วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ร้านค้าชุมชนโดยการรวมกลุ่มของสตรี


ชื่อ-นามสกุล   นายนภดล     มโนอิ่ม    
ตำแหน่ง   เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชำนาญงาน
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก     038-581441
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ  การหาแนวทางให้เกิดกิจกรรมร้านค้าของชุมชนโดยกลุ่มสตรี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ   ประมาณ ปี  พ.ศ. 2551
สถานที่เกิดเหตุการณ์ ร้านค้าชุมชนตำบลโพรงอากาศ

เนื้อเรื่อง
ร้านค้าชุมชนของตำบลโพรงอากาศได้รับงบประมาณจากหลายภาคส่วนในการก่อสร้างดังนั้นจึงใช้เวลามากกว่าจะได้ดำเนินกิจกรรมร้านค้าจริงๆการทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาสตรีกว่าจะได้ผู้นำสตรีที่มีใจในการทำงานมาร่วมกิจกรรมและได้รับความร่วมมือจากหลายๆส่วนนั้น ไม่ใช่จะทำได้ภายในวัน สองวัน แต่ต้องใช้แรงกายแรงใจในการทำงานอย่างมากเพราะการทำงานกับคนหมู่มากและมีเงินในการทำงานจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่การเข้าถึง จึงสามารถดำเนินการให้เกิดการตั้งร้านค้าชุมชนโดยกลุ่มสตรีเป็นผู้ดำเนินการจนได้

บันทึกขุมความรู้
การสร้างระเบียบของกลุ่มแรกก่อตั้งต้องชัดเจน แน่นอน เป็นกลางและเป็นธรรม ผลประโยชน์ส่วนตัวมาทีหลัง กลุ่มจึงเป็นไปตามที่กำหนด

แก่นความรู้
การทำงานแบบเข้าใจ เข้าถึงจนเกิดความไว้วางใจเชื่อฟังและมีความรักให้ กันและกันฉันท์พี่น้องจะเกิดการทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพ  เป็นรูปธรรม ดีกว่าการทำงานแบบออกคำสั่ง                  

กลยุทธ์ในการทำงาน
การได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มสตรี ให้ความไว้วางใจ การวางแผนและการร่วมแก้ปัญหา การเป็นคนกลางที่เชื่อมเพื่อลดการขัดแย้งทำให้เกิดการคิดของชาวบ้านโดยกลุ่มสตรีเองแม้จะใช้เวลาในการก่อตั้งร้านค้าชุมชนนานก็ตาม                                      

กฎระเบียบ  แนวคิด ที่เกี่ยวข้อง
การทำงานกับคน ต้องศึกษาคน ใช้เวลาให้เวลาในการศึกษาคนตลอดจนสร้างความเป็นกันเองก่อนจนเกิดความไว้วางใจจึงจะเกิดงาน

การใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชน


ชื่อ – สกุล  นางสาวณัฐฐินันท์   ประดับพงษ์            
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว 
เบอร์ติดต่อโทร.  081-5774470        
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ คุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขของคนในชุมชน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ  เมษายน  ปี 2555 
สถานที่เกิดเหตุการณ์ ณ บ้านโพธิ์เย็น ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยว

เนื้อเรื่อง
บ้านโพธิ์เย็น หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบในการวางแผนการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมต่างๆ  และ กลุ่มอาชีพ เพื่อการช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน อาทิเช่น การจัดสวัสดิการให้แก่คนจน คนชรา ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งผู้นำหมู่บ้านได้กำหนดเป้าหมายหลักเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ให้มีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต  ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนในชุมชน  ซึ่งบ้านโพธิ์เย็นก็ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยวให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ “อยู่เย็น เป็นสุข” ของอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งจะต้องมีการประเมินความสุขมวลรวมของชุมชนด้วยตัวชี้วัด 6 ด้าน 23 ตัวชี้วัด

การประเมิน”ความสุขมวลรวมชุมชน” หรือ ความ  “อยู่เย็น เป็นสุข” ของชุมชนนั้น เป็นการวัดคุณค่าของการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่สะท้อนเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนา  (Ends)   และสามารถพิจารณาเชื่อมโยงถึงวิธีการ (Means) ต่างๆ ที่จัดทำเพื่อให้ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายความ “อยู่เย็น เป็นสุข” ในชุมชนด้วย โดยดัชนีชี้วัดความอยู่เย็น เป็นสุขสามารถประเมินได้ทั้งใน ระดับชุมชน ระดับครอบครัวและระดับบุคคล ซึ่งจะมีวิธีการดำเนินการประเมินความสุขมวลรวม ดังนี้

๑)  มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ๑  คน  เป็นผู้ควบคุมดำเนินการถามความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายที่ละด้านเป็นข้อๆ  ข้อใดที่มีข้อความยาวก็อ่านให้ฟังจนครบถ้วน แล้วอธิบายความหมายประกอบ  หรือให้กลุ่มเป้าหมายยกตัวอย่างที่ดำเนินกิจกรรมเหล่านั้นในหมู่บ้าน  เสร็จแล้วถามความคิดเห็นระดับความสุขที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละข้อ  โดยมีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งคอยนับจำนวน สรุปบันทึกผลระดับความคิดเห็นประมวลออกมาเป็นข้อๆ  และเป็นภาพรวมในแต่ละด้าน  จนครบทุกด้าน

๒)  เมื่อดำเนินการครบทุกด้านแล้ว  เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการประมวลผลเป็นภาพรวมจากตัวชี้วัดทั้งหมดในแต่ละด้านว่ามีค่าคะแนน  และคิดเป็นร้อยละได้เท่าใด
๓)  เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการประเมินสอบถามความรู้สึกและความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย ว่าหมู่บ้านน่าจะมีค่าการประเมินความสุขมวลรวมเท่าใด  เพื่อเปรียบเทียบกับค่าประเมินความสุขมูลรวมแบบมีส่วนร่วมที่ดำเนินการ และได้ค่าคะแนนตามข้อ ๒  แล้วนั้น

๔)  แจ้งผลการประเมินให้กลุ่มเป้าหมายทราบ และเปรียบเทียบกับความรู้สึกและความคิดเห็น ในข้อ ๓  ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร
๕)  ชี้แจงให้เห็นและตระหนักในความสุขที่ขาดหายไปจากการประเมินว่ามีเรื่องใดบ้าง  และ
ชุมชนสามารถเติมเต็มความสุขนั้นได้อย่างไร

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
- การกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง บทบาท ภารกิจการทำงานที่ชัดเจน
-ความชัดเจนเข้าใจในรูปแบบ และวิธีการที่จะสื่อความหมายในรูปแบบต่าง ๆ
-การสร้างความยอมรับ/แสวงหาส่วนร่วมและประสานการทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน
-การบริหารจัดการ การแบ่งงาน  การมอบหมายงาน การควบคุมติดตามและประเมินผล

แก่นความรู้ (Core Competency)
-การศึกษารับทราบข้อมูลและนำไปวิเคราะห์กำหนดทิศทางเป้าหมาย
-การประชุมปรึกษาหารือ
-การกระตุ้น  ส่งเสริม สนับสนุน ให้ความร่วมมือ  ชี้แนะให้กำลังใจ
-การสร้างความพึงพอใจ
-งานสัมฤทธิ์ผล

กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.  ศึกษาข้อมูล  รายละเอียดที่ชัดเจน  ทดลองฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริง
๒.  จัดประชุม ปรึกษาหารือ  ระดมความคิดเห็นจากทุกผ่ายเพื่อให้ได้ข้อสรุป ข้อยุติที่ชัดเจนเป็นทิศทาง รูปแบบการปฏิบัติ๓.  กระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุน ให้ทีมงาน-ภาคีได้มีบทบาทและส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอน ประสานการดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา และคอยให้กำลังใจให้ทุกภาคส่วน ร่วมทำงานกันได้อย่างสันติ
๔.  สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ร่วมงาน ภายใน-ภายนอกหน่วยงาน  ภาคีการทำงาน และประชาชนผู้ร่วมงาน  อยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งต่อไป
๕.  งานสัมฤทธิ์ผล  รู้สึกเป็นสุข และภาคภูมิใจ  ที่ได้รับมอบหมายภารกิจที่สำคัญ เป็นจุดยืนที่จะต้องดำเนินการและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งต่อไป

การตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน


ชื่อ-นามสกุล  นายสิทธิชัย  ปาหุไณยกุล
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด   สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า
เบอร์โทรศัพท์  08 97712587
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ  กองทุนแม่ของแผ่นดิน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2555
สถานที่  อำเภอบางคล้า  จังหวัดฉะเชิงเทรา

การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน เป็นการเสริมสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชน ในการร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน การตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน จึงเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กองทุนแม่ของแผ่นดิน ทำให้กองทุนได้ทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน สถานะความเข้มแข็งของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตลอดจนนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนพัฒนากองทุน ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข้าพเจ้าและชุดปฏิบัติการตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน จึงได้ใช้แบบตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดระดับสุขภาพของกองทุนแม่ของแผ่นดินในอำเภอบางคล้า เริ่มต้นจากเลือกผู้มีบทบาทในการดำเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดินในหมู่บ้านในการให้ข้อมูลการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยคณะกรรมการจะชี้แจงความเป็นมา แนวคิดของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน และวัตถุประสงค์ของการตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ในการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น  จะใช้วิธีการสัมภาษณ์กลุ่ม ตามประเด็นคำถามในแบบตรวจสุขภาพ และตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้าน รายชื่อคณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน บันทึกรายงานการประชุม บันทึกบัญชีกองทุนแม่ของแผ่นดิน สมุดบัญชีธนาคาร และข้อมูลการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น ภาพถ่าย เอกสารสรุปผลการดำเนินงาน สำหรับแบบตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะมี ๓ ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ส่วนที่ 2 แบบประเมินสถานะเพื่อพัฒนากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประกอบด้วยประเด็นการบริหารจัดการกองทุนแม่ของแผ่นดิน การบริหารเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน การดำเนินงานด้านยาเสพติด การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ส่วนที่ ๓ ปัญหาอุปสรรค ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ 

เมื่อกองทุนแม่ของแผ่นดินได้รับการตรวจสุขภาพแล้ว ก็จะทำให้ทราบสถานะของกองทุนว่ามีความเข้มแข็งอยู่ในระดับใด ต้องมีการปรับปรุงในด้านใดบ้าง และคณะกรรมการกองทุนก็จะมีข้อมูลสำหรับการวางแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนากองทุนของตนเองให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
                  
ขุมความรู้ / แก่นความรู้
1. การเตรียมความพร้อม โดยการศึกษาแนวทางการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน และทำความเข้าใจในแบบตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน
2. มีเป้าหมายในการทำงาน และยึดหลักการมีส่วนร่วมในการทำงานตั้งแต่เริ่มต้น

ผู้นำชุมชนสั่งเป็นสั่งตายโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน


ชื่อ – สกุล  สิบเอกสมพงษ์ นาคสาคร
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก    08 - 3103 - 8838
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    อาชีพรายได้ของประชาชนในหมู่บ้าน/ชมชน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ  เดือนพฤษภาคม 2542 – กรกฎาคม 2544
สถานที่เกิดเหตุ บ้านท่าแพ ม.4 ต.บางศาลา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ตามที่อำเภอปากพนัง  ให้ข้าพเจ้าเป็นพัฒนากรผู้ประสานงาน ตำบลบางศาลา  มี ๙ หมู่บ้าน โดยมี นายจวน ศรีเจริญ เป็นกำนัน (เป็นผู้มีอิทธิพล/ซุ้มมือปืน) ในขณะนั้นมีเรื่องยิงกันในพื้นที่อยู่บ่อย ๆ ตำบลบางศาลาเป็นตำบลที่มีรายได้เฉลี่ยของประชาชน ปานกลาง ถึงรายได้มาก เนื่องจากชาวบ้านได้มีการทำนากุ้งกุลาดำแบบพัฒนา(เป็นนาที่บุกเบิกใหม่ระบบนิเวศยังอุดมสมบูรณ์อยู่)  ผู้นำชุมชนมีความเข้มแข็ง  วิถีชีวิตของประชาชนในตำบลชอบเล่นการพนันเป็นนิจ ( เช่น ปอปั่น,ไฮโล,ชนวัว,ชนไก่.กัดปลากัด,หวยเถื่อน)

บ้านท่าแพ หมู่ที่4  ตำบลบางศาลา เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ได้รับงบประมาณโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน เมื่อ ปี 2538 โดยมีนายจวน ศรีเจริญ เป็นกำนันเป็นผู้ปกครองท้องที่ และเป็นประธานโครงการโดยตำแหน่ง ครัวเรือนยืมเงินได้มีมติเห็นชอบให้ทำโครงการเลี้ยงสุกร โดยครัวเรือนยืมเงินแล้วนำให้กำนันเป็นผู้บริหารโครงการ สถานที่ตั้งโครงการ ได้ใช้บริเวณบ้านกำนันเป็นที่เลี้ยงสุกร  ผลสรุปโครงการ ฯ ปรากฏว่าโครงการล้มเหลว (กำนันซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลไดนำเงินที่ขายสุกรได้ไปใช้ส่วนตัวจนหมดแล้วบอกครัวเรือนยืมเงินว่าขาดทุน)

ข้าพเจ้าซึ่งย้ายไปจากจังหวัดสระแก้ว ไปประจำที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนร่วมงานเค้ารู้ข้อมูลตำบลนี้ดีอยู่แล้วว่าตำบลนี้ทำงานยาก เค้าก็ใจดียกตำบลบางศาลาให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ประสานงาน  และเมื่อได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่แล้วข้าพเจ้าก็ใช้ หลักการ วิธีการ และกระบวนการพัฒนาชุมชน (พึ่งอบรมพัฒนาก่อนประจำการ ณ.วิทยาลัยการพัฒนาชุมชนอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มาใหม่ ๆ พ.ศ.2542) ข้าพเจ้าจึงวางแผนเข้าหากำนันเอียด ศรีเจริญ  โดยจัดให้มีการประชุมภายในตำบลแล้วก็ไปเชิญกำนันเข้าร่วมประชุมด้วยแทบทุกครั้ง แต่ละครั้งกำนั้นจะพร้อมอาวุธเต็มอัตรา (ก่อนหน้านั้นกำนันยิงกับสมาชิกสภาจังหวัดอยู่ก่อนแล้ว ) นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของข้าพเจ้า

การเข้าทำงานในพื้นที่แต่ละครั้งจะใช้รถจักรยานยนต์เพราะว่าทางลำบากมากเป็นผิวทางลูกรัง  ต่อมาชาวบ้านและผู้นำชุมชนที่เป็นห่วงข้าพเจ้ากลัวว่าพัฒนากรจะถูกลูกหลงไปกับกำนันด้วยก็เตือนว่าที่หลังอย่ารับกำนันเอียดไปไหนด้วย เพราะว่าทีมงาน สมาชิกสภาจังหวัดเขากำลังตามล้างแค้นกันอยู่ หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ลดการพากำนันออกประชุมในตำบล แล้วเวลามีข้อราชการข้าพเจ้าก็จะไปที่บ้านกำนันเอียด ก่อนเป็นลำดับแรกก็ไปหารือกับกำนัน แล้วกำนันก็ให้คนสนิทไปตาม

กลุ่มเป้าหมายมาคุยกับเรา งานในพื้นที่ทั้ง 9 หมู่บ้านก็ราบรื่นไปด้วยดี  โดยเฉพาะงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนบ้านท่าแพ หมูที่ 4 ข้าพเจ้าก็พูดคุยกับกำนัน โดยกำนันนำส่งเงินคืนงวดแรก จำนวน 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) แล้วทำสัญญาคืนเงินเป็นงวด โดยกำนันลงนามในสัญญา กับ พัฒนาการอำเภอ โดยมีข้าพเจ้าเป็นผู้บันทึกสัญญา หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ย้ายไปรับราชการบนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช

บันทึกขุมความรู้
1. ผู้นำชุมชนที่มีอิทธิพลสามารถทำให้โครงการต่าง ๆ ของภาครัฐไม่ประสพความสำเร็จได้
2. งานพัฒนาชุมชนจะสำเร็จได้และยั่งยืน จะต้องประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการให้ผู้มีส่วนได้เสีย เข้าใจเสียก่อนถึงจะทำโครงการ
3. ประชาชนในชุมชนยังเกรงกลัวต่อผู้นำชุมชน
4. ประชาชนในชุมชนยังมีความเอื้ออาธรกันภายในชุมชน

บันทึกแก่นความรู้
1. เทคนิคในการทำงานกับผู้นำชุมชน
2. การเข้าถึงผู้ชุมชนโดยระยะเวลาเป็นเครื่องมือ
3. การทำให้ผู้นำชุมชนและประชาชนยอมรับในตัวพัฒนากรผู้ประสานงานตำบลเพื่อนำไปสู่งานและกิจกรรมพัฒนาชุมชนจนประสพผลสำเร็จ