๑. การติดตามการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง
          ๒. การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินจะให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนแม่ของแผ่นดิน
           ๓. การส่งเสริมการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินต่อเนื่อง
                    ๔. จัดกิจกรรมหาทุนกองทุนแม่ของแผ่นดินสม่ำเสมอ
แก่นความรู้ (Core Competency)
          ๑. ติดตามผลการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ต้องมีแผนปฏิบัติงาน
          ๒. การนำเข้าประชุมสมาชิก ลงมติ ประกาศใช้นำเข้าประชุมสมาชิก ลงมติ ประกาศใช้ร่างระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน นำเข้าประชุมสมาชิก ลงมติ ประกาศใช้ 
3. การปฏิบัติตามระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมวดค่าใช้จ่ายเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน จัดสวัสดิการ ให้แก่สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยใช้มติที่ประชุมสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยกระบวนการมีส่วนร่วม และการประสานงาน ตัวอย่าง ดังนี้
3.1 เด็กแรกเกิด ได้รับเงินขวัญถุง 599 บาท
3.2 ทุนการศึกษา อนุบาล 1 ทุน ประถมฯ 1 ทุน มัธยมฯ 1 ทุนๆ ละ 500 บาท
3.3 เจ็บป่วยเข้านอนโรงพยาบาลครั้งละ 500 บาท
3.4 สมาชิกตาย กองทุนแม่ซื้อพวงหรีดช่วยงานไม่เกิน 300 บาท ช่วยฌาปนกิจ 700 บาท
ดำเนินการตามระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดิน (ข้อ 3.1,3.2,3.3,3.4 ขึ้นอยู่กับเวทีประชาคมของ
แต่ละหมู่บ้าน เป็นผู้กำหนดโดยนำเงินสมทบ,เงินทุนศรัทธา,เงินบริจาค ไม่นำเงินขวัญถุงพระราชทานมาใช้จ่าย)
การจัดสวัสดิการให้สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เห็นประโยชน์อย่างแท้จริงของกองทุนแม่ฯ นอกจากจะเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้ว ยังมีสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนถึงตาย เป็นการทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เป็นที่ศรัทธาและเป็นศูนย์รวมใจของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน และทำให้กองทุนแม่ของแผ่นดินเข้มแข็ง
กลยุทธ์ในการทำงาน
วิทยากรดำเนินการจัดเวทีประชาคมแบบมีส่วนร่วม โดยใช้เทคนิค 5 ก และหลักการ 3 ข ในการดำเนินการประชุม ดังนี้
เทคนิค 5 ก ได้แก่
ก1 = สมาชิกกลุ่ม คือ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในหมู่บ้าน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนแม่ฯ
ก2= กรรมการ ให้มีการเลือกคณะกรรมการกองทุนแม่ฯ จากสมาชิกกองทุนแม่
ก3= กติกา การดำเนินงานต้องมีกติกา หรือระเบียบกองทุนแม่ฯ ไว้สำหรับให้กรรมการและสมาชิกกองทุนแม่ฯ ยึดถือในการปฏิบัติงาน
ก4= กิจกรรม การดำเนินงานกองทุนแม่ฯต้องมีการกำหนดกิจกรรมหรือแผนงานไว้สำหรับการปฏิบัติงาน
ก5=  การดำเนินงาน คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนแม่ต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์กองทุนแม่ฯ ที่ได้กำหนดไว้
หลักการ 3 ข ได้แก่
          ข1 = เล่าเรื่องของ ยกตัวอย่างกองทุนแม่ของแผ่นดินที่เข้มแข็ง ด้านการบริหารงานงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีการดำเนินการอย่างไร, ด้านการบริหารจัดการเงินทุน มีการดำเนินการอย่างไร, ด้านกิจกรรมเด่นของกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีอะไรบ้าง, มีปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไข
          ข2 = ให้ดูของ คือให้ดูวิดีโอศูนย์เรียนกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ของภาคต่าง ๆ จำนวน 3 เรื่อง และนำคณะกรรมการศึกษาดูงานหมู่บ้านกองทุนแม่ดีเด่น
          ข3= ให้ทำของ ให้คณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ระดมความคิดว่าจะวางแผนการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะมีวิธีดำเนินการอย่างไร
          การดำเนินงานโดยใช้เทคนิค 5 ก และและการการ 3 ข ผสมผสานกับการจัดทำระเบียบกองทุนแม่ฯ แบบมีส่วนร่วมของสมาชิกกองทุนแม่ฯ เพื่อจัดให้สมาชิกได้มีสวัสดิการเป็นการเอื้ออาทร ดูแลกันเองของคนในชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ปลอดภัยจากยาเสพติด
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1.      แนวทางการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน
2.      ระเบียบเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. 2557

3.      การมีส่วนร่วม

การประชาคม

ชื่อ - สกุล    นายศิริชัย  ตันตระกูล
ตำแหน่ง      นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด          กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน
ชื่อเรื่อง        การประชาคม

        พ.ศ.2504 ผู้ใหญ่ลีตีกองประชุม .......หลายคนอาจจะเคยได้ยินเสียงเพลงนี้ แต่มันนานมากแล้วละ ลองบวกลบคูณหาร (2558-2504  ได้ 54 ) นี่ว่ากันตามพ.ศ. เอาสัก 20- 30 ปี ก็นับว่านานพอดู แต่สำหรับผมแล้ว ผมจะใช้เป็นบทนำก่อนการประชาคมในชุมชน เพราะนั้นมันก็คือประชุมหรือประชาคมนั่นเอง  การประชาคมเป็นวิธีการหนึ่งของงานพัฒนาชุมชนที่ใช้ในการทำงาน เพราะเราสามารถที่ใช้สื่อสารการเรียนรู้กับกลุ่มเป้าหมายได้ในปริมาณที่มากและการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย พัฒนากรต้องทำได้ทุกอย่างสมดังที่เปรียบเทียบว่าเหมือนเป็ด ทำตั้งแต่ภารโรง วิทยากร ให้ความบันเทิง(หมายถึงร้องเพลงประกอบจังหวะ,เล่านิทาน เป็นต้น)
ทีนี่มาพูดถึงการประชาคม การจะดำเนินการประชาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัด  ให้เกิดประสิทธิภาพ มีองค์ประกอบที่หลากหลายก็ขอพูดคุยในประสบการณ์ที่ผ่านมาและปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่เมื่อมีโอกาสเสมอๆ ได้แก่
1.สถานที่ประชาคม วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมืออำนวยความสะดวกในการจัด เราไม่สามารถจะกำหนดอะไรที่แน่นอนว่าต้องอย่างอย่างนี้ ที่จะบอกก็คือรับได้ทุกสถานการณ์นั่นคือพัฒนาชุมชน ในกรณีที่มีสถานที่แน่นอน เช่นศาลากลางบ้าน ศาลาประชาคม ศูนย์เรียนรู้ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี่ ก็สุดแต่จะเรียก ถ้าอย่างนี้ถือว่าดีเพราะมีหลังคาป้องกันแดด ป้องกันฝนได้ ความจุก็ไม่มาก เพราะงานพัฒนาชุมชนคนมากไปก็เอาสาระไม่ได้ ถ้าอยู่ประมาณ 50-60 คนก็โอเค
2.การเตรียมความพร้อมของที่ประชาคม โดยเฉพาะ คนเข้าร่วมประชุม เราต้องจัดการควบคุมกลุ่มเป้าหมายให้นิ่งให้ได้ เทคนิคก็อยู่ที่เราต้องสร้างความเป็นกันเอง ตรวจสอบจำนวนยอด บ้านอะไร หมู่ที่ ตำบล จนถึงอำเภอ และในขณะเดียวกันการเรียกความสนใจของกลุ่มเป้าหายเพราะโดยเฉพาะผู้หญิงเจอกันเมื่อไรเหมือนตลาดนัด ก็ต้องทำให้เงียบให้ได้ วิธีการที่ผมใช้ก็คือการเรียกชื่อหมู่บ้านแล้วลงท้ายด้วยคำว่าจ้า  ตัวอย่างบ้านหลุมมะขาม ก็เรียกว่าหลุมมะขามจ้า แล้วก็ต้องให้กลุ่มเป้าหมายบ้านหลุมมะขามตอบด้วยว่าจ้า ถ้าตอบไม่ดังก็เรียกให้ตอบใหม่
3.การบริหารความขัดแย้ง เป็นเรื่องปกติของมนุษย์เมื่ออยู่รวมกัน  ถ้าถามเรื่องความคิดเมื่อไร กลุ่มคนที่เสียประโยชน์ก็จะไม่เห็นด้วย ส่วนกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์ก็ยอมรับได้  ดังนั้นหากเราเป็นผู้ดำเนินการ  เราก็ต้องจัดการกับความขัดแย้ง และให้ที่ประชาคมดำเนินการต่อไป  ให้ได้ข้อยุติหรือข้อสรุปให้ได้ การหาแนวทางสยบบรรยากาศในขณะขัดแย้งเป็นแต่ละเรื่องผู้ดำเนินการต้องมีไหวพริบ ทักษะแต่ละเรื่องอาจไม่เหมือนกัน เช่น การประชาคมเพื่อทำกิจกรรมบ้างอย่าง ก็ต้องดูวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้นแล้วย้อนถามที่ประชุม เพื่อเรียกความสามัคคีกลับคืนมา

การประชาคมผู้ดำเนินการต้องฝึกทำอยู่บ่อยๆครั้ง เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาที่จะเกิดขึ้นโดยความเรียบร้อย  ต้องเป็นคนที่แสวงหาความรู้  ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน มีความรู้รอบตัวดี  สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย  ตลอดจนไม่ถือตัว พูดคุยกับคนทุกเพศ ทุกวัยได้  เหล่านี้ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีประชาคม

การพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

องค์ความรู้ : การบริหารจัดการองค์กรและทรัพยากรบุคคล
ชื่อเรื่อง : การพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
เจ้าของความรู้ : นางธัญสินี  แก้วศิริ
ตำแหน่ง/สังกัด : หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
การแก้ปัญหาเกี่ยวกับ : บุคลากรขาดทัศนคติที่ดีในการทำงาน ขาดประสิทธิภาพ
                              ในการทำงาน ชีวิตขาดสมดุล ขาดความสุขในการทำงาน
๑. ความเป็นมา
                  กรมการพัฒนาชุมชน  พัฒนาองค์กรตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ(PMQA)  โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรเป็นหน่วยงานที่มีสมรรถนะสูง เป็นองค์กรที่เก่งและดี ซึ่งจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานของกรมการพัฒนาชุมชนให้บรรลุเป้าประสงค์ขององค์กร คือ องค์กรมีสมรรถนะสูงเกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน  โดยกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาองค์กรคือประเด็นยุทธศาสตร์ที่๕ เสริมสร้างองค์กรให้มีขีดสมรรถนะสูง  จากการที่ผู้ปฏิบัติได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินงานการบริหารจัดการองค์กรและทรัพยากรบุคคล   เนื่องจากบุคลากรมีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอต่อจำนวนพื้นที่ พัฒนากรบางคนรับผิดชอบงานพื้นที่หลายตำบล  กอปรกับงานภารกิจงานประจำสำนักงานที่ต้องดำเนินการและรายงานเป็นประจำทั้งนโยบายรัฐบาล กระทรวง กรมและจังหวัด  ทำให้ขาดทัศนคติที่ดีในการทำงาน ชีวิตขาดความสมดุล ไม่มีความสุขในการทำงาน ส่งผลต่อการขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน
 
                สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้จัดทำโครงการ”พชแปดริ้ว น่าอยู่ น่าดู น่ารัก CDD PADREW WORK SMART”ขึ้นเพื่อให้บุคลากรมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน โดยนำเอาค่านิยมองค์การ(ABCDEF S & P)และกิจกรรม ๕ ส มาขับเคลื่อนในการทำงาน  เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนการทำงานเสริมสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานและปฏิบัติงานอย่างมีความสุขเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล จนบรรลุเป้าประสงค์ขององค์กรและส่งผลต่อภาพลักษณ์อันพึงประสงค์ขององค์กรต่อไป

๒. วิธีการดำเนินงาน
                  ๑.จัดทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้บริหารและบุคลากรในสังกัด
                  ๒.ประกาศนโยบาย วัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
                  ๓.สร้างความรู้ ความเข้าใจและวิธีการขับเคลื่อนโครงการ
                  ๔.จัดแผนปฏิบัติการและดำเนินการตามแผนฯ
                  ๕.ติดตาม ประเมินผลและสรุปรายงานผลต่อผู้บริหาร 
                  ๖.มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานต้นแบบและบุคคลต้นแบบ(โครงการ ๕ ส และ
การขับเคลื่อนค่านิยมองค์การ ABCDEF S&P)
๓. ขุมความรู้
          ๓.๑ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
          ๓.๒ การทำงานเป็นทีม
          ๓.๓ การสร้างกระบวนการเรียนรู้
         ๓.๔ KM นวตกรรม ต้นแบบที่ดีในการดำเนินงานในปีต่อไป
๔. แก่นความรู้
- การมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ทุกคนในองค์กร ทุกคนมีส่วนร่วมตั้งแต่ ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และร่วมรับผลประโยชน์จากกิจกรรมร่วมกันในลักษณะ “WIN WIN”
- การทำงานเป็นทีม โดยแบ่งงานตามบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคน ต้องออกคำสั่งมอบหมายหน้าที่ภารกิจให้ชัดเจน
- การสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ปรับปรุงสำนักงานร่วมกันให้
มีสภาพแวดล้อมที่ดี น่าอยู่ น่าทำงานและสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานโดยนำค่านิยมองค์การ(ABCDEF  S&P)มาขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน
- มีการสำรวจความพึงพอใจ สภาพแวดล้อมสถานที่ทำงาน จากเจ้าหน้าที่ทุกคนในองค์กรและผู้มาติดต่อราชการ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขโดยปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เกิดมุมมองที่ดีต่อการทำงานให้มีความคิดเชิงสร้างสรรค์
- ดำเนินการตามมาตรการ/แผนปฏิบัติการ อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
- เสริมสร้างแรงจูงใจและยกย่องเชิดชูเกียรติ

๕. กลยุทธ์การทำงาน
          ใช้กลยุทธ์การสร้างการมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีม และการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน  ในทุกขั้นตอนการพัฒนา ตั้งแต่ร่วมวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ร่วมวางแผนพัฒนา ร่วมสร้างประโยชน์และใช้ประโยชน์ ร่วมรับผลประโยชน์ด้วยความพึงพอใจ และร่วมประเมินผลจากการพัฒนา เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล ทำงานอย่างความสุข และบรรลุเป้าประสงค์ขององค์กร
๖. แนวคิดทฤษฎี
          ๖.๑ ทฤษฎีการมีส่วนร่วม
          ๖.๒ ทฤษฎีการสร้างแรงจูงใจ
          ๖.๓ หลักการทำงานเป็นทีม
          ๖.๔ ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง
          ๖.๕ ทฤษฎีความต้องการ
          ๖.๖ ทฤษฎีการเรียนรู้

         ๖.๗ เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ(PMQA)

องค์ความรู้จากการติดตามการตรวจราชการของผู้บังคับบัญชา

ชื่อ  สกุล  นางกาญจนา   ประสพศิลป์
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด   กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์  08-9831-5435
ชื่อเรื่อง องค์ความรู้จากการติดตามการตรวจราชการของผู้บังคับบัญชา
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานในพื้นที่
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ  ปี 2558
สถานที่เกิดเหตุ  พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

เนื้อเรื่อง
          พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มี 11 อำเภอ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีหน้าที่สำคัญต้องสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง บรรลุตามวิสัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชน ด้วยการแปลงนโยบายจัดทำยุทธศาสตร์ ถ่ายทอด มาสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม และติดตามสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
          จากการที่ข้าพเจ้า ได้มีโอกาสติดตามการตรวจราชการของผู้บังคับบัญชา นางสาวเพ็ญแข  ศรีสุทธิกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งข้าพเจ้ามีหน้าที่ต้องให้ข้อมูล และรับนโยบายมาถ่ายทอดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม สามารถขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน “ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง” ก็เลยอยากถ่ายทอดความรู้และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เป็นแนวทาง เป็นกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคน ดังนี้
1.   การทำงาน ให้มองโลกในแง่บวก ให้ภูมิใจกับงานที่ทำ และตั้งใจทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นงานที่สร้างบุญ
สร้างกุศล สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี (เติมเอง...ทำสำเร็จบารมีเกิด) เมื่อใดที่ท้อให้มองอาชีพอื่น ต้องไปฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต ต้องไปไล่จับผู้ร้าย ฯลฯ
2.    การสรุปผลงานให้ผู้บังคับบัญชา ควรมีข้อมูลเป็นรูปธรรม ดังนี้
2.1 ข้อมูลทั่วไปของอำเภอ/สำนักงาน
2.2 แผนที่ยุทธศาสตร์ของสำนักงาน
2.3 ข้อมูลงานกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ของกรม ฯ ในแต่ละกิจกรรมประกอบด้วย
1) ข้อมูลพื้นฐาน จำนวนเท่าไร
2) ดำเนินการไปได้เท่าไร อย่างไร
3) กิจกรรมที่ต้องดำเนินการต่อ
4) ปัญหา/อุปสรรค
5) ได้ดำเนินการแก้ไข ไปแล้ว อย่างไร
2.4 ข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งอื่น อะไรบ้าง ดำเนินการไปแล้วอย่างไร มีปัญหา/อุปสรรค


2.5   กิจกรรมเด่นที่เป็นแบบอย่าง สามารถศึกษาดูงานได้ มีที่ไหนบ้าง
3.   
การสร้าง และพัฒนาทีมงานภายใต้สถานการณ์ “คนน้อย เงินน้อย งานมาก” โดยการสร้างทีมงาน
ที่ประกอบด้วย ผู้นำกับเจ้าหน้าที่ ในลักษณะทีมงานเชิงพื้นที่ ทีมงานตามประเด็นงาน ทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้     “โต๊ะผู้นำ” เป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนางานตามภารกิจ
4.      การดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
4.1    ให้จัดทำฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ (ได้รับงบกรมฯ,หน่วยงานภาคี)
4.2   วางแผนการพัฒนาให้มีศักยภาพเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ โดยใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน
เป็นตัวอย่างได้
5     จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตามแนวทางของกรมฯ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างคุณธรรม ให้กับคนในชุมชน และสร้างนิสัยในการออม ในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และหมู่บ้านที่มีเงินทุน กข.คจ. หมู่บ้านที่มีความพร้อม
6     การดำเนินงานตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้
6.1    ต้องวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของตลาด เช่น ทำเล ลูกค้า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่าย ฯลฯ
6.2    ต้องจัดสถานที่ สร้างบรรยากาศให้น่าสนใจ
6.3    ต้องมีความต่อเนื่อง ยั่งยืน ไม่ใช่ทำครั้งเดียว (มีการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้มีส่วนร่วม และนำมา
วิเคราะห์ ความเป็นไปได้ หรือแก้ไข ปรับปรุง)
6.4    พัฒนาสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะพื้นที่ให้มีความโดดเด่น
7.      การพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม D
    7.1 ให้ใช้พลังเครือข่าย OTOP ที่มีศักยภาพ เป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษาในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์
มาตรฐานสินค้า หรือจับคู่ในการให้คำปรึกษาเป็นพี่เลี้ยง
7.2   ส่งเริมช่องทางการจำหน่าย
8.      การดำเนินงานศูนย์เศรษฐกิจฐานราก
8.1 รูปแบบคลินิกบริการประจำวัน  โดยมีคณะกรรมการศูนย์ฯ เป็นผู้ให้บริการ สร้างเครือข่าย
ศูนย์บริการนอกพื้นที่ เป็นจุดเรียนรู้มีทีมวิทยากรถ่ายทอดความรู้ มีกิจกรรมสาธิต ปฏิบัติได้ การจับคู่ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ        
              8.2 รูปแบบการบริการนอกสถานที่ เช่น ออกบูธร่วมกับจังหวัดเคลื่อนที่ อำเภอเคลื่อนที่ โดยจัดเป็น
คลิกนิค ให้บริการในเรื่องต่างๆ เช่น รับปรึกษาให้คำแนะนำการจัดทำบัญชีครัวเรือน การปิดงบดุลกองทุนหมู่บ้าน โครงการ กข.คจ. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การสาธิตทำน้ำยาล้างจาน ทำปุ๋ยชีวิภาพ สาธิตการทำอาหารพื้นบ้าน ฯลฯ        
9.      โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
9.1    สร้างผู้นำ อช. ให้เป็นเจ้าแห่งข้อมูล สามารถวิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ใช่โชว์
ปัญหาอย่างเดียว ต้องตอบให้ได้ว่า โครงการนี้เกิดจากข้อมูลอะไร ประสานผู้นำท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนโครงการ ผ่านแผนพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
9.2    จัดทำเมนูอาชีพ เป็นทางเลือกให้ครัวเรือนเป้าหมายตามความถนัด และความต้องการ
9.3    จัดทำเมนูโครงการ ถ้าตกเกณฑ์ในเรื่องนี้ โครงการที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง โครงการส่วนใหญ่
แก้ปัญหาได้หลายตัวชี้วัด เช่น โครงการตลาดนัดชุมชน ลานคนเมือง ถนนคนเดิน ฯลฯ
9.4   
ส่งเสริมการออมทรัพย์เพื่อการผลิต ใช้เงินทุนที่มีอยู่ในชุมชน โดยใช้หลักการพึ่งพาตนเอง  ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน (ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน)
9.5    จัดกิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งเก่าและใหม่ ที่แสดงหรือสื่อถึง การนำหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต
10.   การดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
10.1    ประชุม ชี้แจงทำความเข้าใจกับ คกส.ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โอนย้ายกองทุนฯมาอยู่ในความรับผิดชอบของกรมการพัฒนาชุมชน
10.2    คกส.ที่หมดวาระแล้วยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนจาส่วนกลาง
10.3  โครงการที่อยู่ระหว่างการอนุมัติ หรือโอนเงินให้ชะลอไปก่อน เนื่องจากรอแนวทางการปฏิบัติที่
ที่ชัดเจน
10.4    เร่งดำเนินการโครงการที่ค้างชำระ โดยแยกกลุ่มปัญหาให้ชัดเจน เช่น ตั้งใจไม่คืน ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ทำตามวัตถุประสงค์ รวมถึงวิธีแก้ไขที่อำเภอ/จังหวัด ได้ดำเนินการไปแล้ว ฯลฯ และใช้มาตรการทั้งทางกฎหมาย และทางสังคมในการแก้ไขปัญหาต่อไป
10.5    ให้จัดทำฐานข้อมูล บัญชี งบดุลต่างให้เป็นปัจจุบันเพื่อรองรับการถ่ายโอน
กลยุทธ์ในการทำงาน
1.      ต้องมีอุดมการณ์ในการทำงาน
2.      ต้องสร้างภาคีในการทำงาน
3.      ต้องรู้จัก บูรณาการคน งาน เงิน (ทำงานเชิงกลยุทธ์)
4.      ต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้เป็น เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
5.      ต้องมีแผนในการขับเคลื่อนทุกกิจกรรม
6.      ต้องน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
 กฎระเบียบ/แนวคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง

                   หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการมีส่วนร่วม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หลักประชาธิปไตย ความโปร่งใส จารีตประเพณี ความจริงใจ และจริงจัง 

สามมิติการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ

ชื่อเรื่อง                              สามมิติการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
ชื่อ – นามสกุล                     นางศศิฉาย  สุคนธฉายา
ตำแหน่ง                             นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคลองเขื่อน  จังหวัดฉะเชิงเทรา
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงโดยน้อมนำแนวคิดปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นแนวทางปฏิบัติโดยตั้งแต่ปี 2552 ในการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ มีการขยายผลส่งเสริมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบจากบ้านพี่สู่บ้านน้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นต้นแบบใน 3 ระดับ (พออยู่พอกัน อยู่ดีกินดี มั่งมีศรีสุข) มีหลักเกณฑ์ในการประเมินความสำเร็จผ่านตัวชี้วัดต่าง ๆ จำนวน 23 ตัวชี้วัด
เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น ในการพัฒนาหมู่บ้านแต่ละระดับเปรียบเสมือนการขึ้นบันไดจะมีชานพัก ให้เห็นภาพเป็นมิติ ๆ ไป ซึ่งสามารถแยกเป็นชานพักเป็น 3 ชานพัก ใน 3 มิติ คือ มิติด้านสังคม มิติด้านเศรษฐกิจ และมิติด้านอนุรักษ์และเรียนรู้
1.        หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับพออยู่พอกิน มิติด้านสังคม มีการสามัคคีและร่วมมือกันของคนในหมู่บ้าน สามารถจัดเวทีประชาคมเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้มีข้อปฏิบัติร่วมกันให้คนในชุมชนปฏิบัติ รู้จักรักษาสิทธิและหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย มิติด้านเศรษฐกิจ ครัวเรือนส่วนใหญ่มีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มต่าง ๆ ในหมู่บ้าน มิติด้านอนุรักษ์ มีข้อมูลของชุมชนที่จัดเก็บเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและเรียนรู้ มีการวางแผนอนุรักษ์ จัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้กลุ่มองค์กร
2.        หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับอยู่ดีกินดี จะต้องมีตัวชี้วัดเพิ่มเติม ดังนี้ มิติด้านสังคม มีกองทุนสวัสดิการชุมชน การส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่เป็นรูปธรรม มิติด้านเศรษฐกิจ มีกิจกรรมลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ส่งเสริมการออมที่เห็นผลชัดเจน มิติด้านอนุรักษ์ มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลหรือแผนชุมชนไปปฏิบัติจริง สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ และเรียนรู้ด้วยตนเองในระดับหนึ่ง และมีการใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสมในพื้นที่

3.        หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับมั่งมีศรีสุข ต้องมีตัวชี้วัดเพิ่มขึ้นอีก คือ มิติด้านสังคม ชุมชนเป็นชุมชนเข้มแข็ง ปลอดยาเสพติด มีการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติได้จริง มิติด้านเศรษฐกิจ มีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สามารถส่งเสริมผลิตภัณฑ์และกิจกรรมในชุมชนที่ชัดเจน มิติด้านอนุรักษ์ มีการค้นหาและนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างคุณค่า สร้างภาคีเครือข่าย และเรียนรู้การพัฒนาที่ชัดเจน และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนได้