วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การหาทางออกเมื่อเจอปัญหา

การทำงานพัฒนาชุมชน สิ่งหนึ่งที่จะต้องเจอ คือความขัดแย้ง เนื่องจากเราต้องทำงานกับ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มองค์กร ประชาชน บ่อยครั้งข้าพเจ้าเจอปัญหาเอง และมีโอกาสแก้ไขปัญหาให้ผู้อื่น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ต้องยุติปัญหานั้นให้ได้ ต้องใช้เทคนิค และการตัดสินใจแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่มี่ใครสามารถออกแบบไว้ก่อนได้ล่วงหน้า ซึ่งข้าพเจ้าเจออยู่บ่อยๆ ต้องหาข้อยุติให้ระหว่างผู้นำ กับประชาชนซึ่งขัดแย้งกัน ในฐานะนักวิชาการพัฒนาชุมชนต้องประสานความเข้าใจ จะเข้าข้างใครไม่ได้

การแก้ไขปัญหาเริ่มจากการตั้งสติ รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น หาสาเหตุของปัญหา วิเคราะห์ปัญหา ทบทวนที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ความรุนแรงของเรื่องที่เกิด ผลที่เกิดขึ้น ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากปัญหายังไม่ยุติ แล้วจึงมารับฟังความต้องการของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร ถ้าจำเป็นให้มีกฎกติกาของการตกลงกัน ก็ให้มี เช่นให้พูดทีละคน และไม่ให้พูดแทรก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ต้องใช้ไหวพริบ หากมีการโต้เถียงกันก็ให้ดูว่ามีแนวโน้มรุนแรงหรือไม่ ถ้าไม่รุนแรง บางครั้งอารมณ์ขัน...ช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้..และทำให้เราไม่รู้สึกเครียด

เคยเจอเหตุการณ์หนึ่ง พัฒนาการอำเภอ ได้เชิญดิฉันไปร่วมประชุมคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. และครัวเรือนเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการไม่ส่งเงินชำระหนี้กองทุน กข.คจ. เมื่อไปประชุมและทราบว่าผู้ใหญ่บ้านยืมเองและเมื่อถึงกำหนดไม่ส่งเงิน และบอกชาวบ้านว่าไม่ต้องส่ง ระหว่างนั้นมีการโต้เถียงกันระหว่างผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านคุมสติไม่อยู่และใช้วาจาไม่สุภาพ เรียกว่าแจกกล้วยชาวบ้าน นั่นแหละ...ดิฉันและพัฒนาการอำเภอนั่งฟังอยู่ด้วย...ตอนแรกก็รู้สึกตกใจ แต่ต้องตั้งสติและช่วยกันบอกให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ ค่อยพูดกัน และบอกผู้ใหญ่บ้านว่า...หนูยังโสดผู้ใหญ่ไม่ต้องให้หนูค่ะ.... ชาวบ้านได้ยินทุกคนก็หัวเราะบรรยากาศก็ดีขึ้น ผู้ใหญ่ฯ ขอโทษดิฉัน และขอโทษลูกบ้านที่คุมสติไม่อยู่ และชี้ให้เห็นว่าทุกหมู่บ้านในอำเภอนี้ไม่มีปัญหาหนี้ค้างชำระ ทุกคนมีเงินพอชำระ...แล้วเราจะทำให้เสียชื่อหมู่บ้านเราหรือ.....ทุกคนลงมติว่าจะนำเงินมาคืน

การแก้ปัญหา ต้องมีความเชื่อก่อนว่าทุกสิ่งทุกอย่างแก้ไขได้ ต้องให้เกียรติทั้งสองฝ่าย บุคลิกท่าทาง การแสดงออก สีหน้า ต้องแสดงออกถึงความจริงใจ รับฟังทั้งสองฝ่าย แต่ต้องยึดความถูกต้องตามระเบียบแผนทางราชการไว้เป็นหลัก หากปัญหายังยุติไม่ได้ก็หาแนวทาง หรือหาผู้ที่เป็นที่ยอมรับนับถือของทั้งสองฝ่ายมาช่วยเจรจา ประนีประนอม เมื่อปัญหาหาทางออกได้แล้วการติดตามผลภายหลังก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก...

นางสาวสุรีวรรณ คณนา
นักวิชาการพัฒนาชมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น