วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เทคนิคการแบ่งกลุ่มให้รวดเร็ว

พวกเราพัฒนากรมักต้องทำงานโดยวิธีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมสมองอยู่บ่อย ๆ ปัญหาคือ เราจะแบ่งอย่างไรให้เหมาะสมและรวดเร็ว เพราะถ้าช้าก็จะเสียเวลาไปกับการแบ่งกลุ่มมากเกินไป แทนที่จะได้เนื้อหาสาระมากขึ้น
วิธีการที่ผมใช้แบ่งกลุ่มคน มีหลายวิธีครับ แล้วแต่กลุ่มเป้าหมายและความจำเป็น เช่น
1. ให้นับเลข สมมุติว่าต้องการแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ก็ให้ผู้เข้าประชุมนับเลข 1 ถึง 5 เรื่อยไปจนครบทุกคน ใครนับหมายเลข 1 ไปอยู่กลุ่มที่ 1 ใครนับหมายเลข 2 ไปอยู่กลุ่มที่ 2 จนครบ 5 กลุ่ม วิธีนี้ใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่นั่งหรือยืนเป็นแถวอยู่แล้วจะสะดวกดี
2. แจกลูกอม สมมุติต้องการแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ก็ให้เตรียมลูกอมไว้ 5 ชนิด ๆ ละเท่ากัน และเท่าจำนวนผู้เข้าประชุมทั้งหมด เมื่อผู้เข้าประชุมเข้าห้อง เราก็แจกลูกอม แล้วให้เขาเก็บไว้ เมื่อถึงเวลาแบ่งกลุ่ม ก็แบ่งตามสีหรือชนิดของลูกอมที่เขาได้รับ วิธีนี้จะแบ่งกลุ่มเมื่อไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องยืนหรือนั่งเป็นแถว
3. แบ่งตามวันเกิด วิธีนี้เป็นการแบ่งกลุ่มแบบหลวม ๆ พอให้เป็นกลุ่มขึ้นมาเท่านั้น เนื่องจากอาจต้องการความรวดเร็ว เราก็แบ่งตามวันเกิดไปเลย จะแบ่งกี่กลุ่มก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น 7 กลุ่ม ให้เราสังเกตดูว่าวันไหนมีจำนวนคนเกิดน้อย จะให้เอาคนมารวมกันก็ได้ ข้อเสียของวิธีนี้ คือ ได้จำนวนที่ไม่เท่ากัน และบางคนไม่เข้ากลุ่มตามวันเกิด
4. แบ่งเองตามการคาดคะเน วิธีนี้เป็นการแบ่งกลุ่มแบบหลวม ๆ และต้องการความรวดเร็วมากๆ เราอาจแบ่งเองก็ได้ เช่น ผู้เข้าประชุมนั่งอยู่ในห้องที่มีช่องทางเดินระหว่างกลาง มีแถวทั้งหมด 10 แถว เราอาจแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม คือ ซ้าย,ขวา หรือแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มละ 2 แถว หรือ 5 แถวบนด้านซ้าย ,5 แถวบนด้านขวา ,5 แถวล่างด้านซ้าย และ 5 แถวล่างด้านขวา
5. แบ่งโดยจัดรายชื่อให้มีคุณสมบัติคล้ายกัน บางทีเราต้องแบ่งกลุ่มโดยต้องการกลุ่มเป้าหมายที่มาจากต่างที่กัน มีผู้หญิง ผู้ชาย ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน หรือต้องการคนที่มีคุณสมบัติบางประการในทุกกลุ่ม ถ้าเป็นอย่างนี้ ต้องใช้เวลาจัดรายชื่อเอาเองครับ ต้องดูคุณสมบัติแต่ละคน แล้วค่อยคัดออกมาอยู่แต่ละกลุ่ม วิธีนี้จะเสียเวลานิดหน่อย แต่ก็ได้คุณสมบัติที่เราต้องการครับ...
นี่คือวิธีการที่ผมใช้ในการแบ่งกลุ่มอยู่บ่อยๆ วิธีการอื่นก็มี แต่ผมไม่ค่อยได้ใช้ครับ...

สุรเดช วรรณศิริ
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร.038-511239

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การจัดทำแผนงาน/โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด

เรื่องนี้เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนงบประมาณดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2552 ถึงพฤษภาคม 2553 สถานที่เกิดเหตุการณ์ คือ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา เรื่องมาอยู่ว่า...

การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดนับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานในส่วนของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดในการขับเคลื่อนนโยบายตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชนให้ประสบผลสำเร็จ จากผลกระทบในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่กรมฯ ได้รับการจัดสรรลดลงทุกปี จึงเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการดำเนินงานในระดับพื้นที่ในการขับเคลื่อนนโยบายกรมฯ นโยบายกระทรวงให้ประสบผลสำเร็จ การแสวงหาโอกาสการเข้าถึงแหล่งงบประมาณจึงเป็นเรื่องสำคัญ การสอดแทรกแผนงาน/โครงการเข้าไปบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินงาน เพราะนั่นหมายถึง การมีงบประมาณในการทำงาน การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล กระทรวง กรมฯ และจังหวัดในประสบผลสำเร็จ

การขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการที่สำคัญให้เข้าบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ไม่ได้หมายถึงการเขียนแผนงาน/โครงการส่งสำนักงานจังหวัดให้บรรจุเข้าไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดเท่านั้น แต่หมายถึงแผนงาน/โครงการที่ทำขึ้นนั้นจะต้องมีการวิเคราะห์ถึงต้นทุนที่ลงไปกับผลที่จะได้รับว่าคุ้มทุนหรือไม่ นอกจากนั้น ยังต้องรู้และเข้าใจในวิสัยทัศน์จังหวัด เข้าใจในยุทธศาสตร์จังหวัดว่าต้องการอะไร วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์กรมฯ วิสัยทัศน์สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด และยุทธศาสตร์สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สอดรับกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์หรือไม่ ดังนั้น การจะทำให้แผนงาน/โครงการที่เขียนได้รับการตอบสนอง กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนจังหวัดจึงต้องพยายามแสดงวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ ทั้ง 3 ส่วน ให้มีความสอดรับและมีความเชื่อมโยงกันให้ได้ เพื่อสะดวกต่อการเขียนแผนงาน/โครงการ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัดในแต่ละปี

ดังนั้น นักวิชาการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนทุกคน ต้องมีพื้นฐานองค์ความรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ของจังหวัด/กรมฯ/และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอย่างละเอียดลึกซึ้ง เพื่อนำองค์ความรู้มาใช้ในการจัดทำแผนงาน/โครงการ เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัดได้ ประการสำคัญต้องตอบให้ได้ว่าแผนงาน/โครงการที่ทำนั้นตอบสนองยุทธศาสตร์/ตัวชี้วัดอะไร และจะส่งผลต่อความสำเร็จของวิสัยทัศน์ได้อย่างไร

กลยุทธ์ในการจัดทำแผนงาน/โครงการ
1. ศึกษาการเขียนแผนงาน/โครงการ ที่มีประสิทธิภาพ
2. ศึกษาวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์
3. ศึกษากรอบระยะเวลาการจัดทำแผนงาน/โครงการ

แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551
2. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550
3. การติดตามผลและการประเมินผลด้วยเครื่องมือ
PART

นายอรชุน ธิวรรณลักษณ์
หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน
รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กระบวนการบูรณาการแผนชุมชนอำเภอ

การส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำ ทบทวนและปรับปรุงแผนชุมชน เป็นกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในการมีส่วนร่วมการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น และเชื่อมโยงสู่การวางแผนพัฒนาจังหวัด โดยการสนับสนุนให้ประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชน รวมตัวกันนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตในหมู่บ้าน ชุมชนมากำหนดเป็นกิจกรรม จัดทำเป็นแผนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นรากฐานของการวางแผนพัฒนาท้องถิ่น และแผนพัฒนาจังหวัด โดยยึดหลักการพึ่งพาตนเอง สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม ในหมู่บ้านชุมชน และท้องถิ่น

กระบวนการสำคัญในการปรับปรุงทบทวนแผนชุมชนระดับอำเภอ จะต้องมีแนวทางการเชื่อมประสานการแก้ไขปัญหากับภาคีการพัฒนาและหน่วยงานต่างๆ สามารถกำหนดขั้นตอนสำคัญในการ บูรณาการแผนชุมชนระดับอำเภอ ดังนี้

1. ศึกษาข้อมูลระดับอำเภอ
- ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จปฐ. กชช.๒ค ระดับอำเภอ
- ภาคีการพัฒนา นำเสนอข้อมูลอื่นๆ
- ตำบลต่าง ๆ เสนอแผนชุมชนระดับตำบลที่มีการบูรณาการแล้ว
- เชื่อมโยงการจัดทำแผนในแต่ละตำบล

2. การวิเคราะห์ศักยภาพของอำเภอ
- การวิเคราะห์
SWOT เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก เพื่อค้นหาจุดแข็ง (จุดเด่น) จุดอ่อน (จุดด้อย) โอกาสและอุปสรรค หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต
- ปัญหาที่สำคัญของอำเภอ (เรียงลำดับความสำคัญ)
- อัตลักษณ์
- กำหนดวิสัยทัศน์ของอำเภอ คือ กำหนดภาพในอนาคตที่ต้องการจะเป็น โดยจะต้องมีทิศทางที่ชัดเจน มีความเป็นไปได้ และเป็นที่ยอมรับ
- ตำแหน่งการพัฒนาและการพัฒนาอาชีพของตำบล/ อำเภอ

3. บูรณาการสาเหตุ แนวทาง และโครงการ
- วิเคราะห์ศึกษาจากแผนของทุกพื้นที่
- เรียงลำดับความสำคัญแผนงาน/โครงการ
- บูรณาการสาเหตุ/แนวทาง/โครงการ

4. การบูรณาการแผนชุมชนระดับอำเภอ
- จัดทำโครงการ/กิจกรรม สนับสนุนในภาพของอำเภอ (ภาคี/หน่วยงาน)
- จัดกลุ่มแผนงานโครงการตามงบประมาณที่สนับสนุน เป็น แผนชุมชนทำเอง แผนท้องถิ่นสนับสนุน แผนหน่วยงานราชการสนับสนุนตาม
Function

5. แนวทางการขับเคลื่อนแผนชุมชน อย่างมีประสิทธิภาพ
6. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอำเภอ คือ การกำหนดทิศทางการพัฒนาอำเภอในอนาคต และแผนงานโครงการที่มารองรับ มีความสำคัญในการขยายผลสู่การปฏิบัติ

7. ประชาพิจารณ์แผนชุมชนระดับอำเภอ
- นำเสนอแผนชุมชนระดับอำเภอให้แก่ตัวแทนประชาคมอำเภอ/ภาคีพัฒนา พิจารณาให้ความเห็นชอบ

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
- การบูรณาการแผนชุมชนระดับอำเภอ สามารถสะท้อนปัญหาความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ ซึ่งมาจากกระบวนการกลั่นกรองและบูรณาการแผนชุมชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จนถึงระดับอำเภอ (
Bottom-Up) รวมทั้งสอดรับกับแนวทางการพัฒนาประเทศและจังหวัด

แก่นความรู้ ( Core Competency)
- ภาคประชาชน และชุมชนจะส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาของตนเองผ่านกระบวนการแผนชุมชนในทุกระดับ โดยประชาชนสามารถ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหาของตนเอง ปัญหาที่ไม่เกินความสามารถจะแก้ไขด้วยตนเอง การเรียนรู้ในการแก้ปัญหาและพึ่งตนเองเป็นสำคัญอันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

กลยุทธ์ในการทำงาน
การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคราชการ เริ่มตั้งแต่ระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ จะเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการแผนชุมชนระดับอำเภอ ให้ประสบความสำเร็จ ดังนี้

- คณะกรรมการหมู่บ้านร่วมกับประชาคมหมู่บ้าน เป็นองค์กรสำคัญในการจัดทำทบทวนแผนชุมชน ซึ่งเปรียบเสมือนแผนชีวิตของประชาชน นอกจากเป็นแผนเพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภายนอกแล้วยังเป็นเครื่องมือในการพัฒนากระบวนการพึ่งตนเองของประชาชน โดยประชาชนสามารถผนึกกำลังร่วมคิดร่วมทำเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชน/หมู่บ้าน ร่วมกันเป็นพื้นฐาน ซึ่งก่อให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนเป็นการระเบิดจากข้างใน (inside – out) ลดการพึ่งพาจากภายนอก หันมาพึ่งพาตนเอง แก้ปัญหาด้วยตนเองอันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

- ชุดปฏิบัติการตำบล และภาคีการพัฒนา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำภาคประชาชน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลั่นกรอง บูรณาการแผนชุมชนระดับตำบล เพื่อจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหาความต้องการของชุมชน/หมู่บ้าน เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนจากภายนอก

- คณะอนุกรรมการระดับอำเภอ (อ.ก.อ.) กลั่นกรอง บูรณาการแผนชุมชนระดับอำเภอ ที่ต้องการขอรับการสนับสนุน

กฎระเบียบ/แนวคิด/ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง
1. ระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๑๐(๒) กำหนดหน้าที่ของคณะพัฒนาท้องถิ่นในการร่วมจัดทำร่างแผนพัฒนา เสนอแนะแนวทางการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำร่างแผนพัฒนา

2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้าน การปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ๓๒(๓) คณะทำงานด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน ประสานการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาหมู่บ้าน ประสานการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาหมู่บ้านกับคณะทำงานด้านต่างๆ

3. คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๕๓๗/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดทำแผนชุมชน

4. บทบาทของประชาคมที่กรมการปกครองส่งเสริมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอมี ๓ ระดับ ได้แก่ ประชาคมหมู่บ้าน ประชาคมตำบล และประชาคมอำเภอ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากทุกภาคส่วนในประชาคม มีภาคประชาชนเป็นประธานและเป็นองค์ประกอบสำคัญในประชาคม โดยประชาคมมีบทบาทหลักในการสะท้อนและจัดลำดับปัญหาความต้องการของชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ตามลำดับขึ้นมาถึงอำเภอ แผนชุมชนที่ได้จึงสอดรับกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

นางพัชรินทร์ อ่องบางน้อย
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว

การส่งเสริมการบริหารจัดการทุนชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน

ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ กว่า ๖๐ % อยู่ในชนบทและคนเหล่านี้ยังเผชิญกับปัญหาควายากจน สาเหตุมาจากการขาดพื้นฐานดังต่อไปนี้ ๑. ขาดข้อมูลกระบวนการเรียนรู้การจัดการ ๒. ปัญหาเรื่องทุนและการบริหารจัดการ ๓. ปัญหาด้านการตลาด การขนส่ง และการสื่อสาร

การขาดทุนหมุนเวียนทำให้คนในชุมชน จำเป็นต้องหันหน้าเข้าหาแห่งเงินกู้นอกระบบ เกิดวัฏจักรของการกู้เงิน และการจ่ายดอกไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน และปัญหาความยากจนของประชาชน

จากนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนของภาครัฐ ทำให้เกิดกองทุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแต่ละกองทุนมีความแตกต่างกันในเรื่อง การบริหารจัดการ ส่งผลให้ประชาชนมีภาระหนี้สิน ชุมชนไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ภาครัฐและองค์กรต่างๆให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ร่วมในการส่งเสริม สนับสนุนการบริหารจัดการและพัฒนาทุนชุมชนให้มีประสิทธิภาพ

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารงาน โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากกองทุน ของชุมชนที่มีอยู่หลากหลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลง พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง อย่างยั่งยืนโดยกำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับทุนชุมชน ซึ่งหมู่บ้านที่มีการจัดตั้งสถาบันการจัดการทุนชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นแกนนำในการดำเนินงานบริหารจัดการทุนชุมชนทำให้การบริหารจัดการเงินทุนเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนและชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน คือ

๑. เพื่อให้การจัดการเงินทุนชุมชนเป็นระบบ มีความเป็นเอกภาพ สามารถแก้ปัญหา พัฒนาเศรษฐกิจ และพัฒนาสังคมให้กับชุมชน
๒. เพื่อเป็นแหล่งเงินออมของชุมชน
๓. เพื่อเป็นแหล่งทุน และสวัสดิการชุมชน
๔. เพื่อเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชุมชน

เพื่อให้ชุมชนมีองค์กรที่สามารถบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ครัวเรือน ๑ สัญญา การจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนเป็นการบูรณาการกองทุนต่างๆเข้าด้วยกัน จึงมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงของชุมชน ในภาวะปัจจุบันอย่างยิ่ง โดยมีขั้นตอนการพัฒนาทุนชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ดังนี้

ขั้นตอนการพัฒนาทุนชุมชน
๑. การจัดเก็บข้อมูลทุนชุมชน

ชุมชนแต่ละแห่งจะมีทุนชุมชนแตกต่างกัน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพอีกทั้งทุนชุมชน แต่ละด้านที่มีอยู่ในชุมชน ก็อาจมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องขององค์ความรู้ จะทำให้รู้ว่า จำทำอะไรก่อน – หลัง

๒. การวิเคราะห์ข้อมูลทุนชุมชน
.๑ ศึกษาทุนชุมชนที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ในแต่ละประเภทว่ามีขนาดหรือปริมาณเท่าไร
๒.๒ สามารถบ่งชี้สถานะของทุนชุมชนแต่ละประเภทที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ว่ามีสถานะเป็นอย่างไร อยู่ในสถานะที่ดี/พอใช้/ต้องปรับปรุง
๒.๓ ประเมินศักยภาพของทุนชุมชน ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน เพื่อเป็นปัจจัยการพัฒนาและบริหารจัดการทุนชุมชน
๒.๔ จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ปัญหาทุนชุมชน เพื่อให้ทราบว่าควรดำเนินการอะไร ก่อน - หลัง
วิธีการวิเคราะห์ชุมชนสามารถทำได้โดยการจัดเวทีประชาคม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือ คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการกลุ่มองค์กร ผู้นำชุมชน และภาคีการพัฒนา

๓. การพัฒนาทุนชุมชน
เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ทุนชุมชน ไปขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่า ของทุนชุมชน หรือแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน เช่น การจัดทำแผนของหมู่บ้าน โดยนำเอาผลจากการวิเคราะห์ทุนชุมชน มากำหนดกิจกรรมหรือโครงการ ในการพัฒนาทุนชุมชน

๔. การประเมินผลการพัฒนาทุนชุมชน
หลังจากได้มีการนำข้อมูลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทุนชุมชน ไปขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา จะต้องมีการประเมินผลการพัฒนาทุนชุมชนดังกล่าว ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย
๔.๑ แบบสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) เป็นข้อมูลรายครัวเรือน ดำเนินการจัดเก็บเป็นประจำทุกปี
๔.๒ แบบสำรวจข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.๒ค) เป็นข้อมูลรายหมู่บ้านดำเนินการจัดเก็บเป็นประจำทุก ๒ ปี
๔.๓ แบบจัดระดับหรือดัชนีชี้วัด การพัฒนาทุนชุมชน จะแสดงให้เห็นถึงทุนชุมชน แต่ละด้านมีค่าอยู่ในระดับใด
๔.๔ แบบมาตรฐานทุนชุมชน ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดทุนชุมชน
๔.๕ แบบประเมินศักยภาพทุนชุมชน สามารถชี้ให้เห็นถึงขีดความสามารถในการพัฒนาทุนชุมชนแต่ละด้านว่าเป็นอย่างไร

การประเมินผลการพัฒนาทุนชุมชน จากเครื่องมือที่กล่าวมา สามารถชี้ให้เห็นได้ว่าแต่ละปี มีผลการพัฒนาเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่าน ซึ่งจะสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาทุนชุมชน ได้อย่างถูกต้อง

ขุมความรู้
๑. การพัฒนาทุนชุมชน
๒. การบูรณาการทุนชุมชน
๓. ขั้นตอนการพัฒนาทุนชุมชน

แก่นความรู้
การใช้ทุนชุมชนแก้ปัญหาส่วนรวม ที่เป็นรากฐานการพัฒนารากฐานส่วนอื่นๆ และทุนชุมชนทำให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน

กฎระเบียบ/แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
๑. ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ในช่วงพ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๔
๒. คู่มือการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
๓. เอกสารแนวทางการพัฒนาทุนชุมชน

นางพัชรินทร์ อ่องบางน้อย
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแปลงยาว