วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชน


ชื่อ สกุล  นางสาวณัฐฐินันท์   ประดับพงษ์            
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยว 
เบอร์ติดต่อโทร.  081-5774470        
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ คุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขของคนในชุมชน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ  เมษายน  ปี 255
สถานที่เกิดเหตุการณ์ ณ บ้านโพธิ์เย็น ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยว

เนื้อเรื่อง
บ้านโพธิ์เย็น หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบในการวางแผนการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมต่างๆ  และ กลุ่มอาชีพ เพื่อการช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน อาทิเช่น การจัดสวัสดิการให้แก่คนจน คนชรา ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งผู้นำหมู่บ้านได้กำหนดเป้าหมายหลักเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ให้มีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต  ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนในชุมชน  ซึ่งบ้านโพธิ์เย็นก็ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางน้ำเปรี้ยวให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ อยู่เย็น เป็นสุข ของอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งจะต้องมีการประเมินความสุขมวลรวมของชุมชนด้วยตัวชี้วัด 6 ด้าน 23 ตัวชี้วัด

การประเมิน”ความสุขมวลรวมชุมชน” หรือ ความ  อยู่เย็น เป็นสุขของชุมชนนั้น เป็นการวัดคุณค่าของการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่สะท้อนเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนา  (Ends)   และสามารถพิจารณาเชื่อมโยงถึงวิธีการ (Means) ต่างๆ ที่จัดทำเพื่อให้ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายความอยู่เย็น เป็นสุขในชุมชนด้วย โดยดัชนีชี้วัดความอยู่เย็น เป็นสุขสามารถประเมินได้ทั้งใน ระดับชุมชน ระดับครอบครัวและระดับบุคคล ซึ่งจะมีวิธีการดำเนินการประเมินความสุขมวลรวม ดังนี้

๑)  มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ๑  คน  เป็นผู้ควบคุมดำเนินการถามความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายที่ละด้านเป็นข้อๆ  ข้อใดที่มีข้อความยาวก็อ่านให้ฟังจนครบถ้วน แล้วอธิบายความหมายประกอบ  หรือให้กลุ่มเป้าหมายยกตัวอย่างที่ดำเนินกิจกรรมเหล่านั้นในหมู่บ้าน  เสร็จแล้วถามความคิดเห็นระดับความสุขที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละข้อ  โดยมีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งคอยนับจำนวน สรุปบันทึกผลระดับความคิดเห็นประมวลออกมาเป็นข้อๆ  และเป็นภาพรวมในแต่ละด้าน  จนครบทุกด้าน

๒)  เมื่อดำเนินการครบทุกด้านแล้ว  เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการประมวลผลเป็นภาพรวมจากตัวชี้วัดทั้งหมดในแต่ละด้านว่ามีค่าคะแนน  และคิดเป็นร้อยละได้เท่าใด
๓)  เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการประเมินสอบถามความรู้สึกและความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย ว่าหมู่บ้านน่าจะมีค่าการประเมินความสุขมวลรวมเท่าใด  เพื่อเปรียบเทียบกับค่าประเมินความสุขมูลรวมแบบมีส่วนร่วมที่ดำเนินการ และได้ค่าคะแนนตามข้อ ๒  แล้วนั้น

๔)  แจ้งผลการประเมินให้กลุ่มเป้าหมายทราบ และเปรียบเทียบกับความรู้สึกและความคิดเห็น ในข้อ ๓  ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร
๕)  ชี้แจงให้เห็นและตระหนักในความสุขที่ขาดหายไปจากการประเมินว่ามีเรื่องใดบ้าง  และ
ชุมชนสามารถเติมเต็มความสุขนั้นได้อย่างไร

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
- การกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง บทบาท ภารกิจการทำงานที่ชัดเจน
-ความชัดเจนเข้าใจในรูปแบบ และวิธีการที่จะสื่อความหมายในรูปแบบต่าง ๆ
-การสร้างความยอมรับ/แสวงหาส่วนร่วมและประสานการทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน
-การบริหารจัดการ การแบ่งงาน  การมอบหมายงาน การควบคุมติดตามและประเมินผล

แก่นความรู้ (Core Competency)
-การศึกษารับทราบข้อมูลและนำไปวิเคราะห์กำหนดทิศทางเป้าหมาย
-การประชุมปรึกษาหารือ
-การกระตุ้น  ส่งเสริม สนับสนุน ให้ความร่วมมือ  ชี้แนะให้กำลังใจ
-การสร้างความพึงพอใจ
-งานสัมฤทธิ์ผล

กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.  ศึกษาข้อมูล  รายละเอียดที่ชัดเจน  ทดลองฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริง
๒.  จัดประชุม ปรึกษาหารือ  ระดมความคิดเห็นจากทุกผ่ายเพื่อให้ได้ข้อสรุป ข้อยุติที่ชัดเจนเป็นทิศทาง รูปแบบการปฏิบัติ๓.  กระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุน ให้ทีมงาน-ภาคีได้มีบทบาทและส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอน ประสานการดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา และคอยให้กำลังใจให้ทุกภาคส่วน ร่วมทำงานกันได้อย่างสันติ
๔.  สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ร่วมงาน ภายใน-ภายนอกหน่วยงาน  ภาคีการทำงาน และประชาชนผู้ร่วมงาน  อยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งต่อไป
๕.  งานสัมฤทธิ์ผล  รู้สึกเป็นสุข และภาคภูมิใจ  ที่ได้รับมอบหมายภารกิจที่สำคัญ เป็นจุดยืนที่จะต้องดำเนินการและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งต่อไป

การตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน


ชื่อ-นามสกุล  นายสิทธิชัย  ปาหุไณยกุล
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด   สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า
เบอร์โทรศัพท์  08 97712587
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ  กองทุนแม่ของแผ่นดิน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2555
สถานที่  อำเภอบางคล้า  จังหวัดฉะเชิงเทรา

การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน เป็นการเสริมสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชน ในการร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน การตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน จึงเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กองทุนแม่ของแผ่นดิน ทำให้กองทุนได้ทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน สถานะความเข้มแข็งของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตลอดจนนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนพัฒนากองทุน ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข้าพเจ้าและชุดปฏิบัติการตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน จึงได้ใช้แบบตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดระดับสุขภาพของกองทุนแม่ของแผ่นดินในอำเภอบางคล้า เริ่มต้นจากเลือกผู้มีบทบาทในการดำเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดินในหมู่บ้านในการให้ข้อมูลการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยคณะกรรมการจะชี้แจงความเป็นมา แนวคิดของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน และวัตถุประสงค์ของการตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ในการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น  จะใช้วิธีการสัมภาษณ์กลุ่ม ตามประเด็นคำถามในแบบตรวจสุขภาพ และตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระเบียบกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้าน รายชื่อคณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน บันทึกรายงานการประชุม บันทึกบัญชีกองทุนแม่ของแผ่นดิน สมุดบัญชีธนาคาร และข้อมูลการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น ภาพถ่าย เอกสารสรุปผลการดำเนินงาน สำหรับแบบตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน จะมี ๓ ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ส่วนที่ 2 แบบประเมินสถานะเพื่อพัฒนากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประกอบด้วยประเด็นการบริหารจัดการกองทุนแม่ของแผ่นดิน การบริหารเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน การดำเนินงานด้านยาเสพติด การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ส่วนที่ ๓ ปัญหาอุปสรรค ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ 

เมื่อกองทุนแม่ของแผ่นดินได้รับการตรวจสุขภาพแล้ว ก็จะทำให้ทราบสถานะของกองทุนว่ามีความเข้มแข็งอยู่ในระดับใด ต้องมีการปรับปรุงในด้านใดบ้าง และคณะกรรมการกองทุนก็จะมีข้อมูลสำหรับการวางแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนากองทุนของตนเองให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
                  
ขุมความรู้ / แก่นความรู้
1. การเตรียมความพร้อม โดยการศึกษาแนวทางการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน และทำความเข้าใจในแบบตรวจสุขภาพกองทุนแม่ของแผ่นดิน
2. มีเป้าหมายในการทำงาน และยึดหลักการมีส่วนร่วมในการทำงานตั้งแต่เริ่มต้น

ผู้นำชุมชนสั่งเป็นสั่งตายโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน


ชื่อ สกุล  สิบเอกสมพงษ์ นาคสาคร
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก    08 - 3103 - 8838
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    อาชีพรายได้ของประชาชนในหมู่บ้าน/ชมชน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ  เดือนพฤษภาคม 2542 – กรกฎาคม 2544
สถานที่เกิดเหตุ บ้านท่าแพ ม.4 ต.บางศาลา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ตามที่อำเภอปากพนัง  ให้ข้าพเจ้าเป็นพัฒนากรผู้ประสานงาน ตำบลบางศาลา  มี ๙ หมู่บ้าน โดยมี นายจวน ศรีเจริญ เป็นกำนัน (เป็นผู้มีอิทธิพล/ซุ้มมือปืน) ในขณะนั้นมีเรื่องยิงกันในพื้นที่อยู่บ่อย ๆ ตำบลบางศาลาเป็นตำบลที่มีรายได้เฉลี่ยของประชาชน ปานกลาง ถึงรายได้มาก เนื่องจากชาวบ้านได้มีการทำนากุ้งกุลาดำแบบพัฒนา(เป็นนาที่บุกเบิกใหม่ระบบนิเวศยังอุดมสมบูรณ์อยู่)  ผู้นำชุมชนมีความเข้มแข็ง  วิถีชีวิตของประชาชนในตำบลชอบเล่นการพนันเป็นนิจ ( เช่น ปอปั่น,ไฮโล,ชนวัว,ชนไก่.กัดปลากัด,หวยเถื่อน)

บ้านท่าแพ หมู่ที่4  ตำบลบางศาลา เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ได้รับงบประมาณโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน เมื่อ ปี 2538 โดยมีนายจวน ศรีเจริญ เป็นกำนันเป็นผู้ปกครองท้องที่ และเป็นประธานโครงการโดยตำแหน่ง ครัวเรือนยืมเงินได้มีมติเห็นชอบให้ทำโครงการเลี้ยงสุกร โดยครัวเรือนยืมเงินแล้วนำให้กำนันเป็นผู้บริหารโครงการ สถานที่ตั้งโครงการ ได้ใช้บริเวณบ้านกำนันเป็นที่เลี้ยงสุกร  ผลสรุปโครงการ ฯ ปรากฏว่าโครงการล้มเหลว (กำนันซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลไดนำเงินที่ขายสุกรได้ไปใช้ส่วนตัวจนหมดแล้วบอกครัวเรือนยืมเงินว่าขาดทุน)

ข้าพเจ้าซึ่งย้ายไปจากจังหวัดสระแก้ว ไปประจำที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนร่วมงานเค้ารู้ข้อมูลตำบลนี้ดีอยู่แล้วว่าตำบลนี้ทำงานยาก เค้าก็ใจดียกตำบลบางศาลาให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ประสานงาน  และเมื่อได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่แล้วข้าพเจ้าก็ใช้ หลักการ วิธีการ และกระบวนการพัฒนาชุมชน (พึ่งอบรมพัฒนาก่อนประจำการ ณ.วิทยาลัยการพัฒนาชุมชนอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มาใหม่ ๆ พ.ศ.2542) ข้าพเจ้าจึงวางแผนเข้าหากำนันเอียด ศรีเจริญ  โดยจัดให้มีการประชุมภายในตำบลแล้วก็ไปเชิญกำนันเข้าร่วมประชุมด้วยแทบทุกครั้ง แต่ละครั้งกำนั้นจะพร้อมอาวุธเต็มอัตรา (ก่อนหน้านั้นกำนันยิงกับสมาชิกสภาจังหวัดอยู่ก่อนแล้ว ) นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของข้าพเจ้า

การเข้าทำงานในพื้นที่แต่ละครั้งจะใช้รถจักรยานยนต์เพราะว่าทางลำบากมากเป็นผิวทางลูกรัง  ต่อมาชาวบ้านและผู้นำชุมชนที่เป็นห่วงข้าพเจ้ากลัวว่าพัฒนากรจะถูกลูกหลงไปกับกำนันด้วยก็เตือนว่าที่หลังอย่ารับกำนันเอียดไปไหนด้วย เพราะว่าทีมงาน สมาชิกสภาจังหวัดเขากำลังตามล้างแค้นกันอยู่ หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ลดการพากำนันออกประชุมในตำบล แล้วเวลามีข้อราชการข้าพเจ้าก็จะไปที่บ้านกำนันเอียด ก่อนเป็นลำดับแรกก็ไปหารือกับกำนัน แล้วกำนันก็ให้คนสนิทไปตาม

กลุ่มเป้าหมายมาคุยกับเรา งานในพื้นที่ทั้ง 9 หมู่บ้านก็ราบรื่นไปด้วยดี  โดยเฉพาะงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนบ้านท่าแพ หมูที่ 4 ข้าพเจ้าก็พูดคุยกับกำนัน โดยกำนันนำส่งเงินคืนงวดแรก จำนวน 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) แล้วทำสัญญาคืนเงินเป็นงวด โดยกำนันลงนามในสัญญา กับ พัฒนาการอำเภอ โดยมีข้าพเจ้าเป็นผู้บันทึกสัญญา หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ย้ายไปรับราชการบนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช

บันทึกขุมความรู้
1. ผู้นำชุมชนที่มีอิทธิพลสามารถทำให้โครงการต่าง ๆ ของภาครัฐไม่ประสพความสำเร็จได้
2. งานพัฒนาชุมชนจะสำเร็จได้และยั่งยืน จะต้องประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการให้ผู้มีส่วนได้เสีย เข้าใจเสียก่อนถึงจะทำโครงการ
3. ประชาชนในชุมชนยังเกรงกลัวต่อผู้นำชุมชน
4. ประชาชนในชุมชนยังมีความเอื้ออาธรกันภายในชุมชน

บันทึกแก่นความรู้
1. เทคนิคในการทำงานกับผู้นำชุมชน
2. การเข้าถึงผู้ชุมชนโดยระยะเวลาเป็นเครื่องมือ
3. การทำให้ผู้นำชุมชนและประชาชนยอมรับในตัวพัฒนากรผู้ประสานงานตำบลเพื่อนำไปสู่งานและกิจกรรมพัฒนาชุมชนจนประสพผลสำเร็จ

ระเบียบกองทุน กข.คจ.ในอดีตไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเลยหรือ


ชื่อ-นามสกุล   นางศุภรา    มโนอิ่ม
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก      ๐๓๘-๘๒๕๕๑๓
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การไม่เข้าใจกฎระเบียบกองทุน กข.คจ.  
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ  ในปีงบประมาณ  ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์   กองทุน กข.คจ. บ้านดอนทับไก่และอีก๒ หมู่ใน ตำบลเสม็ดใต้  อำเภอบางคล้า

เนื้อเรื่อง  
การยืมเงินของครัวเรือนเป้าหมายก่อนที่ระเบียบ กข.คจ.ปี ๕๓ ใช้บังคับ การยืมเงิน การอนุมัติโครงการเจ้าหน้าพัฒนาชุมชนไม่มีส่วนรู้เห็นในการดำเนินต่างๆของกองทุน กข.คจ. ในระดับหมู่บ้านเลยไม่ว่าจะเป็นการยืมเงินของครัวเรือนยากจนซึ่งประธาน กข.คจ. หมู่บ้านนำรายชื่อครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินให้ปลัดอำเภอผู้รับตำบลลงนามให้เบิก กระทำโดยไม่ผ่านเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนซักระดับ แม้แต่การออก หนังสือ นำส่งถึงธนาคารก็ให้ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบตำบลลงนามใน นามปลัดตำบลไม่ใช่แทนนายอำเภอถึงธนาคารเองเลย ทำให้หมู่บ้านสับสนว่าแท้ที่จริงแล้วเงินทุน กข.คจ.หน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นงานโดยใช้งบประมาณทำงานของหน่วยราชการไหนกันแน่ แต่จะว่าไปแล้วอย่าว่าแต่ชาวบ้านสับสนเลยแม้แต่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในอดีตก็ยังสับสนคิดว่าไม่ใช่งานตัวเองทั้งๆที่จริงแล้วการดำเนินงาน กข.คจ ต้องผ่านเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทั้งสิ้น  เป็นงานของกรมการพัฒนาชุมชนต้องดูแล                       

บันทึกขุมความรู้
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ.๒๕๓๖และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒) พ.ศ.๒๕๓๙

แก่นความรู้                             
เงินทุน กข.คจ.เป็นงบประมาณของกรมการพัฒนาชุมชนที่ใช้เงินในการทำงาน อย่างไรเสียเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกระดับต้องเกี่ยวข้องแม้จะประสบหรือไม่ประสบความสำเร็จก็ต้องทำแม้ก่อนปี ๕๓ จะออกระเบียบไม่ชัดเจนเท่า ปี๕๓ก็ตาม 

กลยุทธ์ในการทำงาน
คิดไว้ก่อนเลยว่าเป็นงานของกรมการพัฒนาชุมชน 
                                                  
กฎระเบียบ แนวคิด ที่เกี่ยวข้อง      
พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน ปี 2547และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

การศึกษาดูงานของผู้นำชุมชนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ


ชื่อ–สกุล  นายธีรยุทธ เปลี่ยนผัน
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 08-9773-7174
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    อาชีพรายได้ของผู้นำชุมชน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ  มีนาคม 2551
สถานที่เกิดเหตุ  อำเภอบางปะกง

ตามที่อำเภอบางปะกงได้มอบหมายให้ข้าพเจ้า รับงานผิดชอบประสานงานตำบลหอมศีล ซึ่งเป็นตำบลที่มีรายได้เฉลี่ยของประชากรข้อนข้างต่ำ และมีผู้นำกลุ่มองค์กร ที่ค้อนข้างเข้มแข็ง พร้อมที่จะรับรู้และสร้างประสบการณ์กับการทำงานในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะ ผู้นำ อช.เป็นผู้ประสานงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในตำบล และได้กลุ่มองค์กรสตรีเข้าร่วมในการดำเนินกิจกรรม

ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน(ผู้นำ อช.หญิง) ได้ติดต่อประสานงานผ่านมายังข้าพเจ้า ว่าจะทำอย่างไรในการที่จะให้สมาชิกกลุ่มต่างๆ มีความรู้ด้านอาชีพ และ และสามารถรักษาสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน ชุมชนของเราไว้ได้ด้วย ข้าพเจ้าจึงแนะนำไปว่า ขอดูความเข้มแข็งของกลุ่มองค์กรก่อน โดยนัดประชุมเพื่อดูความพร้อม และประสานของบประมาณ ในการดำเนินงานก่อน

ในทางปฏิบัติ ข้าพเจ้าในฐานะพัฒนากรประสานงานตำบลหอมศีล ได้เข้าร่วมประชุมกับกลุ่มองค์กรในตำบล ซึ่งในวันที่มีการประชุมเตรียมความพร้อม มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมประมาณ 60-70 คน โดยได้รับความร่มมือจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหอมศีล ให้ใช้ห้องประชุม และได้รับฟังข้อคิดเห็นจากสมาชิก และปัญหาต่างๆของหมู่บ้านที่มาจาการบอกเล่าจากสมาชิกกลุ่ม พอที่จะสรุปได้ว่า อยากไปทัศนะศึกษาดูงาน ด้านอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นที่มาของการดำเนินกิจกรรมนี้ โดยประสานของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลหอมศีล เป็นเงิน 50,000 บาท(ห้าหมื่นบาทถ้วน)ในการอบรมและทัศนะศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี

บันทึกความรู้
1. ในการการจัดทำงาน/กิจกรรมต่างๆ ต้องให้ชุมชนต้องการจึงจะได้ประโยชน์
2. ต้องมีการอบรมให้ความรู้ทางวิชาการก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการทัศนะศึกษาดูงานและสามารถสอบถามผู้ที่ให้ความรู้ได้
3. ต้องไปทัศนะศึกษาในสถานที่สามารถนำกลับมาทำได้จริง มิใช่แหล่งวิชาการ

สิ่งที่ได้รับหลังการทัศนะศึกษาดูงาน
1. สมาชิกกลุ่มองค์กรนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงานนำมาปฏิบัติ จนสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้  ตัวอย่างเช่น อาชีพ ปลูกผักกระเฉด ในกระชัง  ซึ่งสามารถทำได้ทั้งปี เนื่องจากมีการควบคุมปริมาณน้ำและการแตกยอดได้ และทำให้ครอบครัวนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาจากก่อน และเพียงพอสำหรับเป็นค่าอาหาร ในแต่ละวัน
2. การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ มีการจัดสรรบริเวณบ้านพักอาศัย ให้ใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น เช่น การปลูกต้นไม้ 3 อย่าง (3ชั้น) การปลูกต้นไม้แบบเกื้อกูลกัน การแบ่งพื้นที่ในการเก็บกักน้ำ การบำบัดน้ำเสียและการใช้ประโยชน์จากน้ำเสีย ซึ่งก่อนไปศึกษาดูงานจะไม่มีการทำและวางแผนจะทำ
3. การจัดการสิ่งแวดล้อม มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ ยกตัวอย่างเช่นการกำจัดขยะมูลฝอย มีการคัดแยกขยะที่มาจากธรรมชาติ และขยะสังเคราะห์ และมีการใช้จุลินทรีย์ในการกำจัดขยะจากธรรมชาติ  มีการคัดแยกขยะที่เปลี่ยนเป็นเงินได้เช่น พลาสติก ขวดแก้ว ขวดพลาสติก

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นฐานนำสู่เศรษฐกิจพอเพียง ถ้าหากพื้นที่หมู่บ้านตำบลไม่มีการปรับปรุง ดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะทำให้ครัวเรือนขาดรายได้และต้นทุนการผลิตในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชน สูงมาขึ้น ทำให้ค่าครอชีพของครัวเรือนไม่พอใช้จ่าย ในเมื่อประชาชนในหมู่บ้าน มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่นการทำปุ๋ยชีวภาพ(น้ำหมักชีวภาพ) มีการพัฒนาสภาพพื้นที่ให้เหมาะสม สามรถใช้ประโยชน์ได้ จะทำให้ครัวเรือนมีอาชีพรายได้ และสามารถลดรายจ่ายและสามรถเพิ่มรายได้จากทรัพยากรธรรมติและสิ่งแวด้ล้อมได้

การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต


ชื่อ สกุล นางแสงเงิน ไกรนรา
ตำแหน่ง พัฒนาการอำเภอ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าตะเกียบ
เบอร์โทรศัพท์ 0818199614
ชื่อเรื่อง การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2555
สถานที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าตะเกียบ

เรื่องเล่า
เมื่อปี พ.ศ. 2554 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสกลับไปเยือนถิ่นเก่า ที่เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นพัฒนากร  การไปเยือนครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าทราบว่ากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่ข้าพเจ้าได้เคยมาสนับสนุนให้จัดตั้งยังคงดำรงอยู่และมีเงินหลายล้านบาท  ข้าพเจ้าจำได้ว่ากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกลุ่มนี้ข้าพเจ้าได้ใช้เวลานานมากกว่าจะจัดตั้งได้ โดยเริ่มแรกข้าพเจ้าได้เทียวไปเทียวมาบ้านผู้ใหญ่เพื่อพูดคุยขายความคิดเรื่องการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จนผู้ใหญ่บ้านเห็นด้วย จึงเรียกประชุมชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็ใช้เวลาการประชุม 2-3 ครั้งจึงมีความพร้อมที่จะจัดตั้งได้ และทุกเดือนในวันเก็บเงินสัจจะสะสม ข้าพเจ้าจะเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง และประชุมสร้างความเข้าในเรื่องคุณธรรม 5 ประการ ในส่วนของของเอกสารทะเบียนต่างๆ ในเริ่มแรกข้าพเจ้าได้ทำเป็นตัวอย่างให้ดู และสอนให้คณะกรรมการจัดทำเองโดยข้าพเจ้าเป็นพี่เลี้ยงทุกเดือน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกลุ่มนี้ได้ดำเนินตามขั้นตอนทุกอย่าง และเอกสารทะเบียนต่างๆก็จัดทำตามแบบที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนด

ในปี พ.ศ. 2555 ข้าพเจ้าได้กลับมาสัมผัสกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอีกครั้ง เมื่อข้าพเจ้าได้มาดำรงตำแหน่งพัฒนาการอำเภอท่าตะเกียบ ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ  โดยเริ่มต้นจากการสอบถามข้อมูลจากพัฒนากรที่รับผิดชอบงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น จากนั้นจึงเชิญคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มสัจจะสะสมที่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของหน่วยงานอื่นมาประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ผลจากการประชุมครั้งที่เป็นที่พอใจของผู้เข้าประชุมเพราะเขาได้รับรู้รับทราบการดำเนินงานของกลุ่มอื่นๆเพื่อนำไปปรับใช้กับกลุ่มของตัวเอง จากนั้นข้าพเจ้าได้ทำการตรวจสุขภาพกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตโดยในเบื้องต้นได้ให้ทุกกลุ่มตรวจสุขภาพของตนเองก่อน จากนั้นก็นำข้อมูลที่ทุกกลุ่มได้ตรวจสุขภาพตนเองมาอ่านให้ที่ประชุมฟังและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน  และชี้แจงให้ทุกกลุ่มทราบว่ากลุ่มตัวเองไม่ผ่านข้อไหนบ้างเพื่อจะได้นำข้อมูลจากการตรวจสุขภาพกลับไปพูดคุยกับสมาชิก เพื่อวางแผนปรับปรุงการดำเนินงานของงกลุ่มต่อไป  

จากผลการตรวจสุขภาพกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ทำให้ทราบว่าสมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มยังไม่ได้ตระหนักในเรื่องคุณธรรม 5 ประการ บางกลุ่มสมาชิกส่งเงินสัจจะสะสมไม่ต่อเนื่อง บางกลุ่มเก็บเงินสัจจะเป็นรายปี เอกสารทะเบียนและบัญชีก็ไม่เป็นไปตามแบบที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนด กลุ่มออมทรัพย์ฯบางกลุ่มมีกรรมการไม่ครบทั้ง 4 คณะ  บางกลุ่มสมาชิกส่งเงินคืนไม่เป็นไปตามสัญญา ส่วนด้านสวัสดิการให้แก่สมาชิก และการจัดกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ของกลุ่มมีทุกกลุ่มแต่ไม่เกิน 6 กิจกรรม บางกลุ่มก็มีปัญหาไม่ไว้วางใจคณะกรรมการ บางกลุ่มคณะกรรมการทำงานกันเพียงไม่กี่คน บางกลุ่มมีปัญหาสมาชิกกู้ยืมเงินแล้วไม่ส่งชำระคืน สมาชิกไม่มาร่วมประชุมทุกเดือนทำให้ไม่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สมาชิกไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต สมาชิกมุ่งหวังแต่เรื่องการกู้ยืมเงินจากกลุ่ม

เมื่อได้ข้อมูลการตรวจสุขภาพของทุกกลุ่มแล้ว ก็ได้พูดคุยกันในทีมงานเพื่อให้ทุกคนได้ทำแผนปฏิบัติการประจำเดือนไปติดตามสนับสนุน โดยเน้นเรื่องธรรมาภิบาล ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อได้พูดคุยกับทีมงานแล้วทำให้ได้ข้อมูลว่าตัวเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนไม่ค่อยได้ติดตามให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เท่าที่ควร เมื่อถามว่าทำไม ก็ได้คำตอบว่าบางครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปแล้วบางกลุ่มเขาก็เกรงว่าจะไปปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆที่เขาเป็นอยู่ให้มีความยุ่งยาก อย่างเช่น รูปแบบของบัญชีต่างๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วเขาจะทำบัญชีตามความเข้าใจของเขาเองซึ่งเขาก็เข้าใจ หรือคณะกรรมการของกลุ่ม เขาก็มีคณะกรรมการที่สามารถทำงานได้ถึงแม้จะไม่ครบ 4 คณะตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน และที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่มีงานอื่นๆอีกมากจึงไม่สามารถแบ่งเวลามาติดตามเรื่องนี้ได้

ขุมความรู้
1.การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจะต้องมีการขายความคิดจนกว่าชาวบ้านจะเข้าใจและมีความพร้อมในการจัดตั้ง เปรียบเหมือนการนำสินค้าไปเสนอขายให้ลูกค้า
2.เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจะต้องมีความมุ่งมั่นในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ถ้าเปรียบกับเซลล์แมนก็คือจะต้องพยามยามขายสินค้าให้ได้
3.เมื่อจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ได้สำเร็จแล้ว เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจะต้องมีการติดตามให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เปรียบเหมือนการบริการหลังการขายที่ต้องคอยใส่ใจลูกค้า
4.การตรวจสุขภาพกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพราะจะทำให้คณะกรรมการทราบว่ากลุ่มของตัวเองมีข้อบกพร่องเรื่องอะไรบ้าง เพื่อจะได้วางแผนปรับปรุงให้ดีขึ้น

แก่นความรู้
1.การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ต้องเกิดจากความต้องการที่แท้จริงของสมาชิก กลุ่มจึงจะสามารถดำรงอยู่ได้
2.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่ประสบผลสำเร็จ สมาชิกจะต้องตระหนักถึงคุณธรรม 5 ประการ
3.การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่ประสบผลสำเร็จ ส่วนหนึ่งเกิดจากการดูแลเอาใจใส่ของเข้าหน้าที่
4.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่ประสบผลสำเร็จ จะต้องมีประชุมพบปะและเปลี่ยนความคิดกันอย่างสม่ำเสมอทั้งในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม
5.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่ประสบผลสำเร็จจะต้องมีการติดตามและประเมินผลโดยบุคคลภายนอกเพื่อจะได้ทราบข้อบกพร่องของตนเองโดยไม่ลำเอียงเข้าข้างตัวเอง